น้องภาคิน 1 ขวบ ส่อโดนอุ้ม! พี่ชาย 7 ขวบ เปิดปากแม่ไม่อยากเลี้ยง-เจ้าตัวด่ากราด อย่ากดดัน (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 62 เฟซบุ๊กเพจ “สถานีตำรวจภูธรท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี” โพสต์ภาพเด็กและข้อความว่า ประกาศ ด่วน ด.ช.ภาคิน คิดตลอด อายุประมาณ 1 ขวบกว่า ได้หายออกไปจากบ้านเมื่อวันที่ 1 เม.ย. เวลาประมาณ 18.00 น. เบาะแสสุดท้ายทราบว่า น้องภาคินนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านกับสุนัข ส่วนแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ พอออกมาดูก็ไม่เจอลูกแล้ว ขณะที่ทีมกู้ภัยและผู้ปกครองได้เร่งค้นหาน้องภาคินตลอดทั้งคืน แต่ขณะนี้ยังไม่พบตัว (อ่าน: พ่อ “น้องภาคิน” 1 ขวบ ทำใจลูกจมคลอง แม่หวังแค่ลักพาตัว – เพื่อนบ้านแฉ ชอบปล่อยลูกลำพัง)

ภาพจำลองพื้นที่โดยรอบบ้านน้องภาคิน

วันที่ 4 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ายาง สภ.เมืองเพชรบุรี ตำรวจ ตชด. และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสว่างสรรเพชญรวมจำนวนกว่า 50 นาย เดินเท้าปูพรมค้นหาบริเวณสวนมะม่วงรอบบ้าน สวนกล้วย สวนมะนาว ป่าและทุ่งนาในรัศมีรอบบ้าน 2 กิโลเมตร

สุนัขตำรวจค้นหา

ในขณะเดียวกันในการเดินค้นหา เจ้าหน้าที่ได้นำสุนัขดมกลิ่นจากศูนย์ฝึกสุนัขตำรวจ มาร่วมเดินค้นหาด้วยตั้งแต่เวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา

ทีมค้นหาใช้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นสำรวจ

อีกทั้งยังนำเฮลิคอปเตอร์จำนวน 1 ลำมาบินตระเวนค้นหาจากมุมสูงในรัศมีบริเวณรอบตัวบ้าน แต่การค้นหายังไม่คืบหน้า

นายโชคชัย คิดตลอด พ่อน้องภาคิน

ด้านนายโชคชัย คิดตลอด อายุ 32 ปี พ่อน้องภาคิน เปิดเผยว่า ตนยังเชื่อว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ และมีความหวังที่จะเจอตัวลูก ส่วนใหญ่น้องภาคินจะออกมาที่บริเวณถนนหน้าบ้านและเข้าไปเล่นบริเวณสวนมะม่วงรอบบ้านเท่านั้น ยืนยันว่าภายในครอบครัวไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกัน แม้จะพักอาศัยอยู่กันหลายคน แต่ทุกคนก็รักและเอ็นดูน้องภาคิน อีกทั้งไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเลี้ยงดูลูก เนื่องจากส่งเงินมาให้ภรรยาเป็นประจำ จึงเชื่อว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นการหายตัวไปของน้องภาคินอย่างแน่นอน โดยตนขอบานศาลกล่าวว่าหากพบตัวลูก “จะขอแก้บนด้วยการบวช 7 วัน ไม่ว่าตนจะเจอลูกแบบไหน ไม่ว่าจะได้ลูกกลับมาในลักษณะใด ก็พร้อมยอมรับ ขอแค่ได้เจอลูก”

นางอารยา ขัวลำหา แม่น้องภาคิน

ด้านนางอารยา ขัวลำหา แม่น้องภาคิน เปิดเผยว่า เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน สภ.ท่ายาง เชิญตัวเข้าสอบปากคำที่ สภ.ท่ายางกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อวานหลังจากเจ้าหน้าที่กลับไปแล้ว ตนได้งมค้นหาน้องภาคินที่คลองชลประทานหน้าบ้าน เนื่องจากต้องการพิสูจน์ให้สบายใจว่าไม่พบตัวลูกชายจริงหรือไม่

โดยนางอารยายืนยันว่า ในวันเกิดเหตุ คนที่อยู่ภายในบ้านมีตน ยายของน้องภาคิน แล้วก็ตัวน้องภาคิน จังหวะนั้นตนทำอาหารภายในบ้าน เห็นลูกชายครั้งสุดท้ายว่ากำลังเล่นกับสุนัขหน้าบ้าน ภายหลังที่ไม่ได้ยินเสียงลูกพูดหรือหัวเราะแล้ว ตนจึงออกมาดู ปรากฏว่าไม่พบตัวลูกแล้ว โดยยืนยันว่าไม่ได้ปล่อยปละละเลย เพียงแต่เป็นจังหวะที่อาจเผลอละสายตาเท่านั้น

