ธนาธร เจอหมายเรียกมาตรา 116 “ยุยงปลุกปั่น – เป็นภัยต่อความมั่นคง”

ที่ 3 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้มีการโพสต์ภาพหมายเรียกจาก สน.ปทุมวัน ให้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 6 เมษายน เพื่อรับทราบข้อหา…

“ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือด้วยวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดหรือผู้ต้องหาว่า กระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม”

ทั้งนี้นายธนาธร ได้โพสต์ข้อความต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วยว่า…

เมื่ออำนาจมืดไม่ยอมปล่อยอนาคตใหม่

ผมเพิ่งกลับจากการเดินสายขอบคุณประชาชน 2 วัน 5 จังหวัด เริ่มจากจันทบุรี ตราด ระยอง ต่อด้วยฉะเชิงเทราและสมุทรปราการ ขึ้นรถแห่มาราธอนทั้งวัน แดดร้อนของเดือนเมษายนไม่ได้ทำให้ทีมอนาคตใหม่ย่อท้อ เพราะรอยยิ้มและการโบกมือต้อนรับจากประชาชนเนืองแน่นทุกพื้นที่ สมกับที่ทั้ง 5 จังหวัดเป็นเขตที่อนาคตใหม่ทำคะแนนได้ดีเยี่ยม และได้ ส.ส. เขตรวมกันถึง 7 คน ใน 5 จังหวัด

แต่กลับมาถึงบ้านยังไม่ทันจะได้พัก กลับเจอเรื่องร้อนที่ไม่น่าจะเป็นเรื่อง มีหมายเรียกมารอผมที่บ้าน กล่าวหาว่าผมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และให้ผมไปรายงานตัวที่ สน. ปทุมวัน วันที่ 6 เมษายนนี้ เวลา 10 โมงเช้า ซึ่งผมก็ยังสงสัยอยู่ว่า ผมไปก่อความกระด้างกระเดื่องหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศตอนไหน ในเมื่อตลอดปีที่ผ่านมา เวลาเกือบทั้งหมดในแต่ละวันของผม ทุ่มไปกับการพบปะประชาชนใน 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย แทบจะไม่ได้เจอหน้าลูกๆด้วยซ้ำ

เป็นที่แน่ชัดว่าเกมการเมืองเก่าไม่ใช่แค่ไม่ยอมยุติลงหลังเลือกตั้ง แต่กลับยิ่งเข้มข้นขึ้น เพราะพวกเขากำลังกลัวอนาคตใหม่ กลัวชัยชนะที่เกินความคาดหมายของหลายๆ คน กลัวความจริงที่ว่าการเมืองที่ชูนโยบาย อุดมการณ์ สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาได้ สร้างแรงสนับสนุนจากประชาชนได้โดยไม่ต้องใช้เงินหรืออิทธิพล กลัวความจริงที่ว่ามีคนเกือบ 6 ล้าน 3 แสนคนที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ด้วยใจบริสุทธิ์

ผมจะไปตามหมายเรียกครั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพื่อพิสูจน์ว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยจะไม่ศิโรราบยอมตนเป็นเครื่องมือเผด็จการ ผมไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจรัฐในมือ ไม่มีมาตรา 44 ไม่มีปืนหรือคุกตารางไว้จัดการคนที่อยู่ตรงข้าม แต่ผมเชื่อมั่นว่ามีประชาชนหลายล้านคนที่รักความเป็นธรรม ยืนเคียงข้างผม และพร้อมจะแสดงออกว่าพวกเขาไม่ยอมทนกับอำนาจมืดที่จ้องทำลายอนาคตใหม่

แล้วพบกันครับ

keyboard_arrow_up