“ปิยบุตร” เคลียร์ไม่คิดล้มสถาบัน รับพบเจอคนหนีคดี ยึดหลักมนุษยธรรม (คลิป)

วันที่ 3 เม.ย. 62 รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 18.20 น. ภายหลังได้รับหมายเรียกเป็นพยาน กรณีอ่านแถลงการณ์ยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยระบุว่า ด้วยความฉุกละหุก จึงได้ให้ทนายความไปขอเลื่อนตามกำหนดการเดิม โดยที่ผ่านมา ตนและนายธนาธรต่างถูกนำเรื่องเก่า ๆ มาหยิบยกขึ้นมาโจมตีในช่วงหลังเลือกตั้ง กลายเรื่องบังเอิญที่อดไม่ได้ที่จะคิดว่ามีเบื้องหลังอะไรหรือไม่

รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่

ส่วนกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มาให้สัมภาษณ์กรณีซ้ายจัดดัดจริต และการอยู่การแบบไทย ๆ ตนอยากถามว่า แบบไทย ๆ นั้นคือเรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องที่ทหารมายึดอำนาจแบบซ้ำ ๆ อันนี้ตนไม่มองว่าเป็นแบบไทย ๆ ตนไปเรียนต่างประเทศ ทราบบริบทสังคมของที่นั่นดี และไม่เคยมาบอกว่าจะเอามาใช้ในไทย สิ่งที่ตน หรือพรรคอนาคตใหม่พูดและเสนอมาตลอดนั้น ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์เรื่องประชาธิปไตย การปฏิรูปกองทัพ หรือเรื่องอื่น ๆ ถือเป็นเรื่องปกติ หากใครมองว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นซ้ายตกขอบ คนเหล่านั้นก็น่าจะเป็นกลุ่มขวาหลุดขอบมากกว่า

รศ.ดร.ปิยบุตรกล่าวถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ.

รศ.ดร.ปิยบุตร ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขว่า ประเทศไทยก็ยังคงเป็นแบบนั้น แต่ที่ผ่านมามีการใช้สถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องโจมตีทางการเมือง ตนยืนยันมาตลอดว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จะยังคงอยู่สง่างายได้ด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่จากการศึกษาประวัติศาสตร์หลายประเทศที่ผ่านมา พบว่าระบบเผด็จการต่างหากที่ทำลายสถาบัน

ส่วนเรื่องแก้มาตรา 112 ตนเสนอมาตั้งแต่ 2555 ซึ่งบริบทช่วงเวลานั้นมีผู้ถูกนำมาใช้กล่าวหาเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง ณ ขณะนั้นตนจึงเสนอแนวคิดที่จะให้มีการลดโทษในความผิดตามกฎหมายมาตราดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันอัตราการเกิดคดีลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยที่ผ่านมาชนชั้นนำฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็เห็นปัญหานี้เช่นกัน

ส่วนกรณีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในลักษณะไม่อยากอยู่ประเทศไทยแล้ว ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนเคยผ่านมาแล้ว เช่น ปัญหาบนฟุตพาท สภาพการจราจรที่ติดขัด ซึ่งเป็นการบ่นถึงความอึดอัด การบ่นในลักษณะนี้ไม่ใช่การคิดร้ายต่อบ้านเมือง ส่วนเรื่องที่อยากให้ลูกไปเรียนต่างประเทศ เป็นคนละบริบทกับกรณีข้างต้น ตนยอมรับว่าตำแน่งทางวิชาการที่ตนมีในสังคมไทย อาจทำให้ลูกได้รับอภิสิทธิ์กว่าเด็กคนอื่น ๆ จึงอยากให้ลูกได้เรียนในประเทศที่ไม่มีอภิสิทธิ์ชน ซึ่งสำหรับกรณีอุ๊ หฤทัย เข้าร้องเอาผิดตนว่าอาจเป็นภัยต่อความมั่นคง ตนคิดว่าหากได้นั่งคุยกันแบบส่วนตัว ตนเชื่อว่าอุ๊ หฤทัยจะเข้าใจว่าตนไม่ได้คิดร้ายต่อบ้านเมือง

รศ.ดร.ปิยบุตรกล่าวถึงกรณี อุ๊ หฤทัย เข้าแจ้งความที่กองปราบ

นอกจากนี้ ภาพที่ปรากฏว่าตนร่วมถ่ายรูปกับบุคคลที่ลี้ภัยในคดีมาตรา 112 นั้น เช่น นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล  นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ซึ่งบุคคลเหล่านั้นตนรู้จักกันมาก่อน โดยเป็นเพื่อน เป็นครูบาอาจารย์ ซึ่งกรณีนายสมศักดิ์ ที่หนีไปอยู่ประเทศฝรั่งเศส ตนซึ่งไปฝรั่งเศสเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะภรรยาอยู่ที่นั่น หากถ้าตนไปแล้วไม่ไปเจอเขาเลย ถ้ากลัวว่าการไปมีรูปถ่ายกับเขา จะนำมาซึ่งความเดือดร้อนของตน ถามว่าตนจะเป็นเพื่อน เป็นลูกศิษย์กับเขาต่อได้ไหม นี่คือเหตุผลทางมนุษยธรรม

รศ.ดร.ปิยบุตร กล่าวถึงกรณีถ่ายภาพร่วมกับผู้หนีคดี

รศ.ดร.ปิยบุตรมั่นใจว่า เรื่องที่ถูกโจมตีจะไม่ทำให้โดนยุบพรรค หากถ้าได้นั่งคุยกันจะรู้ว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่อันตราย ตนไม่เคยบอกว่าประเทศไทยต้องเป็นสาธารณรัฐ ซึ่งความมั่นคงของชาติ ไม่ได้หมายถึงความมั่นคงของนายพลไม่กี่คน ตนไม่เคยเป็นปฏิปักษ์ต่อกองทัพ แต่เป็นปฏิปักษ์กับนายพลไม่กี่คนที่จ้องจะยึดอำนาจตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ปิยบุตร ยืนยันว่าตนยังคงจงรักษ์ภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ตนขอตอบชัดเจนว่าตนพร้อมและยินดี ถ้าหากได้เข้าไปเป็น ส.ส. ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว ที่จะเข้าไปร่วมในพระราชพิธีดังกล่าว

keyboard_arrow_up