มารู้จักกับ “ซูดาน” ประเทศล่าสุดที่เพิ่งเกิดเหตุรัฐประหาร

อย่างที่หลายคนคงได้ทราบข่าวแล้วว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (11 เมษายน 2562) รัฐมนตรีกลาโหมซูดาน อาวัด อิบิน อุฟ ได้เปิดเผยตัวผ่านโทรทัศน์ภายในประเทศ ว่าเขาประกาศยึดอำนาจจากรัฐบาล ประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาชีร์ ที่อยู่ในอำนาจมานานกว่า 30 ปี พร้อมทั้งขอเวลา 2 ปี เพื่อดูแลสถานการณ์บ้านเมืองไปก่อน แล้วค่อยจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่

แม้รูปประโยค เหตุผล หลักการ และสถานการณ์ต่างๆ จะไม่แตกต่างจากการยึดอำนาจที่เกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศ แต่สิ่งที่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รู้ นั่นคือประเทศที่ชื่อซูดานนี้อยู่ตรงไหนของโลก มีสภาพแวดล้อมโดยรวมเป็นอย่างไร วันนี้ Amarin TV ขอพามารู้จักกับดินแดนที่ได้ชื่อว่ามีพื้นที่มากที่สุดบนทวีปแอฟริกาในอดีตกันสักหน่อยดีกว่า

ซูดาน (Sudan‎) หรือ สาธารณรัฐซูดาน (Republic of the Sudan‎) เป็นประเทศที่ในอดีตมีพื้นที่มากที่สุดของทวีปแอฟริกา ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีป มีเมืองหลวงชื่อคาร์ทูม มีพรมแดนทางทิศเหนือติดกับประเทศอียิปต์ ทิศใต้ติดต่อกับเซาท์ซูดาน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับทะเลแดง ทิศตะวันออกติดกับเอริเทรียและเอธิโอเปีย ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับเคนยาและยูกันดา ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับคองโกและสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ทิศตะวันตกติดกับประเทศชาด และทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับลิเบีย ชื่อของประเทศมาจากภาษาอาหรับว่า Bilad-al-Sudan ซึ่งแปลว่า “ดินแดนของคนผิวดำ” ปัจจุบันซูดานกลายเป็นประเทศที่ขาดความมั่นคงตามดัชนีความเสี่ยงของการเป็นรัฐที่ล้มเหลว เพราะการปกครองแบบเผด็จการทหารและจากสงครามดาร์ฟูร์

ในศตวรรษที่ 6 ชาวพื้นเมืองในซูดานหันมานับถือศาสนาคริสต์นิกายคอปติก อาหรับเข้ามาพิชิตแล้วนำเอาศาสนาอิสลามมาให้ ในทศวรรษของปี ค.ศ.1820 อียิปต์เอาซูดานไปครอบครองโดยรบชนะอาณาจักรในยุคแรกๆ ได้รวมทั้งอาณาจักรของฟุง ในช่วงทศวรรษของปี ค.ศ.1880 โมฮัมหมัด อาห์หมัด ซึ่งเรียกตัวเองว่า มาห์ธี (ผู้นำแห่งความสัตย์) กับสาวกของเขาก่อการปฏิวัติ ในปี ค.ศ.1898 กองกำลังผสมระหว่างอังกฤษและอียิปต์ บุกทำลายกองทัพผู้สืบตำแหน่งต่อจากมาห์ธีร์จนพังพินาศ ในปีค.ศ. 1951 รัฐสภาอียิปต์ประกาศยกเลิกสนธิสัญญากับอังกฤษฉบับปี ค.ศ.1899 และ 1936 แล้วแก้ไขรัฐธรรมนูญอียิปต์ให้ซูดานมีรัฐธรรมนูญแยกไปจากอียิปต์

ซูดานได้รับอิสรภาพโดยสมบูรณ์ มีการปกครองระบบรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1956 จนกระทั่งในปี ค.ศ.1969 สภาปฏิวัติเข้ายึดอำนาจแต่งตั้งรัฐบาลพลเรือนบริหารประเทศ รัฐบาลประกาศจะสร้างซูดานเป็นรัฐสังคมนิยม ทว่า 12 จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับนับถือศาสนาอิสลามและเคยมีอำนาจในรัฐบาลกลางมาช้านาน ขณะที่ใน 3 จังหวัดทางภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นคนดำนับถือศาสนาเดิมของแอฟริกา ในปี ค.ศ.1972 รัฐบาลยอมให้จังหวัดทางใต้ปกครองตนเอง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทั้งสองซีกของประเทศก็เริ่มทำสงครามกลางเมือง

