ไม่สะทกสะท้าน! ธนาธร เชื่อกระบวนการยุติธรรมจะปกป้องและรักษาเอง

จากกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้รับหมายเรียกให้เข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116(2) (3) ยุยงปลุกปั่นฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ให้ที่พักพิงผู้ต้องหา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ปทุมวัน ตามหมายเรียก เวลา 10.00 น. วันที่ 6 เม.ย. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

วันนี้ (3 เม.ย.62) ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ นายธนาธร พร้อมสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ได้ขึ้นรถแห่ขอขอบคุณคะแนนเสียงที่ประชาชนในพื้นที่ กทม.โหวตให้กับพรรคมากที่สุด โดยก่อนขึ้นรถแห่ นายธนาธร ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า การจะนำพาประเทศไทยเข้าสู่ประชาธิปไตยจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งจากการเลือกตั้งก็เห็นได้ชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหามากน้อยแค่ไหน คิดว่าควรยอมรับความจริงว่าเนื้อหาและที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยและใช้งานจริงไม่ได้ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ก็ได้มีจุดยืนต่อเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่าจะต้องแก้ไขไม่ช้าก็เร็ว

ส่วนประเด็นที่โดนหมายเรียกนั้นตนไม่ทราบว่ารายละเอียดของคดีดังกล่าวเกิดจากสาเหตุอะไร เพราะได้รับแค่หมายเรียกเท่านั้น ก็จะไปรอฟังในวันที่ 6 เม.ย. นี้เช่นเดียวกันว่าเป็นคดีอะไร โดยในส่วนของตนและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ยังมุ่งมั่นและแน่วแน่ ไม่หวั่นกลัว หรือ สะทกสะท้าน ตนและ อ.ปิยบุตร เตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้จะต้องเกิด รู้อยู่แล้วว่าจะต้องโดนกระทำเช่นนี้ และพรรคอนาคตใหม่ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง พรรคอนาคตใหม่ไม่มีคุกไม่มีตะรางไม่มีปืนไม่มีรถถัง อาวุธเดียวที่มีคือพรรคอนาคตใหม่พรรค ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ว่าจะต่อสู้กับเผด็จการทหารอย่างเข้มแข็งในอนาคต

นายธนาธร ยังกล่าวต่อว่า ตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่จะปกป้องรักษาพวกเรา และเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพวกเรา ซึ่งในการไปรับทราบข้อกล่าวหาในครั้งนี้ก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ ยืนยันว่า ตนและ อ.ปิยบุตร ไม่ได้เป็นภัยต่อประเทศ แต่เป็นภัยคุกคามต่อกองทัพที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตยและประชาชน

keyboard_arrow_up