พ่อ “พระ” ฉะนักศึกษา มธ.ขวางเปิดเพลงงานบวช อ้างทุ่ม 6 แสนแค่ปีละครั้ง หรี่เสียงไม่ได้ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ งานบวชที่ชุมชนแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่เปิดเพลงเสียงดัง ได้ยินมาถึงบริเวณหอพัก โดยนักศึกษาที่อยู่บริเวณนั้น อยู่ระหว่างเตรียมอ่านหนังสือเพื่อสอบกลางภาค เกิดความลำบากเพราะมีเสียงดังมาจากงานบวช พร้อมโพสต์คลิปที่สามารถบันทึกเสียงงานไว้ได้อย่างชัดเจน

หอพักที่เกิดเรื่อง

ล่าสุดวันที่ 6 มี.ค. 62 นายทวัช พวงปทุม เจ้าภาพงานบวช กล่าวว่า ตนจัดงานบวชให้ลูกชายที่บ้านเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-4 มี.ค. ซึ่งตนได้ขออนุญาตใช้เสียงที่เทศบาลเมืองคลองหลวงเรียบร้อยแล้ว โดย 2 วันแรก เป็นวันเตรียมพิธีและกินเลี้ยง ที่ชาวบ้านมาร่วมงานจึงมีการเปิดเพลงเพื่อความสนุกสนาน และเปิดในช่วงกลางวัน ไปจนถึงเวลาประมาณ 19.00 น. ซึ่งจะเลือกเปิดเป็นช่วงๆ ไม่ได้เปิดตลอดเวลา รู้ว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการจัดสอบ แต่ตนเองเตรียมงานบวชให้ลูกชายมาเป็นเวลาหลายเดือน ไม่สามารถเลื่อนงานและปิดเพลงได้ เพราะจ้างมาแล้ว อีกทั้งชาวบ้านก็ชื่นชอบในเสียงเพลง

นายทวัช พวงปทุม เจ้าภาพงานบวช
บรรยากาศงานบวช

นายทวัช กล่าวต่อว่า วันงานมีนักศึกษารายหนึ่งมาถามว่าจะเปิดเพลงเสียงดังไปถึงเมื่อไร นายทวัชจึงถามกลับอีกฝ่ายไปว่า “เคยบวชหรือไม่” ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องร้องเรียน นายทวัช กล่าวว่า ตนก็พยายามลดเสียงให้ โดยพื้นที่เกิดเหตุนักศึกษาในหอพักบางกลุ่ม มักจะมีปัญหากับชุมชนเป็นประจำ เวลาที่มีการจัดงาน ทั้งงานศพ งานทำบุญ 100 วัน ซึ่งมีเสียงพระสวด หรือเปิดเพลงเบาๆ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่านักศึกษาไม่มีศาสนากันหรืออย่างไร

ในส่วนจัดงานโดยไม่เปิดเพลง นายทวัช ระบุว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะตนจัดงานบวชให้ลูกครั้งเดียว ก็อยากจัดให้ยิ่งใหญ่ และจัดตามประเพณีเก่าแก่ คือ จัด 2 วัน ก่อนแห่นาคเข้าโบสถ์และฉลองพระใหม่ อีกทั้งตนยังจ้างวงสตริงในราคา 75,000 บาท โดยรวมค่าจัดงานบวชทั้งหมด กว่า 600,000 บาท

ด้านนายธาราธร นิจจรัสวณิช นักศึกษาปี 3 คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งอาศัยในหอพักดังกล่าว ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวัน เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ สภ.คลองหลวง โดยนายธาราธร บอกว่า ตอนแรกตนไม่คิดไปแจ้งความดำเนินคดีกับใคร แต่เมื่อคืนที่ผ่านมา มีคนไปเห็นคลิปที่นักศึกษาได้โพสต์เอาไว้และข่มขู่ จึงต้องแจ้งความ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษาไม่กล้าออกจากหอพักเพราะกลัวถูกทำร้าย ทั้งนี้นายธาราธร ระบุว่า งานบวชเสียงดังมากทำให้ตนนอนหรืออ่านหนังสือไม่ได้ จึงอยากให้ทุกคนช่วยเกื้อกูลกัน หลายคนอาจจะโจมตีว่าธรรมศาสตร์มีเสรีภาพมากเกินไป แต่อยากให้เข้าใจเสรีภาพที่ได้มานั้นต้องอยู่ในความเท่าเทียม และใช้กฎหมายเช่นเดียวกัน

การเข้าแจ้งความของนักศึกษาธรรมศาสตร์

นายเอกดนัย วงษ์วัฒนะ ตัวแทนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า ได้มาคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมองว่างานบวชมีการใช้เสียงดังมาก แม้ทางเจ้าภาพบอกว่ามีการขออนุญาตอย่างถูกต้องแล้ว แต่ตนมองว่า การให้อนุญาตนั้นสัมพันธ์กับชีวิตคนที่อยู่ในชุมชนหรือไม่ ซึ่งนักศึกษาก็เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ซึ่งตนเองมองว่าการเข้าใจไม่ตรงกัน ทำให้เกิดปัญหาด่าทอล้อเลียนกันผ่านทางอินเตอร์เน็ต แต่ถึงจุดหนึ่ง เกินเลยถึงขั้นข่มขู่ทำร้ายร่างกายหรือเหยียดเพศสภาพ นักศึกษาจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ทางกฎหมายเข้าแจ้งความ

