“ภูมิธรรม” บ่นสุดแพง ค่าต่อท่ออำนาจ ฉะ กกต.ทำการเลือกตั้งบิดเบี้ยว

วันที่ 29 มี.ค. 62 นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ราคาที่ต้องจ่าย เพื่อการต่อท่ออำนาจ ของใครบางคน…แพงเหลือเกิน”

ภายหลังจากการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 มีปรากฎการณ์ที่ผิดปกติหลายอย่างเกิดขึ้น โดยเฉพาะผลคะแนนการเลือกตั้ง ที่แปรเปลี่ยน สับสน จนหาข้อสรุปไม่ได้ ทั้งที่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาสามารถจัดการผลคะแนนได้ภายในเวลาเพียง 3-4 ชั่วโมงหลังปิดหีบคะแนนก็ทราบผลอย่างไม่เป็นทางการแล้ว

ผมอยากตั้งคำถามว่าการออกแบบกลไกการเลือกตั้งวันนี้ กำลังสร้างผลกระทบอะไรกับประเทศ…ทำไมสังคมไทยเราต้องยอมจ่ายต้นทุนราคาแพงมากมายขนาดนี้ เพื่อแลกกับการต่อท่ออำนาจให้บุคคลคนหนึ่งได้นั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป ประชาชนไทยเราจะได้อะไรจากการลงทุนขนาดนี้หรือ?

ตั้งแต่การตีความแบบมหัศจรรย์กับนิยามคำว่า “เจ้าหน้าที่รัฐ” ที่คนใกล้ชิดต่างให้ความหมายปกป้องกันไปมา และสลับกันใช้ตำแหน่งในรัฐบาลไปทำกิจกรรมที่เกื้อหนุนประโยชน์กลุ่มตน

การจัดการเลือกตั้งที่ เสมือน”ไร้การจัดการ “บิดเบี้ยว ผิดเพี้ยนอย่างมโหฬารของ กกต.จนผู้คนหลายแสนคนพร้อมใจกันตั้งคำถามต่อ ความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของ กกต. ครั้งนี้

การใช้”กลไกรัฐ”เข้าคุกคามนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามในหลายพื้นที่รวมถึงการสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนเพื่อยุติความสนับสนุนพรรคการเมืองที่เขาไว้วางใจ

ยังไม่นับรวมข้อมูลที่ว่อนในโซเชียล มีเดีย ถึงการใช้เงินจำนวนมากก่อนวันเลือกตั้ง แม้ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่ข้อมูลที่บอกเล่ากันมาก็ส่งสัญญาณความไม่ปกติให้สังคมรับรู้

สิ่งที่”ผู้คุมอำนาจ” ใช้อำนาจกระทำการทั้งหมดในเวลานี้ เป็นการส่งผลกระทบด้านลบอย่างยิ่งต่อศักดิ์ศรีของประเทศ หลังจากการเลือกตั้งส่งผลให้”ต่างชาติ”ขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน ดัชนีตลาดหุ้นตก นานาประเทศกล่าวถึงการเลือกตั้งว่าส่อแสดงถึงความไม่ปกติและเรียกร้องให้มีการจัดการอย่างโปร่งใสเป็นธรรม แม้จะแสดงออกว่าไทยมีการจัดการเลือกตั้ง แต่ผลที่ออกมาก็ไม่ได้สร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน อันรวมถึงรัฐบาลจากประเทศต่างๆที่แสดงความห่วงใยและส่งข้อเรียกร้องมายัง กกต.

การกระทำใดๆ ที่ผู้มีอำนาจทั้งหลายได้ดำเนินการในวันนี้ กำลังเป็นการนำเอาต้นทุนความน่าเชื่อถือของประเทศและความมั่นคงของประชาชน ไปแลกกับการยึดพื้นที่เพื่อต่อท่ออำนาจ เป็นการเลือกตั้งที่จ่าย”ราคาแพง” ไม่ใช่เพียงงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น แต่หมายถึงการสูญเสียเวลาและโอกาสที่ประชาชนจะสร้างทางเลือกใหม่ให้แก่อนาคตตนเอง

การเลือกตั้งปี 2562……จึงเป็นความทรงจำในหน้าประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ ซ้ำรอยเฉกเช่นเดียวกับ การเลือกตั้งในปี 2500 ที่ถูกบันทึกไว้ว่า เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งของการเมืองไทย

keyboard_arrow_up