กะเทยซวยตายฟรีคาร้านลาบ ฆาตกรแค้นสาวแจ้ง ตร.จับยา อ้างกะไม้ตีแต่ก๊วนส่งปืนฆ่า (คลิป)

จากกรณีคนร้ายบุกยิง น.ส.เพชรลัดดา อายุ 43 ปี มีอาชีพนักร้อง ได้รับบาดเจ็บสาหัส และนายอัมรินทร์ อายุ 35 ปี สาวประเภทสองเสียชีวิต บริเวณร้านอาหาร ริมถนนสาย 347 ปทุมธานี-บางปะหัน หมู่ที่5 ต.วัดตูม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะหลบหนีไป โดยเหตุเกิดเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 25 มี.ค. 62

บริเวณจุดเกิดเหตุ

ล่าสุดวันที่ 26 มี.ค. 62 ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา สามารถจับกุม 2 คนร้ายไว้ได้ ทราบชื่อคือนายกานต์ มีวงษ์สม หรือ เอส อายุ 30 ปี มือปืน และนายจุมพล นาคนาคา หรือ โอ๋ อายุ 34 ปี พร้อมนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยนายกานต์ให้การรับสารภาพว่า เคยทำงานที่เดียวกันกับน.ส.เพชรลัดดา เป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ ใกล้กับที่เกิดเหตุ อีกทั้งยังเคยมีปากเสียงกันถึงขั้นลงไม้ลงมือ ต่อมา น.ส.เพชรลัดดา ได้ออกจากงานไป และมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจค้น นายกานต์ว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติด จึงสร้างความโกรธแค้น จนกระทั่งมาวันเกิดเหตุ นายกานต์ ได้มาพบน.ส.เพ็ชรลัดดา ที่นั่งรับประทานอาหารอยู่กับเพื่อน จึงได้เข้าไปใช้อาวุธปืนยิงทั้งคู่ก่อนหลบหนี กระทั่งถูกจับกุมตัว  (อ่าน : รวบ 2 มือปืนโหด บุกยิงนักร้องสาว-เพื่อนกะเทย คาร้านลาบ เผยปมแค้น ชี้เบาะแสเสพยา)

นายบรรจง พุทธบุตร พ่อของ น.ส.เพชรลัดดา ผู้บาดเจ็บ

นายบรรจง พุทธบุตร อายุ 66 ปี พ่อของ น.ส.เพชรลัดดา เปิดเผยว่า คืนที่ผ่านมาทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ และคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ส่วนตัวก็สบายใจส่วนหนึ่ง แต่ในใจลึก ๆ ก็ยังไม่พอใจ และรู้สึกโกรธที่ผู้ต้องหาทำกับลูกสาวเช่นนี้ และอยากจะให้ผู้ต้องหามาขอโทษด้วยตนเอง ซึ่งตนอยากจะถามต่อหน้าว่าทำไมถึงทำกับผู้หญิงตัวแค่นี้ได้ ทำไมถึงกับต้องเอากันถึงตาย แค่ตนเห็นบาดแผลที่ร่างกายลูกก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว เพราะสงสารลูก ยิ่งเห็นภาพกล้องวงจรปิดที่ลูกตนวิ่งโซเซอยู่ข้างถนน แล้วถ้าลูกเซไปที่ถนนไม่ถูกรถชนตายหรือ

ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะ น.ส.เพชรลัดดา เดินโซเซหลังถูกยิง

ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นตนอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ถึงที่สุด ให้เรื่องนี้เป็นตัวอย่าง และขออย่าให้ทำกับผู้หญิงแบบนี้อีก เพราะเขาจะเอาอะไรมาสู้กับผู้ชาย ถ้าเก่งจริงขอให้ไปขึ้นเวทีประลองดีที่สุด ยอมรับว่าโกรธมาก ซึ่งภรรยาตนเมื่อทราบเรื่องก็ล้มป่วย นั่งร้องไห้ตลอดเวลา สภาพจิตใจของคนในครอบครัวย่ำแย่ สุดท้ายนี้ยังยืนยันว่าขอให้ผู้ต้องหามาเจอตน สิ่งที่ทำโหดเหี้ยมเกินกว่าครอบครัวจะรับไหว เพราะผู้หญิงคือเพศแม่

keyboard_arrow_up