ลุ้นคำสั่งศาล “ครูจอมทรัพย์” อ้างเป็น “แพะ” คดีขับรถชนคนตายแล้วหนี

ศาลจังหวัดนครพนม พิพากษาคดี “ครูจอมทรัพย์” กับพวกสร้างพยานหลักฐานเท็จ ปมขับรถชนคนตายแล้วหนี หลังเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมรื้อฟื้น โดยอ้างว่าตกเป็นแพะ และต่อมาศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องเพราะไม่มีพยานหลักฐานใหม่มาหักล้างได้

จากกรณีที่ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 57 ปี อดีตข้าราชการครู พร้อมพวก ถูกฟ้องเป็นจำเลย ฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ร่วมกันแจ้งเจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ร่วมเบิกความเท็จ และซ่องโจร สืบเนื่องจากกรณีเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมรื้อฟื้นคดีขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 74 ปี เสียชีวิตเมื่อปี 2554 ในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม ตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 โดยอ้างว่าตกเป็นแพะ ต่อมาศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องเพราะไม่มีพยานหลักฐานใหม่มาหักล้างได้นั้น

ล่าสุดวันนี้ (6 มี.ค.) ศาลจังหวัดนครพนม ได้นัดฟังคำพิพากษาพิจารณาตัดสินคดี นางจอมทรัพย์ พร้อมพวกอีก 7 คน ประกอบด้วย นายสุริยา หรือ ครูอ๋อง เพื่อนสนิทที่เป็นหัวหน้าทีมจ้างพยานเท็จ, นางทัศนีย์, นางทองเรศ พยานปากสำคัญที่เคยออกมายืนยันว่า ครูจอมทรัพย์ ไม่ได้ขับรถชนคนตาย, นายเสน่ห์, นางรจนา เพื่อนครูจอมทรัพย์, นางวาสนา เป็นหลานสาว และ นายนิรันดร์ อดีตสามีครูจอมทรัพย์

ศาลจังหวัดนครพนม

ทั้งนี้ ครูจอมทรัพย์ เคยต้องคดีขับรถชนคนตาย คือ นายเหลือ อายุ 74 ปี เมื่อปี 2554 ในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม ถูกดำเนินคดีข้อหาประมาทขับรถชนคนตาย ศาลตัดสินจำคุกเมื่อปี 2556 เป็นเวลา 3 ปี 2 เดือน ได้รับการอภัยโทษออกมา จำคุกแค่ 1 ปี 6 เดือน

ภายหลังพ้นโทษออกมา เมื่อปี 2558 จึงได้ออกมาเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมมีการรื้อฟื้นคดี พระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 อ้างว่าตกเป็นแพะรับบาปในคดีขับรถชนคนตาย และศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำสั่งให้รื้อฟื้นพิจารณาคดี แต่สุดท้าย ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ศาลจังหวัดนครพนม ได้อ่านคำพิพากษาตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นว่ามีความผิดจริง และยกคำร้อง การขอรื้อฟื้นคดี เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานใหม่มาหักล้างได้

นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร จำเลยในคดี

ในที่สุดทำให้ ครูจอมทรัพย์ พร้อมพวกอีก 10 คน ตกเป็นจำเลยอีกครั้ง หลังถูกตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานจับกุมดำเนินคดี ฐานความผิด 4 ข้อหา ได้แก่ แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ร่วมกันแจ้งเจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ร่วมเบิกความเท็จ และซ่องโจร เนื่องจากมีการ นำพยานหลักฐานเท็จ มาเบิกความต่อศาล ในการพิจารณาคดีใหม่

ซึ่งทางตำรวจได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งอัยการฟ้องต่อศาล ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 โดยใช้เวลาสืบพยาน หลักฐานพิจารณาคดีนาน 2 ปี และทางศาลจังหวัดนครพนมได้นัดฟังคำพิพากษาในเช้าวันที่ 6 มีนาคม 2562 ถือเป็นการชี้ชะตาอีกรอบว่า ครูจอมทรัพย์ พร้อมพวกอีก 7 คน จะพ้นโทษหรือจะถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลามากน้อยแค่ไหน นับเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่สังคมเฝ้าติดตามมาต่อเนื่อง

สำหรับ นายสับ พร้อมภรรยา จำเลย 2 ใน 10 คน ซึ่งเป็นจำเลยคนสำคัญที่เคยอ้างว่า ขับรถชนคนตายแทนครูจอมทรัพย์ เนื่องจากตำรวจพบหลักฐานสำคัญในการลงบันทึกประจำวันว่า ก่อนนี้มีการลงบันทึกประจำวัน ถึง 2 ครั้ง ว่า นายสับ กับ นายเสริฐ เป็นคนขับ ทำให้ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการสร้างพยานหลักฐานเท็จ และมีการจ้าง ขบวนการรับผิดแทนส่วนหนึ่ง

นายสับ วาปี ผู้ต้องหา (แฟ้มภาพ)

โดย นายเสริฐ ได้ให้การเป็นประโยชน์ว่า เคยถูกว่าจ้างให้มารับผิดแทน แม้จะขับรถไม่เป็น จึงนำ นายสับ มารับสารภาพเป็นคนขับแทน และถูกดำเนินคดีร่วมกัน ฐานสร้างพยานหลักฐานเท็จ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2561 ศาลจังหวัดนครพนม ได้มีคำพิพากษาตัดสินไปก่อนนี้ ซึ่งจำเลยได้ให้การรับสารภาพ ได้รับการลดโทษครึ่งหนึ่ง คือ นายสับ จำคุก 2 ปี 10 เดือน ส่วนภรรยาได้รับโทษจำคุก 1 ปี 9 เดือน ไม่รอลงอาญา หลังมีคำพิพากษา พร้อมได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาล และยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว ซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว รอการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ต่อไป

keyboard_arrow_up