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า ในคืนที่ลูกชายหายตัวไป ตนปิดบ้านไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากไม่ได้ปกปิดอะไร เพียงแต่คืนวันดังกล่าว ตนตามหาลูกภายในบ้าน รอบบ้าน หรือตามสวนมะม่วงและป่ารอบบ้านแล้ว แต่ยังไม่พบ เจ้าหน้าที่จึงมุ่งหาที่บริเวณคลองชลประทาน เนื่องจากบ้านอยู่ใกล้คลอง จึงสันนิษฐานว่า อาจจะพลัดตกน้ำในคลองหรือไม่ จึงไม่ได้เข้ามาค้นหาภายในบ้านและบริเวณรอบบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างให้สัมภาษณ์ นางอารยายังร่ำไห้ด้วยความเครียด และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขณะนี้เจ้าตัวได้ไปขอพึ่งหมอปลา หรือนายจีระพันธ์ เพชรขาว ให้ค้นหาลูก ซึ่งต้องรอการติดต่อจากหมอปลาอีกครั้งว่าลูกอยู่ที่ไหน อย่างไร

นางอารยาร้องไห้หลังถูกสอบถามจากเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ ระหว่างเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เข้ามาพูดคุยในลักษณะเชิงกดดันสอบถามข้อมูลจากตัวนางอารยา ผู้เป็นแม่ ปรากฏว่า นางอารยาร้องไห้และตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า “ใครจะไม่เสียใจ ถึงไม่ร้องไห้ ไม่ได้แปลว่าไม่เสียใจที่ลูกหายตัวไป เหนื่อยที่ต้องตามหาลูกทุกวันแล้วไม่เจอ ทั้งที่อยากเจอตัวลูก” และบอกว่า “ไม่ได้โกหกหรือแจ้งความเท็จที่ลูกหายตัวไป” โดยอาการของนางอารยาคาดว่าเกิดจากความเครียดสะสมที่ยังไม่เจอลูก

นายสุนทร ปิยะทัศนานนท์ ชุดดำน้ำมูลนิธิอาสาสมัครสว่างสรรเพชญ

ด้านนายสุนทร ปิยะทัศนานนท์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครสว่างสรรเพชญ ทีมชุดประดาน้ำ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุแม่เด็กบอกกับทีมกู้ภัยว่า น้องน่าจะตกน้ำที่จุดคลองชลประทานหน้าบ้าน จากนั้นจึงเริ่มดำน้ำค้นหาใต้น้ำ ซึ่งตลอด 3 วันที่ผ่านมายังไม่พบตัว โดยเจ้าหน้าที่ค้นหาทุกจุดอย่างละเอียด จนสุดเส้นทางคลองชลประทานสายสาม เป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร

ภาพจำลองการดำน้ำของเจ้าหน้าที่

นายสุนทรระบุว่า จากประสบการณ์ดำน้ำ และจากที่ดำน้ำหาตัวน้องภาคินนั้น หากน้องพลัดตกน้ำจนเสียชีวิตจริง ต้องมีอาการขึ้นอืดและลอยตัวขึ้นมาผิวน้ำ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องแปลกใจที่ไม่พบตัวเด็กเลย จึงมองว่าโอกาสที่น้องภาคินพลัดตกน้ำมีต่ำ โดยแนะนำให้สังเกตปมอื่นแทน เช่น การลักพาตัว

น้องภู พี่ชายน้องภาคิน

ในขณะเดียวกันช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่พูดคุยกับน้องภู อายุ 7 ขวบ พี่ชายน้องภาคิน โดยน้องภู เล่าว่าวันเกิดเหตุช่วงเย็น เห็นนางอารยาอุ้มน้องภาคินออกมายืนหน้าบ้าน จากนั้นมีรถยนต์ขับมารับตัวน้องภาคินที่บริเวณหน้าบ้าน โดยคนที่เปิดประตูรถลงมารับตัวน้องภาคิน เป็นผู้ชายสวมเสื้อทหาร ใส่แว่นตาสีดำ มาคนเดียว นอกจากนี้ แม่เคยบอกอีกว่า เบื่อตนและน้องภาคินอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งตั้งแต่น้องหายตัวไป น้องภูบอกว่าเสียใจและคิดถึงน้องมาก

นางอารยา จุดธูปไหว้จอมปลวก

ล่าสุด เวลาประมาณ 17.30 น. นางอารยานำธูปจำนวน 36 ดอก มาจุดไหว้ขอขมาและนำขัน 5 มาไหว้ที่หน้าจอมปลวกขนาดใหญ่หน้าบ้าน

จอมปลวกหน้าบ้านน้องภาคิน

โดยจากการสอบถาม นางอารยาเล่าว่าประกอบพิธีตามความเชื่อ เนื่องจากร่างทรงแนะมาว่า น้องภาคินอาจอยู่บริเวณใกล้บ้าน แต่ยังไม่พบเห็นเนื่องจากมีบางสิ่งปิดบังตาไว้ เป็นเพราะไปเผาขยะข้างจอมปลวก ซึ่งใต้จอมปลวกนั้นมีความเชื่อว่าเป็นถ้ำพญานาค จึงประกอบพิธีเพื่อขอขมาเพื่อให้พบตัวลูก

keyboard_arrow_up