เด็กชักมือจีบ แฉเวรเปล รพ.ล้อเลียน ซ้ำพยาบาลเย้ย แม่หวังคำขอโทษ – ผอ.ขอสอบก่อน (คลิป)

จากกรณีที่นางจิตสุภา ท้องพิมาย อายุ 32 ปี ร้องเรียนว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 62 ตนได้พาลูกสาวซึ่งเป็นอาสาสมัครฝึกงานกู้ภัยเพี้ยงเยี้ยงไท้ศรีราชา เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เนื่องจากมีอาการชักเกร็งมือเท้าจีบ แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลกลับพูดจาล้อเลียน

ภาพเหตุการณ์จากในคลิป

วันที่ 21 มี.ค.62 น้องปอ ผู้ป่วย อายุ 15 ปี เผยว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ไปช่วยเหลือเด็กที่ตกหน้าผาชันตาเถร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว – เขาชมภู่ หมู่ 5 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อขึ้นไปยอมรับว่า อากาศร้อนประกอบกับต้องปีนหน้าผาซึ่งต้องใช้แรงมาก โดยเมื่อช่วยเหลือเด็กเสร็จ ตอนช่วงที่จะกลับมาบ้านก็เกิดอาการเหนื่อย หายใจไม่ออก และแน่นหน้าอก

หลังจากนั้น เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแหลมฉบัง ตนก็ได้ยินพนักงานเวรเปลพูดว่า “ทำไมน้องจีบมา ทำไมไม่รำท่าอื่นมาเลย” ซึ่งเมื่อตอนที่ตนได้ยินเช่นนั้นตนก็บอกไม่ถูกเช่นกันว่าจะพูดอย่างไร และก็ถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน พยาบาลก็บอกกับตนว่า ตนเป็นกู้ภัยทำไมไม่ดูแลตัวเอง ก่อนจะไปช่วยเหลือคนอื่นเขา ซึ่งน้ำเสียงของพยาบาลก็พูดด้วยความจริงจัง ยอมรับว่า ตอนที่ได้ยินพยาบาลพูดเช่นนั้นก็รู้สึกเจ็บ เพราะไม่เคยมีใครมาพูดกับตนเช่นนี้ หลังจากนั้น ตนก็รักษาและกลับไปบ้าน แต่อาการไม่ดีขึ้นจึงต้องกลับมาโรงพยาบาลอีกครั้ง โดยครั้งนี้พยาบาลไม่ได้พูดคุยกับตน ให้ตนนอนรอประมาณ 1-2 ชั่วโมง ถึงจะรักษา

น้องปอ ผู้ป่วย อายุ 15 ปี

ทั้งนี้ น้องปอ บอกว่า ตนมีความฝันอยากเป็นกู้ภัยมาตั้งแต่เด็ก และคำพูดพยาบาลในวันนั้นก็ไม่เป็นอุปสรรค ตนยังคงอยากทำงานเป็นกู้ภัยอยู่ เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นตนคิดว่าเป็นเพราะอากาศร้อน และการใช้แรงในการปีนหน้าผาเยอะ และตนก็ไม่ได้มีความเครียดแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ตนอยากบอกกับพนักงานเวรเปลว่าไม่สมควรเล่นกับผู้ป่วยเช่นนี้ และควรบริการให้ดีกว่านี้ด้วย

นางจิตสุภา ท้องพิมาย แม่ของน้องปอ

นางจิตสุภา ท้องพิมาย อายุ 32 ปี แม่ของน้องปอ เผยว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 62 ลูกสาวตนที่เป็นอาสาสมัครฝึกงานกู้ภัย ได้ขึ้นไปช่วยเหลือเด็กที่พลาดท่าตกลงมาที่หน้าผาชันตาเถร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว – เขาชมภู่ หมู่ 5 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังจากนั้นเวลาประมาณ 16.30 น. ตนได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวอีกคนหนึ่งว่า น้องปอ ลูกสาวคนโตตนมีอาการเกร็ง และกำลังจะพาไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นภายในครึ่งชั่วโมง ลูกสาวตนก็มาถึงโรงพยาบาลแหลมฉบัง พนักงานเวรเปลก็มารับลูกสาวตน ซึ่งลูกสาวก็มีอาการเหนื่อยหอบ มือจีบตลอดเวลา เมื่อเวรเปลเห็นอาการของลูกตนก็พูดด้วยท่าทีเล่นว่า “ทำไมน้องถึงมือจีบมา ทำไมไม่รำมาด้วย ทำไมไม่ลุกขึ้นรำ ทำไมไม่เปลี่ยนท่า ทำไมอยู่แต่ถ้าจีบท่าเดียว” เมื่อฟังแล้วตนก็รู้สึกว่า พนักงานดูพูดจาแบบไม่ใส่ใจคนไข้ และพูดเหมือนลูกตนเป็นตัวตลก ตอนนั้นตนก็สังเกตเห็นพนักงานคนอื่นก็เหมือนจะสะกิดเวรเปลคนนี้คล้ายกับการห้าม แต่เวรเปลกลับไม่สนใจ

