สาวแสบใส่ร้ายกู้ภัยเบี้ยวขอขมา โดนแฉ รถตกคลองชนกองทราย แถมเมาปลิ้น (คลิป)

จากกรณีมีหญิงสาวโพสต์รูปภาพของรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ บริเวณถนนพระราม 2 จ.สมุทรสาคร เหตุเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 62 โดยบอกว่า รถยนต์ของตนเองนั้น ถูกรถของมูลนิธิกู้ภัยชื่อดังขับเบียดจนตกคลอง จนมีสภาพพังยับเยิน และโพสต์ภาพที่เจ้าตัวอยู่โรงพยาบาลพร้อมต่อว่ามูลนิธิดังกล่าว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุดหญิงสาวคนดังกล่าวได้ติดต่อเตรียมเข้าขอโทษกับทางมูลนิธิ (อ่าน : สาวแสบใส่ร้ายกู้ภัยเบียดรถตกคลอง ขอมากราบขมาพรุ่งนี้ คนช่วยเคืองทำองค์กรเสื่อมเสีย )

กระสอบทรายกลางถนน
ล่องรอยคล้ายล้อรถ ณ ที่เกิดเหตุ

ล่าสุด วันที่ 6 มี.ค. 62 ทีมข่าวลงพื้นที่ถนนพระราม 2 ทางคู่ขนาน หน้าบริษัทซีอิ้วปรุงรส (หยั่น หว่อ หยุ่น) จ.สมุทรปราการ พบว่าบริเวณคูน้ำริมทางคู่ขนาน มีกระสอบทรายถูกเรียงกันเป็นฝายกั้นน้ำ ซึ่งกระสอบทรายบางส่วนอยู่ในสภาพแตกกระจัดกระจายจากการชน อีกทั้งยังพบรอยดินคล้ายรอยล้อรถ ยาวห่างจากกระสอบทรายประมาณ 5 เมตร ซึ่งคาดว่าเป็นรอยล้อของหญิงสาวที่ขับตกไหล่ทางก่อนจะพุ่งชนกระสอบทรายแล้วพลิกคว่ำ นอกจากนี้ยังพบเศษชิ้นส่วนรถยนต์จมอยู่คูระบายน้ำ

นายชาญชัย แสงแจ้ จนท.มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร พ่งไล้ 21

นายชาญชัย แสงแจ้ อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร พ่งไล้ 21 เปิดเผยว่า หญิงสาวคู่กรณี ได้ติดต่อผ่านคนกลางที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ บอกว่าหญิงสาวคนดังกล่าวจะเข้ามาขอโทษ เนื่องจากสาเหตุที่โพสต์พาดพิง เป็นเพราะดูรถกู้ภัยและสติกเกอร์ผิด ไม่ใช่ของมูลนิธิตน แต่เป็นรถของมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ตนจึงปฏิเสธและไม่ให้เขามาขอโทษ ซึ่งหากหญิงสาวคนดังกล่าวจะปัดความรับผิดชอบไปให้องค์กรอื่นตนก็ไม่ยอมเช่นกัน

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า ตนก็ไม่รู้ว่าจากการโพสต์ดังกล่าว เป็นการจำภาพผิด หรือเกิดจากความมึนเมาหรือไม่ แต่ขณะเกิดเหตุนั้น หญิงสาวคนดังกล่าวบอกว่าตัวเองไม่ได้เมา ซึ่งถ้าไม่เมาตนคิดว่าเขาไม่น่าจะจำเหตุการณ์ผิด

นายชาญชัย ยังบอกอีกว่า ทางมูลนิธิไม่ได้ติดใจ หรืออาฆาตแต่อย่างใดเพียงแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องสร้างเรื่องขึ้นมากุเรื่องขึ้นมา และทำไมต้องพาดพิงถึงองค์กรกู้ภัย ซึ่งมันก็ทำให้สงสัยในตัวของหญิงสาวคนดังกล่าวว่าเขามีปัญหาอะไร ซึ่งตนมองว่าองค์กรป่อเต็กตึ้งที่หญิงสาวคนดังกล่าวพาดพิงนั้นเป็นองค์กรใหญ่ ถ้าหากถูกฟ้องก็จะทำให้เจ้าตัวเดือดร้อนแน่ ๆ

อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้หญิงสาวคนดังกล่าวมาขอโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะตนเชื่อว่าไม่ใครติดใจเอาความ แต่ตนก็คงไม่แก้ต่างทางสังคมให้กับเขา

นายสุชาติ ฉิมพาลี ผู้เห็นเหตุการณ์

นายสุชาติ ฉิมพาลี อายุ 46 ปี ซึ่งเป็น รปภ. ของโรงงานที่อยู่ตรงกับจุดเกิดเหตุ และเป็นคนเห็นเหตุการณ์ที่ไปช่วยหญิงสาวออกมาจากรถ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ (4 มี.ค. 62) เวลาประมาณ 02.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ตนต้องเดินลาดตระเวนดูความเรียบร้อย และตนเห็นว่ารถคันเกิดเหตุ แล่นมาด้วยความเร็วสูงบนทางคู่ขนาน ถนนพระราม 2 และคาดว่าน่าจะพุ่งชนกับกระสอบทรายที่ตั้งอยู่ใกล้กับเกาะกลางถนน ทำให้รถพลิกคว่ำ 2-3 ตลบ และตกลงไปในคูน้ำกลางถนน ซึ่งในขณะนั้นไม่มีรถคันใดมาเฉี่ยวชนแต่อย่างใด เพราะมีรถคันเดียว และรถคันดังกล่าวได้เกิดอุบัติเหตุเอง ซึ่งหลังจากรถพลิกคว่ำตนได้วิ่งเข้าไปช่วย และเปิดประตูรถพบว่าหญิงคนดังกล่าวกำลังนั่งกดโทรศัพท์อยู่ ส่วนขาของหญิงคนดังกล่าวได้พาดอยู่บนเบาะที่นั่งคนขับ และพนักพิงของเบาะได้พับลงมาทำให้ขาติดไม่สามารถออกจากรถได้ ตนจึงพยายามจับและดึงร่างของหญิงคนดังกล่าวออกมาจากรถ ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวก็ถามตนว่า “มาทำไม มาทำอะไร” พูดเหมือนคนเมา พูดไม่รู้เรื่อง และตัวมีกลิ่นเหล้า จากการสังเกตตนพบว่า หญิงสาวคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าผาก และขามีเลือดออก ซึ่งหลังจากนั้นก็มีรถมูลนิธิเข้ามาช่วยเหลือ ตนจึงไปทำภารกิจเดินลาดตระเวนต่อ

ที่เกิดเหตุ

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ตนสามารถยืนยันได้ว่า ในขณะเกิดเหตุไม่มีรถคันอื่นบนถนนแต่อย่างใด มีเพียงรถที่ขับมาตามหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุแล้วเท่านั้น ซึ่งหลังจากรู้เรื่องว่าหญิงสาวคนดังกล่าวไปโพสต์พาดพิงกู้ภัยว่าเป็นคนชนนั้น ก็ทำให้ตนรู้สึกว่าไม่อยากจะช่วยเลย เพราะมันเสียความรู้สึก เนื่องจากตนต้องเสี่ยงตายข้ามถนนไปช่วยเหลือ อีกทั้งถ้ารถที่พลิกคว่ำเกิดระเบิดขึ้นมา ตนก็ได้รับอันตราย นอกจากนี้ยังไม่มีการขอบคุณตนแม้แต่คำเดียว ซึ่งตนเสียความรู้สึกและคิดว่าผู้หญิงคนดังกล่าวไม่น่าจะทำแบบนี้ มาทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน

keyboard_arrow_up