ในปี ค.ศ.1980 ซูดานมีปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำและเลวร้ายลงไปอีก เมื่อมีผู้ลี้ภัยจากประเทศใกล้เคียงหลั่งไหลเข้ามา ภายหลังอยู่ในอำนาจมา 16 ปี ประธานาธิบดีไนไมรี ก็ถูกโค่นอำนาจ จากการทำรัฐประหารเมื่อปี ค.ศ.1985 ในปี ค.ศ.1986 ซูดานมีการเลือกตั้งระบอบประชาธิปไตยครั้งแรกในรอบ 18 ปี แต่แล้วรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ถูกโค่นล้มอีก จากการรัฐประหารแบบไม่เสียเลือดเนื้อของฝ่ายทหารในปี ค.ศ. 1989 ในปี ค.ศ. 1991 ซูดานยอมให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ช่วยบรรเทาทุกข์ครั้งใหญ่ เพราะมีประชากรประมาณ 7 ล้านคนที่กำลังขาดแคลนอาหาร

จากการสำรวจของซูดานในปี พ.ศ. 2536 จำนวนประชากรซูดานถูกบันทึกไว้ที่ 25 ล้านคน แต่เนื่องจากสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมาต่อเนื่องหลังจากนั้นก็ไม่มีการสำรวจที่ทั่วถึงอีก ในปี พ.ศ. 2549 สหประชาชาติประมาณว่ามีจำนวนประชากรประมาณ 36.9 ล้านคน ประชากรในเขตเมืองคาร์ทูม (คาร์ทูม โอมเดอร์มาน และคาร์ทูมเหนือ) เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วและมีจำนวนประมาณ 5-7 ล้านคน ซึ่งรวมทั้งประชากรประมาณ 2 ล้านคนที่ต้องย้ายถิ่นฐานจากเขตสงครามทางใต้และทางตะวันตก และพื้นที่แห้งแล้งทางตะวันออก

แม้ว่าซูดานจะเป็นต้นกำเนิดของผู้อพยพมากมาย แต่กลับมีชาวต่างชาติไม่น้อยอพยพเข้ามาในซูดาน ตามรายงาน World Refugee Survey 2008 ของคณะกรรมการเพื่อผู้ลี้ภัยและผู้อพยพของสหรัฐอเมริกา (U.S. Committee for Refugees and Immigrants: USCRI) พบว่ามีผู้อพยพและลี้ภัยอาศัยอยู่ในซูดาน 310,500 คนในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเอริเทรีย (240,400 คน) ชาด (45,000 คน) เอธิโอเปีย (19,300 คน) และสาธารณรัฐแอฟริกากลาง (2,500 คน) มีการรายงานว่ารัฐบาลซูดานไม่ให้ความร่วมมือต่อข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติในปี 2007 และยังส่งตัวผู้อพยพและผู้ลี้ภัยอย่างน้อย 1,500 คนกลับประเทศในปีเดียวกัน

ปัจจุบัน ซูดานมีชนเผ่า 597 เผ่าซึ่งพูดภาษาแตกต่างกันมากกว่า 400 สำเนียงภาษา แต่มีสามารถแยกออกเป็นกลุ่มวัฒนธรรมหลัก 2 พวก คือชาวอาหรับเชื้อสายนิวเบีย และคนแอฟริกันผิวดำซึ่งไม่ใช่พวกอาหรับ ซึ่งสามารถแยกย่อยออกเป็นเผ่าและกลุ่มภาษาได้อีกนับร้อยกลุ่ม รัฐในเขตเหนือมีอาณาเขตครอบคลุมเกือบทั้งประเทศและรวมเอาเขตเมืองส่วนใหญ่ไว้ด้วย ชาวซูดานที่อาศัยอยู่ในเขตนี้เป็นชาวมุสลิมที่พูดภาษาอาหรับ เพราะได้รับการศึกษาเป็นภาษาอาหรับ แต่ส่วนใหญ่มักมีภาษาแม่เป็นภาษาที่ไม่ใช่อาหรับ (เช่น นิวเบีย เบจา เฟอร์ นูบัน ฯลฯ)

ดังเช่นชาวอียิปต์ ชาวปาเลสไตน์ และชาวอาหรับอื่น ๆ ชาวอาหรับในซูดานส่วนใหญ่เป็นอาหรับโดยวัฒนธรรมมากกว่าด้วยเชื้อสาย ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากพวกนิวเบีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มเซมิติก และหน้าตาเหมือนกับชาวเอธิโอเปีย ชาวเอริเทรีย และชาวโซมาเลีย

keyboard_arrow_up