เมีย “น็อต” ลั่นผัวคนดี เชื่อฆ่าปาดคอพยาบาล หวังเงินมาดูแลครอบครัว (คลิป)

วันที่ 12 มี.ค. 62 ตำรวจ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ควบคุมตัวนายน็อต หรือ อั๋น ฟักศิริ ผู้ต้องหาฆ่าปาดคอ น.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ พยาบาลโรงพยาบาลภาชี มาจำลองการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ด้านหน้า สภ.ภาชี (อ่าน : ย้ายที่ทำแผน “อั๋น” ฆ่าปาดคอพยาบาล เลี่ยงประชาทัณฑ์ อ้างถูกด่าบุพการี เลยบันดาลโทสะ)

บรรยากาศจำลองการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า จากการผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยแรงจูงใจมาจากผู้ต้องหาไปขอยืมเงินผู้เสียชีวิตจำนวน 3,000 บาท และวันเกิดเหตุได้ไปขอยืมเงินอีก 10,000 บาท แต่ผู้ต้องหาอ้างว่าถูกต่อว่าอย่างรุนแรง จึงเกิดบันดาลโทสะใช้มีดคัตเตอร์ที่พกติดตัวมาปาดคอ และแทงหน้าอก ก่อนจับศีรษะกดกับเบาะหลังรถจนเสียชีวิต จากนั้นได้นำสร้อยคอและแหวนของผู้เสียชีวิตไปขายเพื่อนำเงินไปให้ภรรยาเพื่อจ่ายค่างวดรถ

ภาพจำลองเหตุการณ์

โดยระหว่างที่ตำรวจสอบสวน ผู้ต้องหามีสีหน้าเคร่งเครียด และร้องไห้ โดยบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า สำนึกผิดและอยากขอขมาผู้เสียชีวิต และครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่ก่อเหตุลงมือฆ่าในครั้งนี้

นายน็อต หรือ อั๋น ฟักศิริ ผู้ต้องหา ระหว่างที่ตำรวจสอบสวน

ขณะที่วันนี้นางธนวรรณ สุวรรณศิลป์ แม่ผู้ตาย และนายวัฒนา อ่วมเทพ สามีผู้ตายและญาติ ได้เดินทางมาดูการทำแผนด้วย และยืนยันว่าไม่ให้อภัย ไม่ให้ผู้ต้องหามาขอขมา

นางธนวรรณ สุวรรณศิลป์ แม่ผู้ตาย และนายวัฒนา อ่วมเทพ สามีผู้ตาย

นางปุ๊ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ภรรยานายน็อต เปิดใจว่า ตนคบหากับนายน็อตมา 3 ปีกว่าแล้ว ตนมีลูกติด 4 คน และมีลูกกับนายน็อตอีก 1 คน ปกตินายน็อตเป็นคนอ่อนไหวง่าย ตนด่าอะไรไปก็นั่งร้องไห้ ไม่ได้เป็นคนอารมณ์ร้อน ส่วนตัวไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้าผู้ตาย แต่สามีชอบมาเล่าให้ฟังว่า ผู้ตายเป็นคนใจดี ชอบแบ่งปัน ช่วยเหลือเผื่อแผ่ เคยให้เงินสามีใช้เพราะเห็นว่าขัดสน บางทีก็ให้สามียืมเงินบ้าง แต่ตนก็ไม่ถามรายละเอียดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นอย่างไร รู้แต่เพียงว่าผู้ตายเป็นหัวหน้างานสามี ซึ่งเท่าที่คบหากันมา สามีไม่เคยนอกใจเลยสักครั้ง ไม่เคยมีความลับต่อกัน ตนก็ยังเปิดดูโทรศัพท์มือถือสามีอยู่บ่อยครั้ง ก็ไม่มีพิรุธแต่อย่างใด

นางปุ๊ (นามสมมติ) ภรรยาผู้ต้องหา

ส่วนคืนวันที่เกิดเหตุนั้นยอมรับว่าทะเลาะกับสามี เรื่องที่สามีไปรับตนมาจากบ้านพ่อแม่ ทั้งที่ยังไม่อยากกลับ ตนจึงไล่ให้สามีไปนอนนอกบ้าน และทราบว่าสามีก็กลับเข้ามานอนที่บ้านอีกทีประมาณตี 4-5 เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนวันต่อมาสามีก็นำเงินสดมาให้ตนจำนวนหมื่นกว่าบาท และบอกว่ายืมเพื่อนมา เอาไว้ใช้จ่าย พอตนซักถามก็กลับบอกว่าเป็นเงินค่าส่งยา แต่ตนมารู้ทีหลังว่าช่วงที่สามีหายไป ได้เอาสร้อยคอทองคำกับแหวนของผู้ตายไปขาย แล้วนำเงินมาให้ตน ส่วนตอนนี้สร้อยกับแหวนอยู่ที่ใดนั้นตนไม่ทราบ

โดยช่วงระหว่างที่ตำรวจตามมาควบคุมตัวสามี ตนรู้สึกตกใจมาก ทีแรกตนคิดว่าตำรวจมาจับคดียาเสพติด พอตำรวจบอกตนว่า “ไอน็อตมันไปฆ่าคนมา ไม่เห็นข่าวหรือ” วินาทีนั้นตนตกใจมาก ตอนนี้ก็ยังรับไม่ได้ เพราะไม่คิดว่าสามีตนจะทำแบบนี้

เมื่อถามว่าจากนี้จะดำเนินชีวิตต่ออย่างไร นางปุ๊หยุดนิ่งร้องไห้ ก่อนพูดว่า “เขาห่วงลูก กลัวเมียลำบาก กลัวเมียไม่มีเงินใช้ เขารักเมียมาก ตามใจทุกอย่าง เหมือนอยากไปเที่ยว พอเงินเดือนออกก็พาไป” เมื่อถามว่าถ้าได้เจอหน้าสามี จะพูดอะไรกับเขา นางปุ๊เผยว่า “รักๆ จะอยู่แบบนี้ต่อไป จะรอเขาออกมา เข้าใจว่าไม่ได้ตั้งใจ รู้ว่าทำไปเพราะอยากได้เงิน เราตกงานอยู่ กลัวลูกเมียลำบาก”

keyboard_arrow_up