ญาติพยาบาล แฉฆาตกรฆ่าปาดคอติดยา ตื๊อขอเงินไม่ได้เลยฆ่า ฉะใส่ร้ายปั้นเรื่องชู้สาว (คลิป)

จากกรณีที่มีคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 49 ปี พยาบาลวิชาชีพ รพ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา โดยใช้มีดแทงตามร่างกายและปาดคอ ทิ้งศพไว้ภายในรถยนต์เก๋ง โตโยต้า อัลติส สีขาว ซึ่งคนร้ายได้ขับไปจอดไว้ในซอยตัน ตรงข้าม รพ.ภาชี แล้วหลบหนีไป ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพจับคนร้ายไว้ได้ เจ้าหน้าตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมชายต้องสงสัยตามหมายจับ ชื่อว่า นายน็อต หรือนายอั๋น อายุ 33 ปี ได้ภายในวัดแห่งหนึ่งใน ต.ลาดชิด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (อ่านต่อ : รวบแล้ว! อดีตหนุ่มเวรเปล ฆ่าพยาบาลสาวหมกเก๋ง อ้างฉุนขอเงินผ่อนรถ แต่ไม่ให้)

ภาพจากกล้องวงจรปิด

โดยทางผู้ต้องหา ได้อ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงสาเหตุการฆาตกรรมในครั้งนี้ ว่า ตนเคยคบหากับผู้ตาย และตนได้มีการให้ฝ่ายหญิงยืมเงิน จำนวน 10,000 บาท แต่ช่วงระยะหลัง ๆ ฝ่ายหญิงจะตีตัวออกห่าง ก็เลยโมโห ซึ่งวันที่เกิดเรื่องตนได้นัดเจอผู้ตาย หน้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นเกิดมีปากเสียกัน ตนจึงใช้อาวุธมีมีดคัตเตอร์ปาดเข้าที่ลำคอ แล้วก็ใช้มือกดหัวให้ฟุบกับเบาะ จนกระทั่งขาดอากาศหายใจ หลังจากนั้นก็ได้ขับรถมาจอดทิ้งไว้ แล้วตนเองก็หลบหนี

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องหา

ล่าสุด วันที่ 11 มี.ค. 62 ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ทางนายพัฒนา อ่วมเทศ สามีผู้เสียชีวิต และครอบครัว ได้เดินทางไปรับศพ น.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งทางครอบครัวยังทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้

นางธนวรรณ สุวรรณศิลป์ แม่ผู้เสียชีวิต

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นางธนวรรณ สุวรรณศิลป์ อายุ 73 ปี หรือ คุณยายบุญรอด แม่ของผู้ตาย เปิดเผยว่า ทางครอบครัวรู้สึกดีใจ และโล่งใจที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายก่อเหตุฆ่าลูกสาวของตนได้ และยังบอกกับทีมข่าวว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้ประหารชีวิตไปเลย แต่ตนก็เป็นคนเข้าวัดเข้าวา กลัวจะเป็นบาปกรรม ก็คงปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมายจัดการไป

ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากกรณีที่ลูกสาวตน ไปค้ำประกันเงินกู้ ให้กับคนลงมือก่อเหตุ แต่ไม่ทราบจำนวนเงินที่แน่ชัด เพราะโดยปกติแล้วลูกสาวตนเป็นคนจิตใจดี ขี้สงสาร ที่ผ่านมาลูกสาวตนก็ชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยการให้ยืมไปก็มี บางครั้งก็ได้คืนบ้าง ไม่ได้บ้าง ส่วนที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่าลูกสาวตนได้มีการไปยืมเงินนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ลูกสาวตนอาจไปทวงเงินกับคนก่อเหตุ แล้วทางผู้ก่อเหตุอาจจะไม่มีให้เลยลงมือฆาตกรรมในครั้งนี้

ทั้งนี้ คุณยายบุญรอด ยังยืนยันด้วยว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะเกี่ยวข้องกับประเด็นชู้สาว เพราะลูกสาวตน เป็นคนตรงไปตรงมาไม่เถลไถล เป็นคนรักครอบครัว

นางส้ม (นามสมมติ) เพื่อนผู้เสียชีวิต

นางส้ม (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงาน เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตนกับผู้ตายรู้จักกันมานาน 8 ปี  ผู้ตายเป็นคนจิตใจดี พูดจาดี เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและคนไข้ทั่วไป และเป็นที่ทราบกันว่าผู้ตายเป็นคนฐานะดี ส่วนนายน็อต หรือนายอั๋น ผู้ลงมือก่อเหตุนั้น ตนก็รู้จักในฐานะเพื่อนร่วมงานเช่นเดียวกัน เพราะนายน็อต หรือนายอั๋น อดีตเคยเป็นพนักงานเปลประจำหน่วยฉุกเฉิน และเป็นลูกน้องเก่าของผู้ตาย ก่อนที่นายน็อตจะลาออกได้ประมาณปีเศษแล้ว เพราะทราบว่ามีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ ปกติแล้วนายน็อต หรือนายอั๋น เป็นคนอารมณ์ร้อน พูดจาห้าว ๆ และตนยังทราบมาอีกว่าอดีตเป็นคนที่เล่นยาด้วย

