เมียโหดบุกยิงแทงผัวชรา ที่แท้คลั่งถูกจับได้จะโกง แถมประวัติเหี้ยมเคยฆ่าคน (คลิป)

วันที่ 20 เม.ย. 62 ความคืบหน้าภายหลังตำรวจสภ.บ้านโป่ง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต ภายในร้านขายของชำ พื้นที่หมู่ที่ 13 ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ นายอดุลย์ ผิวนวล หรือ แบน อายุ 77 ปี ในสภาพนอนหงายจมกองเลือดอยู่ภายในร้าน มีมีดปอกผลไม้ปลายแหลมสีส้มปักคาอยู่กลางหน้าอก พร้อมกับบาดแผลถูกแทงตามลำตัว แขน และขา รวม 9 แห่ง

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยนางแอ้ว คงคาระวี อายุ 65 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ในวันเกิดเหตุตนเองนั่งอยู่ที่บ้าน มีหลานสาวของผู้ตาย วัย 12 ปี วิ่งมาขอความช่วยเหลือ พร้อมพูดว่า “ ช่วยด้วย มีคนกำลังทำร้ายปู่” ขณะนั้นตนเองไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็รีบตามไปที่จุดเกิดเหตุ พบว่านายอดุลย์นอนจมกองเลือด หันหัวเข้าไปในบ้าน และเท้าชี้ออกมาหน้าบ้าน แต่ตัวเองไม่กล้าเข้าไปแตะต้อง จึงไม่รู้ว่าขณะนั้นเสียชีวิตแล้วหรือไม่ จนกระทั่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหามูลนิธิในหมู่บ้าน เพื่อเข้ามาที่จุดเกิดเหตุ

นางแอ้ว คงคาระวี เพื่อนบ้าน

โดยขณะที่ตนเองไปถึงบ้านนั้นไม่พบคนร้ายที่ก่อเหตุ จึงไม่ทราบว่าเป็นใคร จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง ตำรวจได้มีการเปิดห้องต่าง ๆ ดู พบว่าคนก่อเหตุนั่งเอามีดจี้คออยู่ในห้องน้ำภายในห้องนอน ยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ตนเองตกใจไม่คิดว่านางบำรุง หรือ จุ ภรรยาผู้ตายจะก่อเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้

ภาพจำลองเหตุการณ์

ทั้งนี้ เนื่องจากนิสัยใจคอของคนที่ก่อเหตุ เท่าที่ตนทราบก็ไม่พบว่ามีพฤติกรรมโหดร้ายรุนแรง เข้ามาคบหากับผู้ตายได้ไม่เกิน 4 ปี แต่ยังไม่มีการแต่งงาน สามารถเข้านอกออกในภายในบ้านได้ และตนเองก็เคยเจอผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นประจำ

สถานที่ตั้งแบบเพ็ญกุศลศพนายอดุลย์

สำหรับบรรยากาศที่วัดโพธิ์โสภาราม (วัดโพธิ์มร) ซึ่งเป็นที่ตั้งแบบเพ็ญกุศลศพของนายอดุลย์ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า พิธีศพจัดขึ้นแบบเรียบง่ายตามพิธีความเชื่อของชาวมอญ  โดยนางตุ่น (นามสมมติ)  น้องสาวผู้ตาย บอกว่า หลังจากที่ภรรยาตัวจริงของพี่ชาย เสียชีวิตไปแล้วกว่า 10 ปี พี่ชายได้ไปพบรักใหม่กับนางจุ ตนก็ไม่ทราบว่าไปเจอกันที่ไหน กระทั่งพี่ชายพามาแนะนำตัวกับคนในครอบครัว สร้างการยอมรับเป็นอย่างดี เพราะโดยนิสัยของนางจุเป็นคนดีนิสัยดี พูดจาเพราะ ตนเองจึงไว้ใจให้นางจุดูแลพี่ชาย จากนั้นไม่นานก็มีคนในครอบครัว โดยเฉพาะลูกชายของผู้ตายเริ่มออกมาคัดค้านไม่ให้พ่อไปคบหากับนางจุ เพราะเริ่มรู้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่นมีประวัติติดคุก และหลอกลวงคนอื่น จึงได้ออกอุบายแยกทั้ง 2 คนไม่ให้เจอกัน ทำให้นางจุไม่พอใจ พยายามเข้ามาระรานคนในครอบครัว

นางตุ่น (นามสมมติ)  น้องสาวผู้ตาย

ต่อมาพี่ชายเดินเรื่องเกี่ยวกับการขอคืนที่ติดตามจากหน่วยงานรัฐ เพื่อจะนำที่ดินดังกล่าวไปขายต่อ นางจุจึงอาสาที่จะเข้ามาช่วย โดยวางหลักประกันให้ครอบครัวทำเป็นสัญญาเงินกู้ เพราะกลัวว่าหากช่วยสำเร็จจะถูกกีดกัน พร้อมทั้งเรียกร้องขอให้ได้รับเงินบางส่วนจากเงินส่วนแบ่ง จนกระทั่งมีการดำเนินการจนได้ที่ดินแปลงดังกล่าวกลับคืนมา และได้มีการขายต่อให้กับบุคคลอื่น นางจุยังได้เคยปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับที่ดิน ทำการลงลายมือชื่อเอง แต่สุดท้ายพี่ชายตนสามารถพิสูจน์ได้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของตนเอง จึงชนะคดี ทำให้นางจุเกิดความไม่พอใจ เข้ามาระรานคนในครอบครัว พี่ชายจึงได้ไปร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลคุ้มครอง และสั่งให้นางจุห้ามมายุ่งเกี่ยวกับครอบครัว หรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญ เจ้าตัวจึงหายไประยะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาบุกรุกงานบวชของหลานชาย เพื่อสั่งห้ามไม่ให้มีการบวช และยังมีการข่มขู่คนในครอบครัวว่าจะทำร้ายร่างกายให้ถึงตาย

ในช่วงแรกที่นางจุและพี่ชายเริ่มคบกัน เจ้าตัวได้รับสารภาพว่าเคยก่อคดีฆ่าคนตาย และศาลสั่งให้ประหารชีวิต กระทั่งได้ลดหย่อนผ่อนโทษและออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ส่วนตัวก็กลัวว่าวันหนึ่งพี่ชายจะตกอยู่ในสถานะดังกล่าว และไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง หลังจากนี้หากเจ้าตัวจะเข้ามาขอขมาต่อศพหรือครอบครัวนั้น ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ แต่เชื่อว่าคงจะไม่เข้ามาเพราะถือว่าเป็นคนใจดำ ส่วนเรื่องของคดีปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย หากติดคุกก็อยากให้ติดตลอด หรือได้รับประหารชีวิต เพราะไม่อยากให้ออกมาแล้วก่อเหตุซ้ำอีก

keyboard_arrow_up