ฆ่าโหดจ่อยิงหัวแม่ลูก ตร.เค้นสอบผัว เจ้าตัวร่ำไห้ แจงไม่ใจทรามฆ่าคนรัก (คลิป)

จากกรณีที่เกิดเหตุฆ่ากันตายภายในหมู่บ้านชนเผ่ากลางหุบเขา หรือหมู่บ้านผาน้ำย้อย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นางศรีวรรณ ยอดอ่อน อายุ 45 ปี นอนคว่ำหน้าบนที่นอน มีผ้าห่มสีชมพูคลุมร่างข้างกันพบศพ ด.ญ.แพม (สงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 7 ขวบ ซึ่งเป็นลูกสาว สภาพนอนหงายมีผ้าห่มคลุมร่างไว้เช่นกัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะถูกฆาตกรรมและเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง

สถานที่เกิดเหตุ

ล่าสุดวันที่ 20 เม.ย. 62 นางดา หลบภัย อายุ 51 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนพักอาศัยอยู่บ้านหลังติดกับบ้านน้องสาว โดยก่อนวันเกิดเหตุตนเห็นน้องสาวครั้งล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 17 เม.ย. ขณะที่น้องสาวระบุว่าจะออกไปสวนใกล้บ้าน จากนั้นก็ไม่เจอกันอีกเลย จนกระทั่งวันที่ 18 เม.ย. เวลาประมาณ 18.00 น. ก่อนที่จะพบศพน้องสาว ตนให้ลูกสาวเดินไปเรียกน้องสาวและลูกสาววัย 8 ขวบที่บ้านออกมากินข้าวที่บ้านตน แต่เมื่อเข้าไปเรียกในบ้านพบว่าทั้งคู่กลายเป็นศพนอนจมกองเลือดอยู่บนที่นอนแล้ว

นางดา หลบภัย พี่สาวของผู้เสียชีวิต

โดยภายหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ ยอมรับทั้งน้ำตาว่าเศร้า อีกทั้งเสียใจที่ตนอาศัยอยู่ติดกัน กลับไม่ได้ยินเสียงผิดปกติใด ๆ เนื่องจากเป็นจังหวะฝนตกฟ้าร้อง โดยตนปักใจเชื่อว่า เป็นฝีมือการฆาตกรรมของน้องเขยแน่นอน เพราะภายหลังจากที่วันเกิดเหตุกลับไม่พบตัวน้องเขยอยู่ภายในบ้าน

บรรยากาศฝังศพ

บรรยากาศในงานศพ มีการนำศพของน้องสาวและหลานวัย 8 ขวบมา ประกอบพิธีฝังศพ โดยมีการสวดทำพิธีและขุดหลุมลึกว่า 2 เมตร จากนั้นนำโรงศพลงไปฝังพร้อมกับดอกไม้จันทน์ พวงหรีด และเสื้อผ้าที่นอนของใช้ทั้งหมดของผู้เสียชีวิตทั้งสองราย โดยมีการฝังในหลุมเดียวกันทั้งสองศพ

นายพรหมพิพัฒน์ พรมเกษา สามีของผู้ตาย

นายพรหมพิพัฒน์ พรมเกษา อายุ 43 ปี เป็นสามีของผู้ตาย หรือนายพัด เปิดเผยว่า ตนทำงานวันที่ 17 เม.ย. เมื่อเวลา 15.00 น. ซึ่งเข้าไปทำงานกับเพื่อนผู้ชาย และอยู่กับเพื่อนตลอดคืนจนกระทั่งถึงวันที่ 18 เม.ย. ก่อนทราบข่าวว่าภรรยาและลูกถูกยิงเสียชีวิตคาห้องนอน ทั้งนี้ นายพัด ยืนยันว่า “ไม่มีทางลงมือฆ่าลูกแน่นอน เพราะลูกคือแก้วตาดวงใจ” หากกล้าลงมือฆ่าลูกเมียจริง จิตใจคงไม่ใช่มนุษย์แล้ว

โดยนายพัด บอกอีกว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 17 เม.ย. ยังคงพูดคุยไลน์กันตามปกติ จนกระทั่งเย็นวันถัดมาทราบข่าว ยอมรับว่ารู้สึกช็อกและเสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ในขณะเดียวกันนายพัด อ้างว่ามีพยานยืนยันได้ว่า ตนอยู่กับเพื่อนทั้งวันจริง ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เพื่อนที่ตนไปอยู่ด้วยมีส่วนรู้เห็นเป็นใจไหม ตนขอยืนยันว่า เพื่อนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการเสียชีวิตของภรรยาและลูก และโดยส่วนตัว นายพัดบอกว่ายังไม่ปักใจสาเหตุการตายเรื่องใดทั้งสิ้น

ทั้งนี้ตำรวจเพิ่งควบคุมตัวนายพรหมพิพัฒน์ หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบอาวุธปืนแก๊ป จึงแจ้งข้อหามีอาวุธปืนเถื่อนไว้ในครอบครอง และนำตัวสอบเค้นว่าฆ่าผู้ตายทั้งสองหรือไม่ แต่ยังให้การปฏิเสธ โดยเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง แต่ต่อมาผู้ต้องหาได้ประกันตัว จนออกมาร่วมพิธีศพดังกล่าว

ภาพจำลองเหตุการณ์

โดยเหตุการณ์ คาดว่าเกิดขึ้น กลางดึกของวันที่ 17 เม.ย. คนร้ายเข้ามาทางประตูหน้าบ้าน ก่อนเข้าไปในห้องนอนซึ่งมีผู้เสียชีวิตและลูกสาวนอนหลับอยู่ และอาศัยช่วงจังหวะที่นางศรีวรรณไม่รู้ตัว ใช้อาวุธปืนขนาด .22 มม. ยิงจากขมับซ้ายทะลุขวา 1 นัด ดับคาที่ ซึ่งจากการชันสูตรพลิกศพ แพทย์ระบุว่าเป็นการจ่อยิงระยะประชิด ส่วนลูกสาวนั้นมีร่องรอยถูกยิง 2 นัด โดยคาดว่านัดแรกที่คนร้ายยิงเฉียดศีรษะ แต่ยังไม่ทำให้เสียชีวิต จนกระทั่งคนร้ายจ่อยิงเด็กสาว 8 ขวบ กลางหน้าผากซ้ำจนเสียชีวิต

นางฟอง คำมงคล พี่สาวสามีผู้ตาย

ด้านนางฟอง คำมงคล อายุ 51 ปี พี่สาวนายพัด สามีผู้ตาย หลังจากที่ได้ไปประกันตัวน้องชายออกมา กล่าวว่า ปืนที่พบไม่ใช่อาวุธปืนที่ก่อเหตุ และไม่ใช่ข้อหาคดีฆ่าคนตาย แต่เป็นข้อหาต่างกรรม ต่างวาระ พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า น้องชายไม่ใช่คนลงมือฆ่าลูกเมีย เพราะน้องชายรักลูกสาววัย 8 ขวบมาก เนื่องจากเป็นลูกสาวคนเดียว

นางฟองกล่าวต่อว่า วันเกิดเหตุน้องชายเข้าไปทำงานในตัวเมืองเป็นช่างไฟฟ้าที่ จ.น่าน และทราบว่าน้องชายแอบไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น โดยออกจากบ้านไปตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 17 เม.ย. แล้ว และไม่ได้ย้อนกลับมาที่บ้านอีกเลย จนกระทั่งทราบข่าวว่าภรรยาและลูกสาวน้องชายเสียชีวิต

keyboard_arrow_up