พ่อแม่ร่ำไห้ รพ.ทำลูกตายคาช่องคลอด ฉะถ้าไม่พร้อมไม่ต้องเปิดบริการ (คลิป)

ความคืบหน้าเหตุการณ์น่าสลดในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา มีหญิงรายหนึ่งใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท ไปผ่าคลอดลูกที่ รพ.แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี แต่หมออ้างว่าทารกอาการไม่ค่อยดี ต้องรีบส่งตัวไปทำคลอดต่อที่ รพ.ปทุมธานี ทั้ง ๆ ที่หัวเด็กได้โผล่พ้นช่องคลอดออกมาแล้ว (อ่าน : ผัวเมียร้องรพ.ทำคลอดลูกตาย ช้ำให้เงินหมื่นเยียวยา ตั้งชื่อ “น้องเทวา” แต่ฝันสลาย ลั่นไม่เผาศพรอเป็นธรรม)

ล่าสุด วันที่ 10 มี.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้เดินทางมาพบกับครอบครัวผู้สูญเสีย ในเขตพื้นที่ หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบนายบัวขาว อายุ 47 ปี พร้อมนางจันจิรา อายุ 25 ปี สองสามีภรรยาที่เพิ่งสูญเสียบุตรชาย

นายบัวขาว – นางจันจิรา สองสามีภรรยาที่เพิ่งสูญเสียบุตรชาย

นายบัวขาว เปิดใจว่า นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว เพราะเสียลูกคนแรก โดยเหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 62  ภรรยาตนมีอาการน้ำคร่ำเดิน ตนจึงพาภรรยา ไปถึงโรงพยาบาล ประมาณ 11.00 น. และส่งตัวเข้าห้องคลอดทันที ไม่นานพยาบาลจึงเข้ามาแจ้งกับตนว่าภรรยามีน้ำตาลในเลือดสูง และทารกมีร่างกายขนาดใหญ่ อาจจะทำให้คลอดลำบาก กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ภรรยาตนจึงแจ้งกับพยาบาลว่า อยากเจอหน้าตนและอยากให้ตนเข้าไปหา เพราะภรรยามีอาการเจ็บท้องหนักมาก ต้องการกำลังใจ เมื่อตนเองเดินไปพบภรรยาบอกให้ทราบว่า อุปกรณ์ที่ให้ออกซิเจนซึ่งปิดจมูกอยู่นั้นออกซิเจนไม่ออก ตนจึงลองนำมาครอบจมูกตนเองก็พบว่าไม่มีลมออกมา จึงไปแจ้งพยาบาล จึงนำออกซิเจนมาเปลี่ยนให้

กระทั่งเวลา 23.00 น. พยาบาลได้พาภรรยาเข้าไปในห้องทำคลอด จนถึงเวลา 01.00 น. พยาบาลออกมาบอกตนเองว่า “คุณพ่อทำใจนะ ลูกไม่ค่อยดีนะ” วินาทีที่หมอเปิดประตูห้องเข้าไป ตนก็เข้าไปด้วย ด้วยความเป็นห่วง และสังเกตเห็นศีรษะลูกของตนโผล่พ้นช่องคลอดภรรยาออกมาประมาณครึ่งคอ แล้วเห็นหน้ากากออกซิเจนครอบที่จมูกลูกของตน จากนั้นก็ดำเนินการส่งตัวภรรยาของตนต่อไปที่ รพ.ปทุมธานี และนำส่งถึงห้องฉุกเฉิน เกือบเวลา 02.00 น. เจ้าหน้าที่บอกกับตนว่า “เอาชีวิตคุณแม่ไว้ก่อนนะ” ตนจึงได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า “ช่วยลูกผมด้วย” จากนั้น 10 นาทีต่อมา หมอทำคลอดเสร็จ และหมอเดินมาบอกว่า “คุณแม่ปลอดภัย แต่ลูกคุณกำลังทำซีพีอาร์อยู่” ผ่านไปประมาณ 15 นาที ตนก็ได้รับข่าวร้ายว่าลูกไม่กลับมาแล้ว ตนสติแตกได้แต่ร้องไห้

เจ้าหน้าที่นำศพ ด.ช.เทวา ไปชันสูตร ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ

นายบัวขาว กล่าวทั้งน้ำตาว่า ลูกคนนี้เป็นผู้ชาย ตนหวังกับลูกคนนี้มาก เพราะรอมาถึง 2 ปี ตนได้ซื้อข้าวของเครื่องใช้ไว้รอเห็นหน้าลูกแล้ว ทั้งชื่อจริงก็ตั้งว่า “ด.ช.เทวา” เพราะเป็นลูกคนแรกอยากจะให้เป็นเทวดาตัวน้อยพ่อแม่ ส่วนชื่อเล่นก็ตั้งให้ว่า “น้องซีวิค” เพราะเป็นรถที่ครอบครัวใช้และได้มาช่วงที่จะมีลูก ตนก็ได้แต่พร่ำบ่นกับภรรยาว่าเป็นความผิดของพ่อเอง ถ้าตัดสินใจไปโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่านี้ ลูกก็คงไม่เสียชีวิต และความหวังก็มาล่มไปหมด แต่ก็หวังว่าให้ลูกกลับมาเป็นลูกตนอีกเหมือนเดิม และฝากถึงโรงพยาบาลว่าถ้าหากไม่พร้อมบริการ ก็ไม่ควรเปิดให้บริการเพราะเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตคน

ทางด้าน นางจันจิรา เปิดเผยว่า ตนเสียใจมาก ช่วงที่ตนพักฟื้นที่ รพ.ปทุมธานี ตนได้ยินแต่เสียงลูกคนอื่นร้อง ก็ยิ่งทำให้ตนเศร้า แล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า ป่านนี้ลูกของตนจะไปร้องไห้อยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง และครั้งเมื่อตนอุ้มท้อง ตนได้คุยกับลูกทุกวัน ลูกก็ดิ้นโต้ตอบตลอด

ส่วนทางด้านคดีความ ตนได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองปทุมธานี โดยตำรวจให้ส่งศพลูกของตนไปผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ โดยทางหมอแจ้งว่า ผลการเสียชีวิตจะออกวันที่ 12 มี.ค. 62 จากนั้นตนจะนำผลตรวจไปให้ตำรวจเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ รพ.ต้นเหตุ ต่อไป ตนเชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยยังคงมีอยู่

นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี

ทางด้านกระทรวงสาธารณะสุข จังหวัดปทุมธานี นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ได้มีการสั่งตั้งกรรมการสอบสวนโรงพยาบาลดังกล่าว และจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

keyboard_arrow_up