คุณประโยชน์มากมายของ “กัญชา” เมื่อถูกนำไปใช้ในทาง “การแพทย์”

ในสายตาของใครหลายๆ คน “กัญชา” อาจจะเป็นยาเสพติดที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ด้วยกระแสโลกในปัจจุบัน รวมทั้งในบ้านเราเอง ต้องยอมรับว่ากัญชากลายเป็นพืชทางเลือกที่อาจมีผลทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยยะสำคัญได้ แถมยังมีพรรคการเมืองดังที่เสนอนโยบายผลักดันกัญชาเป็นแนวทางหลักในการหาเสียงอีกด้วย

มาถึงต้องนี้เชื่อว่าคงมีหลายคนที่สงสัยแล้วว่ากัญชานั้นมีดีขนาดนั้นจริงหรือไม่ งั้นเอาเป็นว่าวันนี้ Amarin TV ขอพาไปทำความรู้จักกับด้านสว่างของพืชที่เข้าข่ายยาเสพติดนี้สักนิดดีกว่า ว่ามันมีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างไรบ้าง

แม้ กัญชา เป็นพืชเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แต่ขณะเดียวกันก็เป็นยารักษาโรคได้เช่นกัน โดยในทางเภสัชวิทยา องค์ประกอบที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหลักของกัญชา คือ เตตระไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ซึ่งเป็นสารประกอบหนึ่งจาก 483 ชนิดที่ทราบว่าพบในต้นกัญชา ซึ่งสารอื่นที่พบมีแคนนาบินอยด์อีกอย่างน้อย 84 ชนิด เช่น แคนนาบิไดออล (CBD) แคนนาบินอล (CBN) เตตระไฮโดรแคนนาบิวาริน (THCV)[3][4] และ แคนนาบิเจอรอล (CBG)

ปัจจุบันกัญชาใช้เป็นยานันทนาการหรือยารักษาโรค และเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนาหรือวิญญาณ มีบันทึกการใช้กัญชาครั้งแรกตั้งแต่สหัสวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล นับแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 กัญชาถูกจำกัดตามกฎหมาย โดยปัจจุบันการครอบครอง การใช้หรือการขายการเตรียมกัญชาปรุงสำเร็จซึ่งมีแคนนาบินอยด์ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทผิดกฎหมายในประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก สหประชาชาติแถลงว่า กัญชาเป็นยาผิดกฎหมายที่ใช้มากที่สุดในโลก ในปี 2547 สหประชาชาติประมาณการบริโภคกัญชาทั่วโลกชี้ว่าประมาณ 4% ของประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลก (162 ล้านคน) ใช้กัญชาทุกปี และประมาณ 0.6% (22.5) ใช้ทุกวัน

จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า ในกัญชามีสารออกฤทธิ์สำคัญ 2 ชนิด ที่สามารถนำมาใช้บำบัดหรือรักษาโรค ได้แก่

สาร CBD (Cannabidiol) : มีคุณสมบัติลดอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบของแผล ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ลดอาการชักเกร็ง และลดอาการคลื่นไส้
สาร THC (Tetrahydrocannabinol) : มีคุณสมบัติต่อจิตประสาท ทำให้เกิดความผ่อนคลาย และเคลิบเคลิ้ม หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยลดอาการตึงเครียดได้

นอกจากนี้ยังมีรายงานการใช้กัญชาในรูปแบบสเปรย์เพื่อรักษาโรคหอบหืดอีกด้วย ปัจจุบันนี้มีหลายประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฎหมาย ได้แก่

ออสเตรเลีย : กำหนดให้การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ถูกกฎหมาย ตั้งแต่ปี 2016
สหราชอาณาจักร : มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้แล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2018
ในเกาหลีใต้ : มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้แต่มีการควบคุมอย่างเคร่งครัด
เลโซโท : ประเทศแรกในทวีปแอฟริกันที่อนุญาตให้มีการเพาะปลูกกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฎหมาย
สหรัฐอเมริกา : อนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้แล้วทั้งหมด 33 จากทั้งหมด 50 รัฐ

ส่วนใน ประเทศไทย ได้มีการเผยแพร่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2562 ที่ระบุให้กัญชาสามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคได้ แต่ต้องพัฒนาสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับการนำมาใช้รักษาโรค แต่ทั้งนี้ กัญชายังคงเป็นยาเสพติดผิดให้โทษตามกฎหมายเช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม การใช้กัญชาเพื่อหวังผลด้านการออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แม้ว่าจะทำให้อยู่ในภาวะเคลิ้ม ความผ่อนคลาย และความอยากอาหารเพิ่มขึ้น แต่ก็มีผลข้างเคียงรุนแรงต่อระบบความจำระยะสั้นลดลง ทำให้ปากแห้ง และส่งผลให้ทักษะการเคลื่อนไหวบกพร่อง ตาแดง และมีรู้สึกหวาดระแวงหรือวิตกกังวลได้

keyboard_arrow_up