พ่อเด็ก ม.3 ถูกยิงผิดตัว จ่อถวายฎีกา พึ่งบารมีในหลวง เผยปมฆ่าผิดใจไม่ให้ต่อไฟเข้าบ้าน (คลิป)

จากเหตุการณ์ที่นายธีรยุทธิ์ สมสู่ อายุ 51 ปี ก่อเหตุยิงนายธีรวัฒน์ บูรณ์ชะนะ หรือ นิว อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 จนเสียชีวิต โดยเกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 2 ธ.ค. 61 ผู้เสียชีวิตออกมากับเพื่อน ซึ่งนายธีรวัฒน์ดักยิงเพื่อนของผู้เสียชีวิต แต่ยิงผิดคน ไปโดนผู้เสียชีวิต ผ่านมากว่า 4 เดือนยังจับคนร้ายไม่ได้ พ่อแม่ผู้เสียชีวิตจึงโพสต์เฟซบุ๊กประกาศตามล่ามือปืน พร้อมตั้งค่าหัว 50,000 บาท

นายอนันต์ บูรณ์ชะนะ พ่อผู้เสียชีวิต

ล่าสุด วันที่ 18 เม.ย. 62 นายอนันต์ บูรณ์ชะนะ พ่อผู้เสียชีวิต เปิดใจว่า เหตุผลที่ยื่นจดหมายถวายฎีกาต่อในหลวง เพราะความคืบหน้าคดีมีความล่าช้าเกินไป ประมาณ 5 เดือนยังจับคนร้ายไม่ได้ ตนจึงหาวิธีช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกทาง โดยมีการตั้งรางวัลนำจับคนร้ายด้วย ทั้งนี้ หวังว่าศาลฎีกาในครั้งนี้จะให้ความเป็นธรรมกับคดีนี้ เพราะตนรู้สึกว่าตอนนี้ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม

นายธีรวัฒน์ บูรณ์ชะนะ ผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ ตนกลัวว่าจะมีใครปกป้องคนผิดอยู่หรือไม่ เนื่องจากคนร้ายหลบหนีได้หลายครั้ง ทุกวันนี้ครอบครัวต้องอยู่อย่างหวาดระแวงความปลอดภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ตนร้องเรียนกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ

นายวัชรพล กลับจิต หรือ ระ ผู้บาดเจ็บ

ด้าน นายวัชรพล กลับจิต หรือ ระ ผู้ได้รับบาดเจ็บ และอยู่ในเหตุการณ์กับนายธีระวัฒน์ ผู้เสียชีวิต โดยที่แขนซ้ายของนายวัชรพล มีรอยบาดแผลเย็บจากการถูกยิง เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นโดยช่วงเช้าตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปขายน้ำยาง หลังจากนั้นได้เจอกับภรรยาของนายธีรยุทธ์ ผู้ต้องหา โดยขี่รถมาปาดหน้ารถตน พร้อมหัวเราะเยาะเย้ย ตนจึงขี่รถแซง แต่ภรรยาของผู้ต้องหาก็ขี่รถมากั้นเส้นทาง ตนพยายามจะขี่แซงอีก แต่ภรรยาของผู้ต้องหาก็ปาดหน้าอีก ตนพยายามแซงจนสำเร็จ หลังจากนั้นด้วยความโกรธมาก ตนจึงตัดสินใจตัดสายไฟที่อีกฝ่ายพ่วงขอไฟใช้จากบ้านพี่สาวตนออก

บาดแผลของนายวัชรพล

นายวัชรพลเล่าต่อว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ภรรยาผู้ต้องหาโทรศัพท์มาข่มขู่ว่า ถ้าตนไม่ไปต่อสายไฟพ่วงให้เหมือนเดิมภายในเที่ยงวันนั้น ระวังจะตายโหง หลังจากนั้น 20 นาที ผู้ต้องหาพร้อมเพื่อนผู้ต้องหาอีกราย ก็ได้เดินทางไปข่มขู่ตนถึงที่บ้านเช่า หลังจากนั้นอีก 2 ชั่วโมง ก็ทราบว่าผู้ต้องหาได้เข้าไปข่มขู่ที่บ้านพี่สาวตนด้วยว่า ระวังจะตายกันยกบ้าน พี่สาวตนจึงไปต่อสายไฟให้เหมือนเดิม ก่อนเข้าแจ้งความ

ส่วนตัวเองหลังจากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์อยู่กับน้องนิว แต่ระหว่างนั้นพี่สาวโทรศัพท์มาเร่งให้ตนเข้าไปเจรจาที่บ้าน เพราะมีผู้ใหญ่เป็นคนกลางให้ ตนจึงตัดสินใจจะขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งน้องนิวที่ห้องเช่า แต่น้องนิวก็ขอไปบ้านพี่สาวตนด้วย

ภาพจำลองเหตุการณ์

ระหว่างที่ตนกับน้องนิวเดินทางกลับบ้าน น้องนิวขี่รถจักรยานยนต์ ตนเป็นคนซ้อน มาถึงบ้านเพื่อนคนก่อเหตุ เห็นว่ามีคนยืนอยู่ 3 คน โดยนายธีรยุทธ์ เข้ามาขวางรถ แล้วชักปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ยิงแขนซ้ายของตนจนล้ม แล้วบอกให้น้องนิวรีบขี่รถจักรยานยนต์ออกไป จังหวะนั้นนายธีรยุทธ์เปลี่ยนลูกกระสุน ตนก็วิ่งหนีเข้าสวนปาล์ม โดยมีอีก 2 คนไล่ตาม ทั้งคู่มีอาวุธปืน ส่วนนายธีรยุทธ์คาดว่าเป็นคนยิงน้องนิว เพราะตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลังจากนั้น

นายธีรยุทธิ์ สมสู่ ผู้ต้องหาหนีการจับกุม

นายวัชรพล ยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหากับบ้านผู้ต้องหามาก่อน มีแค่เรื่องที่ผู้ต้องหาเคยมาข่มขู่บ้านพี่สาวตน หลังจากเกิดเหตุ ตนต้องอาศัยอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง เพราะถูกผู้ต้องหาคุกคาม อีกทั้งไม่สามารถทำงานได้ เพราะแขนซ้ายใช้งานไม่ได้ โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่สามรถจับตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้ ตนก็ยิ่งหวาดกลัว นอกจากนี้ ลูกชายผู้ก่อเหตุก็ไปข่มขู่ลูกสาวตนที่โรงเรียนเป็นประจำทุกวัน ลูกสาวตนกลัวมากจนไม่กล้าไปโรงเรียน ตนต้องคอยระวังตัว และเป็นห่วงลูกและพี่สาวมาก

keyboard_arrow_up