อึ้งเข้าไปอีก! เงินหายจากบัญชี กล้องจับภาพชัดโจรกด ATM แต่แบงก์ไม่ชดใช้ (คลิป)

วันที่ 4 เม.ย. 62 น.ส.จิตรดารัก แซ่ลิ้ม ร้องเรียนทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่าเงินในบัญชีธนาคารหายไป 50,000 บาท ทั้งที่ตนเองไม่ได้ไปถอน-โอน หรือกด ATM ออกมา โดยไปร้องเรียนธนาคาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่างโยนเรื่องกันไปมา โดย น.ส.จิตรดารัก เปิดเผยว่า เงินหายไปจากบัญชีธนาคารที่ 1 จำนวน 30,000 บาท ธนาคาร โดนมิจฉาชีพกดเงินไป 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 27 มิ.ย. 61 จำนวน 14,000 บาท และครั้งที่ 2 วันที่ 10 ก.ค. 61โดนกดเงินไป 16,000 บาท หลังจากนั้นจึงไปแจ้งธนาคารดังกล่าวให้รับทราบ ซึ่งธนาคารตรวจสอบแล้วปรากฎว่า มีคนไปกดเงินออกมา 2 ครั้งจริง ที่ตู้เอทีเอ็มสาขาซีคอนสแควร์ รหัสบัตรเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ตนเองยืนยันว่าวันดังกล่าว ตนเองไม่ได้ไปที่ห้างนั้นเลย

สมุดบัญชีเงินฝากที่ถูกกดเงินออกไป

หลังจากนั้น วันที่ 11 ก.ค. 61 ไปอัปเดตบุ๊กแบงก์ธนาคารแห่งที่ 2 ปรากฎว่าพบเงินหายไปอีก 20,000 บาท จึงแจ้งธนาคารที่ 2 โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเงินโดนกดออกมาก่อนหน้านี้ 20,000 บาท ถูกต้องทุกอย่าง พร้อมส่งภาพคนกดเงินตู้เอทีเอ็มหน้าห้างแถวซีคอนแสควร์ให้ดู ซึ่งเห็นเพียงด้านหลัง ไม่เห็นใบหน้า จึงไม่รู้ว่าเป็นใคร จึงไปแจ้งความที่ สน.พระโขนง แต่ตำรวจแนะนำให้ไปติดต่อที่ธนาคารสำนักงานใหญ่ของทั้ง 2 แห่ง

ขณะเดียวกัน สำนักงานงานใหญ่ของธนาคารยืนยันว่า การกดเงินตามระบบถูกต้อง รหัสถูกต้อง ต่อจากนี้ต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ ตนเองจึงคิดว่าฝากเงินกับธนาคารแล้วเงินหาย ทั้งที่ไม่ได้ไปกดเงินมา แต่ธนาคารกลับปัดความรับผิดชอบไปให้ตำรวจดูแล จึงอยากขอความเป็นธรรม

น.ส.จิตรดารัก แซ่ลิ้ม ผู้ร้องเรียน

ตนเองสงสัยว่าเงินถูกกดออกไปได้อย่างไร เนื่องจากบัตรเอทีเอ็มของธนาคารทั้ง 2 แห่ง อยู่กับตัวเอง โดยตรวจสอบไปที่ธนาคารทั้ง 2 แห่ง เจ้าหน้าที่บอกว่ารหัสบัตรก็ยังคงเป็นเลขเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ยืนยันว่าตนเองอยู่คนเดียว ไม่ได้อยู่กับลูกหลาน และบัตรอยู่กับตนเองตลอด ไม่รู้ว่าเงินหายไปได้อย่างไร จึงวอนเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจับคนร้ายให้ได้ และอยากให้ธนาคารรับผิดชอบ ถึงแม้เงิน 5 หมื่นบาท อาจจะไม่มากสำหรับคนอื่น แต่สำหรับตนเองแล้วเงินจำนวนนี้มีค่ามาก เพราะต้องเก็บไว้ดูแลตัวเอง

ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคง และความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์

ด้าน ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคง และความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ว่า กรณีดังกล่าวผู้เสียหายถูกคนร้ายดูดข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม โดยคนร้ายจะติดตั้งเครื่องสกิมเมอร์ไว้ที่ช่องเสียบบัตร แล้วแอบตั้งกล้องบนตู้เอทีเอ็มเพื่อดูและจดจำตัวเลขรหัสบัตร เวลาเรากดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีมานานแล้ว

ดังนั้น เมื่อคนร้ายไปกดเงินออกมา ข้อมูลจากธนาคารจึงบอกว่ามีคนไปกดเงินจริงตามระบบ ผู้เสียหายต้องไปขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อจะติดตามตัวคนร้ายที่มากดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มไปว่าเป็นใคร

keyboard_arrow_up