ชาวบ้านโวยวัดล็อกประตูขังเหตุค้างค่าเช่า – วัดเผยต้องจ่ายตามสัญญา

จากกรณีที่ชาวบ้านชุมชนวัดชัยพฤกษ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ร้องเรียนว่าถูกทนายและคนของวัดเข้ามาล็อกประตูขังชาวบ้าน เหตุเพราะไม่จ่ายค่าเช่าที่ค้างไว้หลายเดือน ซึ่งชาวบ้านที่ติดอยู่ด้านในได้โทรให้เพื่อนบ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยเหลือ กระทั่งทนายของวัดยอมปลดกุญแจให้และพูดคุยไกล่เกลี่ย ที่ สน.ตลิ่งชัน เบื้องต้นผู้เช่ากล่าวได้รับปากว่าจะเร่งทยอยจ่ายค่าเช่าที่ค้างไว้ จึงทำให้ฝั่งทนายของวัดดังกล่าว ยอมรับเงื่อนไขและขอให้ผู้เช่าย้ายออกภายในสิ้นเดือน เม.ย. 62 นี้

บรรยากาศช่วงคุยกับตัวแทนวัด

วันที่ 2 เม.ย. ตัวแทนวัดชัยพฤกษ์ กล่าวกับทีมข่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านละแวกนี้ไม่เคยมีปัญหากับวัด แม้กระทั่งเรื่องการจ่ายค่าเช่าที่ของวัด ซึ่งตึกแถวรอบบริเวณวัดที่ชาวบ้านอาศัยนั้นถือเป็นพื้นที่ของวัดมานานแล้ว และที่วัดอนุญาตให้ชาวบ้านเข้ามาอาศัย ทำมาหากิน เพื่อเป็นการสร้างทานและช่วยเหลือชาวบ้าน แต่การที่ชาวบ้านมาอยู่ในพื้นที่ของวัด ก็ต้องจ่ายค่าเช่าที่ตามข้อตกลงที่ทำสัญญากันไว้ ซึ่งในหนังสือสัญญาเขียนระบุไว้แล้วว่า หากผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่า วัดมีสิทธิที่จะล็อกกุญแจเพื่อยึดพื้นที่ได้ทันที แต่เมื่อถามถึงความเหมาะสมของการยึดพื้นที่คืน ทั้งที่ชาวบ้านยังไม่พร้อม ปรากฏว่าวัดเชิญทีมข่าวออกไป และไม่ให้สัมภาษณ์ต่อ

นายธีรพล พุ่มเชื้อ คณะกรรมการชุมชนวัดชัยพฤกษ์

ด้านนายธีรพล พุ่มเชื้อ อายุ 67 ปี คณะกรรมการชุมชนวัดชัยพฤกษ์ เผยว่า ทุกวันนี้ชาวบ้านในชุมชนอยู่กันอย่างไม่เป็นสุข เพราะไม่รู้ว่าวันไหนจะถูกไล่ที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองอยู่ที่ชุมชนนี้มานานหลายปี ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับวัด ทั้งที่รู้ว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ของวัด แต่วัดก็ไม่เคยเข้ามากดขี่ชาวบ้านด้วยการทวงค่าเช่าแบบนี้

กระทั่งเจ้าอาวาสคนใหม่เข้ามาเมื่อปี 2554 ชุมชนก็เริ่มเปลี่ยนไป มีการเพิ่มค่าเช่าที่ และไล่ชาวบ้านที่เช่าที่ของวัดออกไป หลังวัดเสียผลประโยชน์เรื่องพื้นที่เวนคืนเพื่อนำไปสร้างคอนโด บางรายทนไม่ไหวก็ต้องออกไปหาที่อยู่ใหม่ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผ่านมาวัดจะล็อกกุญแจไม่ให้ชาวบ้านเข้าออกเพราะค้างค่าเช่า โดยที่ชาวบ้านไม่ได้เตรียมตัวเก็บข้าวของที่อยู่ในบ้าน ทำให้คนในชุมชนตั้งคำถามว่า การที่วัดไล่ที่ชาวบ้านค้างค่าเช่าด้วยการล็อกประตูแบบนี้ เป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า กรณีที่ชาวบ้านถูกกักขังนั้น สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ เพราะถือเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว แต่ขณะนี้ยังไม่มีชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาแจ้งความแต่อย่างใด

keyboard_arrow_up