เถ้าแก่ทำปืนลั่นใส่เด็กฝึกงานจ่าย 5 พัน-เมียชี้ฝั่งคนตายเรียกเงินแพง ของดคุย (คลิป)

จากกรณีที่เฟซบุ๊กเพจ “ล่า” ได้โพสต์ภาพเรื่องราวและข้อความที่ได้รับการร้องเรียนผ่านลูกเพจ โดยเป็นเรื่องราวความโศกเศร้าเสียใจของแม่เด็ก น.ศ.ฝึกงานคนหนึ่ง คือ นายอธิพงษ์ วิสัย หรือน้องริม อายุ 17 ปี ที่เข้าไปฝึกงานภายในโรงกลึงแห่งหนึ่งของ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ก่อนจะถูกเถ้าแก่เจ้าของโรงกลึง คือ นายศิภวัช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ที่เมาเหล้าแล้วนำปืนมาบังคับให้เด็ก น.ศ.ฝึกงานใส่กระสุน เมื่อเด็กไม่ทำตาม จึงใส่กระสุนปืนด้วยตนเอง ก่อนจะทำปืนลั่น ยิงปืนตัดขั้วหัวใจน้องริมจนเสียชีวิต นั้น

บรรยากาศงานศพที่บ้านนายอธิพงษ์

นายจีรศักดิ์ สิงหาวโน อายุ 31 ปี คนงานโรงกลึงที่อยู่ในวันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า วันที่ 7 มี.ค. ขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่ภายในโรงกลึง จนกระทั่งเวลาประมาณเกือบ 11.00 น. นายศิภวัช โทรศัพท์เรียกตนและลูกน้องอีกสองรายเข้าไปที่บ้าน เพื่อไปนั่งทานข้าวที่บริเวณหน้าบ้านเถ้าแก่ โดยภายในวงข้าวมีทั้งหมด 7 คน และมีการดื่มเหล้าแต่ทั้งหมดยังไม่มีอาการเมามากนัก จากนั้นสักพักขณะที่ตนกำลังนั่งเล่นกันอยู่นั้น เถ้าแก่จึงนำปืนยาวออกมาเล่น โดยนำมาโชว์ให้พวกตนและ น.ศ. ดู ซึ่งขณะนั้นตนได้ยินเถ้าแก่บ่นว่า “ปืนขัดลำกล้อง” แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร ต่างคนก็ต่างนั่งกินข้าว ทำกับข้าวกินกัน

นายจีรศักดิ์ สิงหาวโน คนงานในโรงกลึง

โดยขณะนั้นนายริมนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเถ้าแก่ ส่วนตนนั่งอยู่ด้านข้างผู้เสียชีวิต ขณะที่ทุกคนกำลังทำอาหารอยู่ จู่ๆ ตนได้ยินเสียง “แป๊ะ” ดังขึ้นมา จากนั้นหันไปเห็นนายริมนอนล้มฟุบลงที่พื้น ส่วนอาวุธปืนนั้นอยู่ภายในมือของเถ้าแก่และวางอยู่ที่หน้าตักเถ้าแก่ ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามน้องริมผู้เสียชีวิต โดยเถ้าแก่แทบเป็นลมและมีอาการตกใจช็อกหนักมาก ทุกคนต่างก็ตกใจจึงรีบพาตัวนายริม ส่งโรงพยาบาลสมเด็จทันที

นอกจากนี้นายจีรศักดิ์ ยังบอกอีกว่า ทั้งสองฝ่ายไม่เคยมีปัญหากัน เพราะทุกคนสนิทสนมกัน อีกทั้งเชื่อว่าเถ้าแก่ไม่ตั้งใจยิงใครแน่นอน เพราะเป็นคนรักลูกน้อง รักคนงาน จึงเชื่อเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ

ภาพจำลองเหตุการณ์

น.ส.แก้ว (นามสมมติ) ภรรยาของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุตนได้มีการคุยกับสามีแล้ว โดยสามีเกิดอาการช็อกและตกใจมาก เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตสามีมาก่อน ทันทีที่ตนทราบข่าวว่ามีปืนลั่นยิงถูก น.ศ. ตนก็รีบหาสามีที่เกิดเหตุทันที ซึ่งสามีขณะนั้นอยู่ในอาการช็อก ตกใจ และยอมรับว่าสามีเครียดและเสียใจมาก

