คดีพลิก! แก๊งไฟแนนซ์แจ้งจับลูกหนี้ หลังถูกทืบไปยึดรถ “เดชา” ชี้ดึงกุญแจไม่ผิด (คลิป)

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุ กลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คน อ้างเป็นไฟแนนซ์ ได้รับมอบอำนาจบริษัทธนาคารธนชาติให้เข้ายึดรถยนต์เก๋งสีดำ แต่เกิดเหตุชลมุนขึ้นมา เป็นเหตุให้หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุขเข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลกระบี่ เหตุเกิดภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่

ภาพจำลองเหตุการณ์

โดย น.ส.ดวงใจ อายุ 37 ปี ผู้ขับรถคันดังกล่าว เล่าว่า ขณะตนขับมาส่งลูกเพื่อสมัครเรียนภายในโรงเรียน ก็ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คน ที่ติดตามมาเข้าดึงกุญแจ ตนตกใจมากจึงได้โทรขอความช่วยเหลือจากพรรคพวกที่รู้จักกัน ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้บอกกับกลุ่มชายฉกรรจ์ว่า รถคันดังกล่าวไม่ใช่ของตน เป็นรถที่ยืมมาจากเพื่อน ขณะเดียวกันกลุ่มเพื่อนๆ มาถึงที่เกิดเหตุ ก็ทะเลาะและชุลมุนขึ้นมา

พ.ต.ท.ชาติชาย นาคปักษี พนง.สอบสวน สภ.เมืองกระบี่

วันที่ 28 มี.ค.62 พ.ต.ท.ชาติชาย นาคปักษี พนง.สอบสวน สภ.เมืองกระบี่ กล่าวว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 มี.ค. กลุ่มไฟแนนซ์ เข้าแจ้งความว่าได้รับมอบอำนาจจากบริษัทธนชาติ ให้ติดตามยึดรถเก๋งคันดังกล่าวเนื่องจากค้างผ่อนชำระ 21 งวด และเป็นผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ ขณะแย่งกุญแจกันจากฝ่ายที่อ้างว่าเป็นเจ้าของรถ
อย่างไรก็ตามได้นัดสอบปากคำผู้บาดเจ็บ ให้นำใบรับรองแพทย์มาด้วย และจะนัดกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุทำร้ายไฟแนนซ์ มาสอบปากคำด้วยเช่นกันว่ารถคันดังกล่าวใครเป็นผู้ครอบครอง เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์

ด้านทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เผยว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ชายที่เข้าไปขอรถคืนจาก น.ส.ดวงใจ เป็นลูกศิษย์ของตน เนื่องจากตนเป็นวิทยากรฝึกอบรมการยึดรถของธนาคารดังกล่าว หลังจากเกิดเรื่องลูกศิษย์ก็ได้เข้ามาปรึกษาตน เล่าว่าติดตามรถคันดังกล่าวมาที่โรงเรียนและเจอผู้หญิงที่ครอบครองรถ จึงขอรถจากผู้หญิงคนดังกล่าว โดยแสดงหนังสือมอบอำนาจว่ามาจากธนาคารใดตามระเบียบ รวมถึงแต่งกายเรียบร้อยเพื่อที่จะมายึดรถ เนื่องจากรถคันดังกล่าวค้างค่างวดมากว่า 20 งวด รวมทั้งบอกเลิกสัญญา

หลังจากนั้น น.ส.ดวงใจ ก็ไม่ยินยอมจึงเรียกพรรคพวกมา จนนำไปสู่การทำร้ายร่างกายลูกศิษย์ของตน ลูกศิษย์ของตนก็ได้รับบาดเจ็บ และยังไม่ได้ร้บรถคืน ตนก็มองว่า ลูกศิษย์ก็แต่งตัวดีไม่เหมือนโจร แต่เหมือนพระเอกหนังเสียมากกว่า เมื่อตนทราบเรื่องก็ได้แนะนำให้ลูกศิษย์เข้าแจ้งความ เนื่องจากรถได้ถูกบอกเลิกสัญญาแล้ว ผู้ที่ใช้รถในวันดังกล่าวจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ต้องคืนรถให้แก่ผู้ที่มาขอรถคืน

ท้ายที่สุดนี้ ตนอยากบอกว่า อยากให้อีกฝ่ายคืนรถให้กับเจ้าของ เนื่องจากถ้ามีการขัดขวางไม่ยอมคืนรถนั้น ก็จะโดนข้อหายักยอกทรัพย์ และในส่วนที่เรียกบุคคลอื่นมาทำร้ายร่างกาย ก็จะโดนข้อหาดังกล่าวด้วย

keyboard_arrow_up