ถึงจะอยากปฏิเสธ แต่เชื่อเถอะว่า…โลกนี้ยังมี “ทาส” ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย

ถึงจะมีข้อมูลว่าประเทศไทยนั้นมีการเลิกทาส และห้ามไม่ให้มีการครอบครองทาสมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว แต่คงมีคนอีกจำนวนหนึ่งก็เกิดคำถามอยู่ในใจว่า ทาสนั้นหายไปจากไม่ได้หายไปจากสังคมมนุษย์แล้วจริงหรือไม่ และยังมีอีกหลายคนที่อาจรู้สึกว่าตนเองมีความเป็น “ทาส” ในตัวเองอยู่ และถ้าคุณคือคนหนึ่งที่กำลังคิดว่าตัวเองเป็นทาสของขององค์กร หรือของใครก็ตาม นี่คือเพื่อนๆ ทาสของคุณอีก 40.3 ล้านคนที่กระจายอยู่บนโลกใบนี้

จากข้อมูลของ Walk Free Foundation ที่ได้ออกรายงานเรื่อง The Global Slavery Index 2018 เพื่อรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับ ทาสสมัยใหม่ (modern slavery) และการดำเนินงานของประเทศต่างๆเพื่อต่อต้านการใช้ทาสสมัยใหม่ พบว่าโลกนี้มีทาสสมัยใหม่ 40.3 ล้านคน ส่วนใหญ่ (71%) เป็นผู้หญิง และส่วนใหญ่ (61%) เป็นการบังคับใช้แรงงาน และที่เหลือเป็นการบังคับการแต่งงาน

โดยในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิคมีทาสสมัยใหม่ 24.99 ล้านคน จำแนกเป็นการบังคับใช้แรงงาน 66% และการบังคับการแต่งงาน 34% โดยอินเดียเป็นประเทศที่มีทาสสมัยใหม่มากที่สุดในภูมิภาคและในโลก จำนวน 7.9 ล้านคน รองลงมา คือ จีน (3.8 ล้านคน) ปากีสถาน (3.1 ล้านคน) เกาหลีเหนือ (2.6 ล้านคน) ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะมีจำนวน 610,000 คน

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่มีการดำเนินการต่อต้านทาสสมัยใหม่อย่างเข้มแข็ง คือ เนเธอร์แลนด์ สหรัฐฯ อังกฤษ สวีเดน และเบลเยี่ยม ส่วนประเทศที่มีการดำเนินการต่อต้านทาสสมัยใหม่น้อยมาก คือ เกาหลีเหนือ ลิเบีย อิหร่าน คองโก และซูดาน

ทั้งนี้ ความเป็นทาสจากข้อมูลดังกล่าวนั้น ไม่ได้หมายรวมแค่การตกเป็นข้ารับใช้ หรือเครื่องมือของขบวนการค้ามนุษยเท่านั้น แต่หมายถึงผู้คนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากธุรกิจ และไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมายแรงงาน ซึ่งทำให้เราต้องหันมาตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่า…ในโลกแห่งเสรีภาพทุกวันนี้ มันไม่มีความเหลื่อมล้ำอยู่จริงหรือไม่ และนโยบายขายฝันของคนบางกลุ่มนั้นทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นจริงหรือเปล่า หรือนั่นจะเป็นเพียงการสร้างบันไดมีชีวิตให้คนเหล่านั้นก้าวขึ้นไปอย่างมั่นคงเท่านั้น

keyboard_arrow_up