นอกจากนี้ นางสาวแก้ว ยังบอกอีกว่า สามีไม่มีนิสัยรุนแรง แม้ว่าจะดื่มเหล้าเมาแต่ไม่เคยทำตัวกร่าง ไม่เคยมีอารมณ์รุนแรง ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร อยู่บ้านไม่ค่อยสุงสิงหรือมีปัญหากับใคร และตนเชื่อว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ ไม่มีมูลเหตุหรือสิ่งจูงใจให้ต้องฆ่าเด็กฝึกงานของตนเอง

เบื้องต้นได้ น.ส.แก้ว ระบุว่า คุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้ไปงานศพ ตลอดจนส่งพวงหรีดแสดงความเสียใจแล้ว ส่วนค่าเสียหายนั้น ตนอยากเยียวยาค่าเสียหายเท่าที่กำลังทรัพย์มี ซึ่งจะพยายามชดใช้ค่าเสียหายให้แต่ยังคงไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว เนื่องจากญาติฝั่งผู้ตายเรียกค่าเสียหายมากเกินไป ซึ่งก่อนหน้านี้สามีของตนไปร่วมงานศพช่วง 1-2 วันแรก แต่เกิดปัญหาและกระทบกระทั่งกับญาติคู่กรณี จึงไม่ได้ไปร่วมงานศพอีก

นางแก้ว (นามสมมติ) ภรรยาคนก่อเหตุ

นายเก้า (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุ เถ้าแก่โทรศัพท์เรียกคนงานให้มาหาที่บ้าน รวมนั่งกินอยู่ภายในวงข้าวทั้งหมด 7 คน โดยเถ้าแก่ขณะนั้นมีอาการมึนเมา ต่อมาเถ้าแก่ได้เดินเข้าไปหยิบปืนจากภายในบ้านออกมา บอกว่า “ดูของดี” ซึ่งเป็นอาวุธปืนยาวขนาด .22 มม. เมื่อเถ้าแก่นำออกมา จึงให้ทุกคนทดสอบยิงปืนใส่ขวดน้ำ ซึ่งนำมาตั้งอยู่นอกบ้าน ปรากฎว่าช่วงที่มีการลองยิงปืน ตนยิงไม่ออก ผู้เสียชีวิตก็ยิงไม่ออก แม้กระทั่งให้ลูกน้องในโรงกลึงก็ยิงไม่ออก จึงคิดว่าปืนน่าจะมีปัญหา จึงวางปืนเก็บไว้

ต่อมาเถ้าแก่ก็นำปืนกลับไปเล่นต่อ จังหวะนั้นตนสังเกตเห็นว่าเถ้าแก่พยายามเอากระสุนปืนออกจากปืน โดยเอาออกมาเพียง 2 ลูก ซึ่งจังหวะนั้นเพื่อนของตนพยายามบอกเถ้าแก่ว่า ในปืนยังคงเหลือกระสุนปืนอีก 1 ลูก แต่คาดว่าเถ้าแก่น่าจะเมาไม่รู้เรื่อง และไม่ได้ยินเสียงที่เพื่อนพยายามบอก

โดยระหว่างนั้นทุกคนก็นั่งเล่น ทำกับข้าว และตนก็นั่งก้มเล่นโทรศัพท์อยู่โดยไม่ได้สนใจกัน จนกระทั่งได้ยินเสียงปืนลั่น “แป๊ะ” เมื่อเงยหน้าขึ้นมาดู เห็นเพื่อนหงายหลังล้มฟุบลงกับพื้น ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่กระดูกไหปลาร้า เมื่อมองไปยังตัวเถ้าแก่ ตนเห็นว่าในมือเถ้าแก่ถือปืนอยู่ โดยลำกล้องหันไปทางผู้เสียชีวิต อีกทั้งตกใจมากจากนั้นตนจึงรีบเข้าไปช่วยเหลือชีวิตเพื่อน รับนำร่างผู้บาดเจ็บขึ้นท้ายรถกระบะและนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที โดยยอมรับว่าหลังเกิดเหตุ อาจารย์ให้เปลี่ยนสถานที่ฝึกงานทันที

นายเก้า (นามสมมติ) เพื่อนผู้เสียชีวิต

ทางด้านครอบครัวของน้องริน ยังไม่พร้อมจะชี้แจงถึงกรณีการเสียชีวิต แต่เปิดเผยว่าเบื้องต้น ฝั่งคู่กรณีได้จ่ายเงินค่าเยียวยา 5,000 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

keyboard_arrow_up