เมื่อถามว่า ปมที่คาดว่าจะเป็นชนวนเหตุในการลงมือฆาตกรรมนั้นคือเรื่องอะไร นางส้ม ระบุว่าน่าจะเป็นเรื่องเงิน เพราะทราบกันดีว่าผู้ตายเป็นคนมีฐานะดี ส่วนนายน็อต หรือนายอั๋น ก็มีปัญหาเรื่องเงิน ซึ่งตนและเพื่อนอีกคนเคยค้ำประกันเงินกู้ของธนาคารแห่งหนึ่ง ให้กับนายน็อตอยู่ จำนวนกว่า 200,000 บาท และสิ่งที่นายน็อต หรือนายอั๋น ได้มีการอ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผู้ตายยื่มเงินนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ส่วนบางกระแสที่ระบุว่า ผู้ตายกับนายน็อต มีปัญหาเรื่องชู้สาวนั้น ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะเท่าที่รู้จักกับทั้ง 2 คน ผู้ตายไม่มีประวัติเกี่ยวกับชู้สาวเด็ดขาด และเมื่อถามว่า ผู้ตายเคยให้นายน็อตยืมเงินหรือไม่ ตนเองก็ไม่ทราบเช่นเดียวกัน

นายอำนาจ สยมพร และนางนวลน้อย สยมพร พ่อและแม่ของผู้ต้องหา

ด้าน นายอำนาจ สยมพร อายุ 57 ปี และนางนวลน้อย สยมพร อายุ 57 ปี พ่อและแม่ของนายอั๋น หรือ น็อต ผู้ต้องหา ซึ่งได้เดินทางมาที่ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมารอพบหน้าลูกชายหลังจากทราบมาว่าลูกชายของตนไปก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 49 ปี พยาบาลวิชาชีพ รพ.ภาชี แต่ก็ยังไม่พบหน้าลูกชาย

โดยนางนวลน้อย ยอมรับว่ารู้สึกตกใจ เพราะตนเพิ่งจะทราบเรื่องเมื่อเช้านี้ ตอนที่ตำรวจโทรไปหา และได้ให้ลูกชายคุยกับตน โดยลูกชายยอมรับกับตนทางโทรศัพท์ว่า “เป็นคนก่อเหตุจริง” และให้นำเงินจำนวนหนึ่ง 6,000 บาท ไปให้ภรรยา เพื่อนำไปไถ่สร้อยคอทองคำของกลางที่ห้างโลตัส อ.เสนา คืนมา โดยส่วนตัวแล้วลูกชายเป็นคนนิสัยดี เชื่อฟังพ่อและแม่ ไม่เคยมีปัญหากับใคร ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ส่วนเรื่องหนี้สินนั้นก็ทราบดีว่าลูกชายเป็นคนมีหนี้สินเยอะ และทราบอีกว่าลูกชายยังติดหนี้เพื่อนร่วมงานที่ รพ.ภาชี ประมาณ หมื่นกว่าบาท ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ต้องขอโทษแทนลูกชายไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย

นายพัฒนา อ่วมเทศ  สามีของผู้ตาย

โดย นายพัฒนา อ่วมเทศ อายุ 53 ปี สามีของผู้ตาย เปิดใจว่า ตนยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของภรรยาผู้เป็นที่รัก และจากคำให้การของผู้ต้องหาที่อ้างว่า ได้แอบคบหรือเป็นชู้กับภรรยาของตนมานานถึง 5 ปีนั้น ตนไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน เพราะฝ่ายผู้ต้องหาจะพูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น ตนกับภรรยาคบกันมา 14 ปี ถึงแม้ว่าตนจะไปทำงานต่างจังหวัด นาน ๆ จะกลับบ้านมาเจอกันทีก็ตาม ภรรยาของตนก็ไม่เคยเถลไถลไปไหน ออกเวรแล้วก็กลับบ้านตรงเวลาทุกครั้ง กลับมาหาพ่อ แม่ น้อง และหลาน ๆ ซึ่งที่บ้านก็จะบอกตลอด อีกทั้งตนก็โทรมาถามไถ่ทางบ้านตลอดเช่นกัน ยืนยันไม่มีแน่นอน และส่วนตัวแม้ไม่อยู่ด้วยกันก็ติดต่อสื่อสารกับภรรยาประจำ จึงไม่มีพิรุธในทางชู้สาว ตนเชื่ออย่างนั้น เอาหัวเป็นประกันได้ และเมื่อทราบว่าผู้ต้องหาพูดแบบนี้ ตนในฐานะสามีรู้สึกเสียใจมากที่ภรรยาถูกกล่าวหาแบบนั้น

น.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ ผู้เสียชีวิต

นายพัฒนา เล่าต่อว่า ตลอดเวลาที่สร้างครอบครัวมา ตนให้เกียรติภรรยาตลอด ไม่เคยลงไม้ลงมือ ไม่เคยทะเลาะกันรุนแรง ถ้ามีผิดใจกันอย่างมากก็แค่ไม่คุยกันครึ่งวัน ก็กลับมาคุยตามปกติ

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้บอกนายพัฒนาว่าครอบครัวของผู้ต้องหา ได้ฝากขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าตัว ตอบมาทันทีว่า “ไม่รับ” และเมื่อถามว่าหากผู้ต้องหามาขอขมาศพภรรยา จะยอมหรือไม่ นายพัฒนา ระบุว่า “ไม่ต้องมา” เพราะตนและครอบครัวจะไม่อโหสิกรรมให้ ถึงอโหสิกรรมให้ ภรรยาของตนก็ไม่ฟื้นคืนมา และหากพรุ่งนี้ได้เจอหน้านายน็อต หรือนายอั๋น ตนก็อยากจะถามไปว่า “ฆ่าเมียกูทำไม”

keyboard_arrow_up