น.ศ. หนุ่มลืมไอโฟนบนแท็กซี่ ล่าจนเจอแต่โชเฟอร์ปากแข็ง ญาติโดดชกอ้างเก็บได้ไม่ใช่ขโมย (คลิป)

วันที่ 2 เม.ย. 62 ความคืบหน้าจากกรณี เพจเฟซบุ๊ก “”รถตระเวนข่าว V.2” โพสต์คลิปวิดีโอ บัณฑิตหนุ่มดีกรีเดือนมหาวิทยาลัย ลืมโทรศัพท์มือถือบนรถแท็กซี่ แล้วไปตามเอาคืนถึงบ้านคนขับรถแท็กซี่ โดยในคลิปพยายามอ้อนวอนคนขับว่า ถ้าเอาไปขายร้านไหนให้บอก จะไปตามซื้อคืน เพราะงานทั้งหมดอยู่ในมือถือ แต่แท็กซี่ออกพิรุธ ชกต่อย และขว้างปาข้าวของใส่ สุดท้ายทำของหลุดมือ เจอเคสมือถือหล่นพื้นหลายชิ้น หนึ่งในนั้นมีของเจ้าตัวรวมอยู่ด้วย

ล่าสุด นายอนุวิท กมลศิริวัฒน์ อายุ 24 ปี เจ้าของโพสต์ เปิดเผยว่า เหตุเกิดวันอาทิตย์ที่ 31 มี.ค.62 เวลาประมาณ 16.00 น. ตนเองนั่งแท็กซี่กลับบ้าน พอลงจากรถถึงรู้ตัวว่าโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 พลัสหายไป คาดว่าลืมไว้บนรถแท็กซี่ จึงรีบใช้โทรศัพท์ที่บ้านโทร. เข้าเครื่องตัวเองนับ 10 ครั้ง กระทั่งปลายสายปิดเครื่อง หลังจากนั้น ตนเองออกไปหา รปภ. หน้าหมู่บ้าน เพื่อขอเลขทะเบียนรถแท็กซี่คันดังกล่าว และเดินทางไป สน.สายไหม เพื่อขอที่อยู่และทะเบียนราษฎร์ของคนขับ หลังจากนั้น ตำรวจบอกว่าต้องใช้เวลาดำเนินการ 3 วัน ตนเองคิดว่าถ้ารอ 3 วัน โทรศัพท์ก็คงจะโดนขายไปแล้ว จึงตัดสินใจลงพื้นที่ไปหาตามที่อยู่ของคนขับแท็กซี่ ย่านลาดพร้าว

ปรากฎว่า เมื่อตนเองไปถึงหน้าบ้าน คนขับแท็กซี่มีอาการตกใจมากทันทีที่เจอกัน ตนเองจึงถามว่า “นี่รถลุงใช่ไหม ลุงเอาโทรศัพท์ผมไปใช่ไหม” แต่คนขับก็เดินเข้าบ้าน ขณะนั้นกลัวว่าคนขับจะเอาโทรศัพท์ตนไปซ่อน จึงตัดสินใจเดินตามเข้าไปในบ้าน โดยถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน เพราะยังให้เกียรติคนขับแท็กซี่อยู่

ภาพจากคลิปที่นายอนุวิทเข้าไปขอโทรศัพท์คืนจากคนขับแท็กซี่

หลังจากนั้น คนขับรถแท็กซี่ได้เขวี้ยงกระเป๋าใส่ตน พร้อมบอกว่าของพังหมดแล้ว ของผู้โดยสารถ้าเจอก็จะเอาไปคืนหมดแล้ว เมื่อแฟนของตนซึ่งไปด้วยกัน เห็นมีเคสโทรศัพท์มือถือหล่นมาจากกระเป๋าใบหนึ่งที่คนขับแท็กซี่เขวี้ยงใส่ จึงจะหยิบออกมาดู แต่คนขับแท็กซี่ปรี่เข้ามาชกหลายครั้ง และหยิบหินและไม้เขวี้ยงใส่ ขณะนั้นมีชายอ้วนชุดดำที่คาดว่าเป็นญาติมาล็อกตัวตนไว้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง โดยมีข้างบ้านบอกว่าคนขับแท็กซี่สติไม่ค่อยดี และตนเองอาจโดนฟ้องกลับข้อหาบุกรุก หลังจากไม่ได้มือถือคืน ตนต้องก้มหน้ารับชะตากรรมต่อไป ตำรวจบอกว่าตอนนี้ตนเองทำอะไรไม่ได้ เพราะเจ้าของบ้านจะแจ้งข้อหาบุกรุก โดยตำรวจขอบัตรประชาชนคนขับแท็กซี่ไป ในฐานะผู้ต้องสงสัย ตนเองจึงกลับบ้าน และโพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเฟซบุ๊กส่วนตัว

นายอนุวิท กมลศิริวัฒน์ เจ้าของโพสต์

อย่างไรก็ตาม นายอนุวิทยืนยันว่า คนขับแท็กซี่ปกติดี ไม่ได้มีอาการป่วยดังที่กล่าวอ้าง ตอนที่ตนโดยสารมาก็พูดคุยปกติ คนสติไม่ดีจะขับรถทั่วกรุงเทพฯ ได้อย่างไร แล้วเขาจะโมโหชกตนเองทำไม ถ้าไม่ได้เอามือถือไป และยืนยันด้วยว่าไม่ได้ปรักปรำ แต่พฤติกรรมหลายอย่างของคนขับแท็กซี่ทำให้ตนเองเชื่อว่า คนขับแท็กซี่ขโมยโทรศัพท์ไป ทั้งนี้ตำรวจ สน.ลาดพร้าว ได้แนะนำให้นำเคสมือถือไปตรวจลายนิ้วมือต่อไป และอยากบอกว่า ขึ้นแท็กซี่อย่าไว้ใจใคร สมัยนี้ไว้ใจไม่ได้ ตนเองขึ้นรถแท็กซี่ยังเจอเรื่องแบบนี้ ยังไม่ปลอดภัย เสียทั้งเวลา เสียทั้งงาน และเสียทั้งทรัพย์สิน หากเมื่อวานหากคนขับรถแท็กซี่มีมีด ตนเองคงบาดเจ็บมากกว่านี้

ด้านญาติคนขับแท็กซี่ได้ให้ข้อมูลว่า นายอนุวิทได้มาตามหามือถือที่บ้าน และได้มีการบุกเข้ามาชกคนขับแท็กซี่ก่อน จากนั้นนายอนุวิทได้มีการตะโกนของค้นกระเป๋าของคนขับแท็กซี่ ซึ่งคนขับแท็กซี่ได้มีการเขวี้ยงกระเป๋าให้ค้น ในส่วนของเคสมือถือนายอนุวิทนั่น คนขับแท็กซี่บอกว่าเจอมา แต่ไม่เห็นตัวเครื่องโทรศัพท์แต่อย่างใด

ทั้งนี้ คนที่ทำร้ายนายอนุวิทเป็นหลานของคนขับแท็กซี่ เนื่องจากส่วนตัวตนเชื่อว่า คนขับแท็กซี่ไม่มีทางทำแบบนี้ เพราะคนขับแทกซี่เป็นคนใจเย็น อีกทั้งยังมีความพิการหูขวาไม่ได้ยินอีกด้วย

 

keyboard_arrow_up