พ่อ น.ศ. ช้ำ ลูกตายเซ่นโจ๋ซิ่งกระบะ – แม่ฆาตกรโอดลูกก็โคม่า เงินชดใช้ให้เอาที่ประกัน (คลิป)

จากกรณีเกิดเหตุรถกระบะแต่งซิ่ง เฉี่ยวชนรถยนต์ 5 คันรวด ส่งผลทำให้นายศุภกิจ แก่นเมือง อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 เอกคณิตศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ถูกชนสมองไหลเสียชีวิตคาที่ และมีผู้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนมาลัยแมน หน้าร้านแว่นตาเยื้องร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง สาขาวังตะกู หมู่ 1 ต.วังตะกู  อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม

บรรยากาศที่เกิดเหตุ

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นจากรถกระบะสีขาว ตัวรถแต่งซิ่ง เสียหลักและชนรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทำให้รถฟอร์จูนเนอร์เสียหลักและพุ่งมาด้วยความเร็วชนนายศุภกิจ จนเสียชีวิต

พิธีเชิญวิญญาณ

วันที่ 10 มี.ค. 62 นายสมศักดิ์ แก่นเมือง พ่อของนายศุภกิจ ผู้เสียชีวิตที่อยู่ในอาการโศกเศร้า ได้เชิญสัปเหร่อหญิงมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณลูกชาย ด้วยการนำเสื้อผ้าของผู้ตายทำเป็นหุ่น และนำไก่ต้ม เหล้าขาว ดอกไม้ ธูป 1 ก้านมาไหว้ทำพิธีเชิญผู้ตายกลับบ้าน ก่อนจะนำผ้าขาวห่อหุ่นที่ใช้แทนผู้ตายขึ้นรถกลับบ้านใน อ.สามพราน จ.นครปฐม

นายสมศักดิ์ แก่นเมือง พ่อของผู้ตาย

นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า รู้สึกเจ็บใจกับคนขับกระบะที่แต่งซิ่งคันก่อเหตุ แต่ตนก็ต้องทำใจให้ได้ เพราะเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้อุบัติเหตุเกิดขึ้น โดยตนคิดถึงลูกและนอนร้องไห้ทั้งคืน รวมถึงไม่กินข้าวตั้งแต่เมื่อวาน  ถ้าเป็นไปได้ตนก็อยากให้อีกฝ่ายมาขอขมาศพลูก หรือมารับผิดชอบค่าเสียหายบ้าง รวมถึงแสดงถึงความสำนึกผิด ซึ่งตอนนี้ตนก็ยังไม่ได้พูดคุยกับฝั่งคู่กรณี

ด้านแม่ของนายอุดร (สงวนนามสกุล) คนขับรถกระบะที่ก่อเหตุ ให้ข้อมูลว่า นายอุดรต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ได้สติขึ้นมาแล้ว โดยบาดเจ็บเนื่องจากสะโพกหัก ต้องต่อสายยางถ่ายเลือดออกจากปอดและท้อง ซึ่งต้องคอยเฝ้าดูอาการตลอด 24 ชั่วโมง และยังคงต้องพักรักษาตัวอีกนาน สำหรับค่าเสียหายทั้งหมดจะให้ประกันเป็นผู้ชดใช้ เนื่องจากรถมีประกันชั้น 1

นายอานนท์ อ่วมนนท์ คนขับรถตู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

ด้านนายอานนท์ อ่วมนนท์ 29 ปี คนขับรถตู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนขับรถตู้มาจอดพักบริเวณหน้าร้านแว่นใกล้กับร้านสะดวกซื้อ ก็ได้ยินเสียงรถยนต์เบรกเสียงดัง เมื่อตนหันไปมอง ก็เห็นรถกระบะของนายอุดรเสียหลัก และน่าจะชนรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์อีกคัน ทำให้เสียหลักและพุ่งมาด้วยความเร็ว ชนมาที่ตนที่ยืนอยู่ข้างนายศุภกิจ แต่ตนกระโดดหนีก่อน ร่างได้กระแทกม้านั่งหินอ่อนได้รับบาดเจ็บ โดยถ้าตนหลบไม่ทันคงมีสภาพไม่ต่างจากนายศุภกิจ เพราะในขณะเกิดเหตุ นายศุภกิจนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซค์อยู่ คาดว่าน่าจะกระโดดหนีไม่ทัน

นายอานนท์ ยังบอกอีกว่า ตนคิดว่านายอุดรไม่ควรขับเร็วแบบนั้น เนื่องจากเขตนั้นเป็นโรงเรียน มหาวิทยาลัย และมีนักศึกษาอยู่กันค่อนข้างมาก โดยตนเสียค่ารักษาพยาบาลถึง 8,300 บาท และยังไม่ได้ตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี สุดท้ายตนไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นคนขับรถกระบะแต่อย่างใด เพียงแต่สงสารผู้เสียชีวิตมากกว่า

 

keyboard_arrow_up