นายเอกดนัย วงษ์วัฒนะ ตัวแทนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายชุมพล พุ่มแพ ชาวบ้านในชุมชนดังกล่าว เปิดเผยว่า เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตนเคยจัดงานบวชลักษณะนี้ จุดจัดงานคือบริเวณเดียวกับงานในครั้งนี้ ครั้งนั้นตนจัดงานรวม 3 วัน ไม่เคยมีปัญหา มีเครื่องเสียง เปิดเพลงครบ 3 วัน โดยปีนั้นจัดงานตั้งแต่เช้าถึงเย็น เวลาประมาณ 07.00-19.00 น. ซึ่งนายชุมพลบอกว่าไม่ได้เล่นเพลงทั้งวัน มีพักบ้าง ตอนนั้นก็ไม่มีใครร้องเรียน ไม่มีปัญหาเช่นครั้งนี้ และไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องจนเป็นข่าวโด่งดัง เพราะงานครั้งนี้ก็จัดเหมือนกันงานของตนแทบทุกอย่าง

นายชุมพล บอกว่า ตนขอโทษหากเพลงดังเกินไป แต่มองว่างานบวชเป็นประเพณี ดนตรีก็มีเพื่อสีสัน โดยคนๆ หนึ่งไม่มีโอกาสได้บวชบ่อย ตนเองก็ไม่อยากให้คนทะเลาะกัน อีกทั้งชุมชนนี้จัดงานมาตลอด ตนเกิดมาก็เห็นมีจัดงานแบบนี้อยู่แล้ว และก็มีการขออนุญาติใช้เครื่องเสียงถูกต้อง

นายชุมพล พุ่มแพ ชาวบ้านในชุมชนดังกล่าว

นายดิว (นามสมมติ) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่อยู่หอพัก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ซึ่งเป็นวันแรกที่งานบวชจัด วันนั้นยอมรับว่าเสียงดนตรีดังมาก จนตนไม่สามารถนอนได้ โดยดังตั้งแต่เวลา 05.50 น. ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่ตนต้องตื่นไปสอบ ตนได้นอนไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง เพราะช่วงกลางคืนอ่านหนังสือ ในระดับความดังนั้น นายดิว บอก ไม่สามารถได้ยินเสียงคุยกันปกติ ต้องตะโกนเหมือนอยู่คอนเสิร์ต ทั้งความดังของเพลงสามารถปลุกให้ตนตื่นได้ และเล่นเพลงยาวจนถึง 09.00 น. อาจมีหยุดพักบ้าง แต่เป็นเช่นนี้ทั้งวัน

นายดิว (หันหลัง) นักศึกษาที่อยู่หอพัก

นายดิว ระบุต่อ ตนกลับมาช่วงเย็นก็ยังได้ยินเพลงดังจนถึงช่วง 23.00-00.00 น. โดยส่วนตัวมองว่ารบกวนเกินไป ทำให้ตนเองรู้สึกแย่มาก โดยตนเข้าใจอยากบวชให้ลูก แต่ไม่อยากให้งานบวชต้องไปรบกวนคนอื่น ควรรู้จักขีดจำกัด ซึ่งหากงานบุญไม่เบียดเบียนคนอื่น หรือรบกวนใคร เชื่อว่าจะได้บุญ ส่วนตัวไม่ได้มีอคติกับการเล่นเพลงในงานบวช แต่ขออย่าให้กระทบกันการใช้ชีวิตก็พอ

ทั้งนี้ ในรายการต่างคนต่างคิด วันที่ 6 มี.ค. ในช่วงหนึ่งนายทวัชได้อ้างถึงนายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมรายการ เนื่องจากนายจตุรงค์ไม่เห็นด้วยกับลักษณะการบวชของที่นายทวัชเป็นเจ้าภาพ โดย ระบุว่า สิ่งที่นายจตุรงค์กล่าวนั้นอิงหลักการมากเกินไป ซึ่งตนไม่สนใจหลักการ เพราะการจัดงานบวชและมีเครื่องเสียงดัง เป็นประเพณีไทย

นายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา

นายจตุรงค์ จงอาษา จึงถามกลับนายทวัชว่า เมื่อพระพุทธเจ้าออกบวช ต้องใช้เครื่องเสียงด้วยหรือไม่ หรือเมื่อครั้งที่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีออกบวช จำเป็นต้องบวชสุกดิบ 4 วัน เหมือนลูกชายนายทวัชหรือไม่  ซึ่งการจัดงานในชุมชนก็มีหลักการการอยู่ร่วมกัน ตนก็สงสัยที่พ่อของพระใหม่ (คนที่บวช) บอกว่าตนพูดเชิงหลักการเกินไป อยากถามว่ากลับว่า ถ้าไม่ใช้หลักการ แล้วจะใช้หลักกูหรือไม่ ซึ่งการคุยกันไม่ใช่แค่เพื่อความถูกใจ สุดท้ายก็ต้องมาคุยกันด้วยหลักการ

 

keyboard_arrow_up