พอลูกตนได้เข้าห้องฉุกเฉินไปแล้ว เวรเปลอีกคนก็เข็นเตียงลูกตนออกมา ที่มือข้างซ้ายลูกมีเข็มสายน้ำเกลือเสียบคาอยู่ และมือก็ยังมีอาการเกร็ง ตนจึงสอบถามว่า ทำไมถึงไม่เอาออก แต่เวรเปลรายนี้กลับบอกว่า ไม่เป็นไร เนื่องจาก อีก 2 วันลูกตนก็ต้องมาอีก เนื่องจากมีใบนัด ส่วนอาการที่เกิดจากลูกตนเป็นเพราะมีความเครียด ตนจึงไปรับยา ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.

เมื่อลูกถึงบ้านตนก็ให้ลูกกินยาตามที่แพทย์สั่ง แต่ลูกกลับบอกว่า “แม่ไม่ไหวแล้ว หายใจไม่ออก เหมือนใจจะขาด” อาการมือจีบของลูกก็ยังไม่หายและยังเกร็งอยู่ โดยระยะเวลาที่ออกมาจากโรงพยาบาลเพียง 20 นาทีลูกก็อาการไม่ดีขึ้น จึงพาไปโรงพยาบาล เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแหลมฉบัง เวรเปลที่พูดจาไม่ดีกับลูกตนก็พูดว่า “ไอ้น้องคนเดิมกลับมาแล้ว ไอ้น้องคนเดิมที่มือจีบกลับมาแล้ว” จากนั้นก็พาลูกตนไปห้องฉุกเฉิน ประมาณ 10 นาที พยาบาลก็บอกว่า ลูกมีอาการเครียด และหากลูกตนอยากได้อะไรก็ให้ลูก อย่าให้เกิดภาวะเครียด หรือกดดันลูก เพราะไม่เช่นนั้นอาการลูกจะกลับมาอีก และตนก็ออกจากห้องมา

พอช่วงเวลาประมาณ 22.00 น.ก็ยังไม่เห็นพยาบาลช่วยเหลืออะไรลูก ตนจึงบอกพยาบาลว่า ถ้ายังไม่ช่วยเหลือก็จะย้ายโรงพยาบาล หลังจากนั้นพยาบาลจึงให้ตนไปเบิกยาเพื่อฉีดยาให้ลูกตน ซึ่งพยาบาลก็บอกกับสามีตนว่า ถ้าฉีดยาไปแล้วลูกตนอาจจะนอนหลับ และลูกก็ได้นอนโรงพยาบบาลหนึ่งคืน

ส่วนวันนี้ลูกตนก็ยังมีอาการเหนื่อยอยู่ แต่มือไม่เกร็งแล้ว และหลังจากเกิดเรื่องโรงพยาบาลก็ไม่ได้โทรศัพท์มาหาตน และตนก็อยากให้พนักงานเวรเปลมาขอโทษ รวมทั้งอยากให้บริการดีกว่านี้ เนื่องจาก คำพูดที่ว่า “น้องจีบมาไม่รำมา” นั้น คือพูดเหมือนลูกตนเป็นตัวตลก ซึ่งที่จริงไม่ควรพูดเช่นนั้น

นพ.ราเมศร์ อำไพพิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแหลมฉบัง

ด้าย นพ.ราเมศร์ อำไพพิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแหลมฉบัง  บอกว่า ขอเวลาตรวจสอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ถ้าพนักงานผิดจริง โรงพยาบาลจะลงโทษตามขั้นตอน

keyboard_arrow_up