เปิดความสัมพันธ์ “ไทย-ฝรั่งเศส” เมื่อ “คนไทยบางกลุ่ม” จวกเหตุไฟไหม้เพราะ “บาปกรรม”

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจไปทั่วโลก เมื่อ มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ในช่วงเย็นของวันจันทร์ (ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่มีการซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารของมหาวิวหารอายุกว่า 850 ปี ทำให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนืออาคารสไตล์กอทิกเก่าแก่ และมีรายงานว่ารัฐบาลและเอกชน เพิ่งระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว เพื่อปรับปรุงตัวโบสถ์ที่ทรุดโทรมหนัก ซึ่งอาจต้องมีการระดมทุนจากทั่วโลกอีกครั้งเพื่อสร้างและซ่อมแซมมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ (อ่านเพิ่มเติม : เปิดประวัติ “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” แห่งกรุงปารีส ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง / ย้อนชมความงาม “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง)

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเสียใจและข้อความให้กำลังใจมากมายจากทั่วโลก พบว่าหลังเหตุการณ์ดังกล่าวยังมีคนไทยจำนวนมากที่แสดงความเห็นในโลกออนไลน์ที่ชวนหดหู่ ต่อการสูญเสียมหาวิหารแห่งนี้

ไม่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากความคึกคะนอง หรือด้วยทัศนคติที่มีต่อประเทศและสถานนี้แห่งนี้จริงๆ แต่ความสัมพันธ์ของไทยกับฝรั่งเศสนั้นมีมากยาวนานเกินกว่าที่คอมเมนท์ และความเห็นของชาวเน็ตบางส่วนแสดงออกมาเป็นอย่างมาก และจากข้อมูลของ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ได้อธิบายความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเอาไว้ดังนี้…

ไทยกับฝรั่งเศสเริ่มมีความสัมพันธ์ระหว่างกันตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช และพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งได้ส่งราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามเมื่อปี พ.ศ. 2228 ต่อมา ราชทูตสยาม (โกษาปาน) ได้เดินทางไปเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อปี พ.ศ. 2229

ในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับฝรั่งเศสได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการลงนามในสนธิสัญญาทางไมตรี การค้า และการเดินเรือ (Treaty of Friendship, Commerce and Navigation) เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2399

ปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้แต่งตั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ส่วนฝ่ายฝรั่งเศสได้แต่งตั้งให้ นาย Gilles Garachon เป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย (เข้ารับตำแหน่งเมื่อ พ.ศ. 2558-ปัจจุบัน)

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำเมืองลียง และเมืองมาร์แซย์ ส่วนฝรั่งเศสได้เปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) และเชียงราย

ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศสครบรอบ 160 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2559 จึงได้มีการจัดงานฉลองความสัมพันธ์ในช่วงปีพ.ศ. 2560 โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ได้จัดสัมมนาเรื่อง “ความสัมพันธ์ 160 ปี ไทย-ฝรั่งเศส” ณ สถาบันภาษาและอารยธรรมตะวันออก (Institut National des Langues et Civilisations-INALCO) กรุงปารีส เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560 โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จเป็นประธาน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยมีการจัดกิจกรรม เพื่อฉลองการครบรอบความสัมพันธ์ดังกล่าวเช่นกัน

จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 และจักรพรรดินีเออเฌนี เสด็จออก ณ ท้องพระโรงพระราชวังฟงแตนโบล ทรงรับคณะราชทูตสยาม เมื่อ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1861

ในด้านการลงทุน ฝรั่งเศสเป็นคู่ค้าสำคัญลำดับที่ 4 ของไทยในสหภาพยุโรป (รองจากเยอรมนี สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์) ในปี พ.ศ 2557  มีมูลค่าการค้ารวมระหว่างกัน 4,077.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี พ.ศ. 2556 ร้อยละ ๒๙.๙๘ โดยไทยเสียดุลการค้า 786.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่มีศักยภาพของไทย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เลนส์แว่นตา เครื่องปรับอากาศ เครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์และส่วนประกอบ ยางพารา อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และข้าว โดยไทยนำเข้า เครื่องบิน (แอร์บัส) เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์เวชกรรม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องดื่มประเภทน้ำแร่ น้ำอัดลม และสุรา

ฝรั่งเศสลงทุนในไทยมากเป็นลำดับที่ ๓ ของสหภาพยุโรป (รองจากเนเธอแลนด์และเยอรมนี) โดยปัจจุบัน มีบริษัทของฝรั่งเศสลงทุนในไทยประมาณ 350 บริษัท อาทิ กลุ่มบริษัท Michelin, Valeo, Saint Gobain และในปี พ.ศ. 2557 มีโครงการของฝรั่งเศสที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในไทยจำนวน 12 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 182 พันล้านบาท นอกจากนี้ ภาคเอกชนฝรั่งเศสยังมีความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนในโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงของรัฐบาลไทยด้วย

ด้านการท่องเที่ยวไทยและฝรั่งเศสได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 โดยสองฝ่ายจะร่วมมือกันในด้านการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวทางเรือ และการพัฒนามาตรฐานด้านการท่องเที่ยว

ในปี พใศ. 2559 มีนักท่องเที่ยวฝรั่งเศสมาไทยจำนวน 738,763 คน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.46 จากปี พ.ศ. 2558

นี่เป็นเพียงข้อมูลบางส่วนที่สามารถยืนยันได้ว่า ประเทศไทยและฝรั่งเศสนั้นมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันในหลายๆ ด้าน และมีมิติที่ลึกซึ้งกว่าการนำเรื่องในอดีตมาเล่าซ้ำมากมายนั้น โดยเฉพาะในนาทีที่มีการสูญเสียแบบนี้

keyboard_arrow_up