แม่รับศพลูกสาวถูกเก๋งชนแล้วหนี แถมอีกคันขยี้ร่างซ้ำ เพื่อนร่วมงาน เศร้าคนขยันต้องมาตาย (คลิป)

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก ข่าวคนนนท์ ได้แชร์ภาพอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถยนต์ชนแล้วหนี จนส่งผลให้คนขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ น.ส.ศิริพร นเรนสุข อายุ 32 ปี ทำงานอยู่ที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ใน จ.นนทบุรี โดยในโพสต์ระบุข้อความว่า “ช่วยกันล่าให้ได้ ล่าสุด #คนเจ็บเสียชีวิตแล้ว คลิปที่สองอีกมุม #รถชนแล้วหนี จากนั้นก็มี #รถทับซ้ำแล้วหนี อีกครั้ง โดยไม่มีใครลงมาดูดำดูดีร่างสาวทอมขับจยย. ล่าสุดญาติแจ้งผู้บาดเจ็บเสียชีวิตแล้ว”

ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ

วันที่ 23 มี.ค. 62 นางเพ็ง นเรนสุข อายุ 65 ปี ผู้เป็นแม่ เดินทางมารับศพลูก โดยบอกว่า เมื่อทราบข่าวว่าลูกถูกรถชนก็ใจแทบสลาย เพราะนางสาวศิริพรเป็นลูกรักที่สุดคนหนึ่งของแม่ และเป็นคนที่คอยเลี้ยงดูครอบครัวนับว่าเป็นเสาหลักของบ้าน ที่หาเงินส่งให้พ่อแม่และลูก อุปนิสัยเป็นคนขยัน ร่าเริง รักครอบครัว เมื่อเดือนที่แล้วนางสาวศิริพรยังกลับไปเยี่ยมตนเองที่บ้าน เพราะตนเองไม่สบาย และบอกกับตนว่าจะกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเงินกลับไปให้ แต่ตนก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไร ให้ตั้งใจทำงานก็พอ เงินทองแม่ไม่ได้กังวลนัก ส่วนคืนก่อนเกิดเหตุตนฝันว่าลูกสาวกลับมาหา และจะเอาเงินไปให้ 1,600 บาท แต่พอตื่นเช้ามาก็ได้ยินข่าวนี้ก็ใจหาย

นางเพ็ง นเรนสุข แม่ผู้เสียชีวิต

ตนจึงอยากขอร้องอ้อนวอนให้คนที่ขับรถชนแล้วหนี มาแสดงตัว หรือแสดงความรับผิดชอบอะไรสักอย่าง อย่างน้อยถือว่าเห็นแก่เพื่อนร่วมโลกด้วยกัน อยากให้มีน้ำใจถึงกันและกัน อยากให้ลูกได้รับความยุติธรรม เพราะจากเหตุการณ์นี้ คนขับชนแล้วหนีไปโดยไม่ใยดี ถ้าหากวันนั้นจอดลงมาดูสักนิดก็คงจะไม่ว่าอะไร

นางอมรรัตน์ สัมพคุณ ผู้จัดการสถานีบริการน้ำมัน ที่นางสาวศิริพรทำงาน

ด้านนางอมรรัตน์ สัมพคุณ อายุ 48 ปี ผู้จัดการสถานีบริการน้ำมัน ที่นางสาวศิริพรทำงานอยู่ เล่าว่า นางสาวศิริพรเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก เป็นคนขยันขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน และอยู่กันแบบพี่น้อง จึงผูกพันกัน ตอนนี้ตนรู้สึกเสียใจมาก ที่ต้องเสียคนดี ๆ แบบนี้ไป เพราะตลอดเวลาที่ได้สัมผัสกับนางสาวศิริพร พบว่าเขาเป็นคนที่รักครอบครัว จะโทรหาที่บ้านตลอด แต่ที่ผ่านมานางสาวศิริพรก็บ่นให้ฟังอยู่เป็นนัยว่าอยากกลับบ้านไปอยู่ใกล้ลูก

ทั้งนี้ อยากฝากถึงคนที่ชนแล้วหนีให้กลับเข้ามารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ เพราะการชนแล้วหนีเป็นเหมือนการไม่มีจิตสำนึก ทั้ง ๆ ที่ตัวเองน่าจะรู้อยู่แก่ใจ

keyboard_arrow_up