เหยื่อโผล่แฉอีก “แหม่ม กระยาสารท” หลอกลงทุนรูปแบบใหม่ เป็นมะขาม สูญรวม 2 ล้าน (คลิป)

กรณีชาวบ้านใน จ.นครราชสีมา ถูกมิจฉาชีพหลอกให้ผลิตกระยาสารทส่งตามออร์เดอร์ จำนวน 2,000 กิโลกรัม เพื่อนำไปจำหน่ายเป็นของฝาก ส่งตามร้านค้าทั่วประเทศ โดยอ้างว่า น.ส.แหม่ม เป็นผู้หลอกลวง สร้างความเสียหายรวมมากกว่าล้านบาทนั้น ขณะที่พ่อของ น.ส.แหม่ม เปิดใจว่า ทราบเรื่องแล้ว แต่ก็ยังติดต่อลูกตัวเองไม่ได้เช่นกัน (อ่าน : เปิดใจพ่อสาวตุ๋นสั่งทำกระยาสารท 2 ตัน เหยื่อตามถึงบ้าน ติดต่อลูกไม่ได้ ยอมให้แจ้งความจับ)

น.ส.นงนุช จิณรักษ์ หรือ นุช ผู้เสียหาย

ล่าสุด วันที่ 5 มี.ค. 62 น.ส.นงนุช จิณรักษ์ หรือ นุช ผู้เสียหาย เปิดเผยในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.20 น. ว่า ตนรู้จักกับแหม่มตอนทำงานที่โรงงานเดียวกัน จนแหม่มชวนทำธุรกิจส่งกระยาสารทขายทัวร์จีน ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยบอกว่าลงทุน 100 บาท ขายได้ถุงละ 300 บาท ตนหลงเชื่อเพราะว่าเพื่อนเคยไปดูโรงงานผลิตมาแล้ว ที่ จ.บุรีรัมย์ จากนั้น เดือนตุลาคม 2561 ตกลงลงทุนล็อตแรก ออร์เดอร์ 2,800 กิโลกรัม เพื่อนำไปขายที่ จ.ชลบุรี โอนเงินไปให้แหม่มกว่า 200,000 บาท มัดจำและทำสัญญาบางส่วน โดยสัญญาใช้ชื่อพ่อของแหม่ม

จากนั้น ตกลงกันว่าจะได้เงินในเดือนพฤศจิกายน แต่ยังไม่ได้ เพราะแหม่มอ้างว่ามีออร์เดอร์เพิ่ม 5,000 กิโลกรัม ให้ลงทุนต่อ ตนก็โอนเงินไปลงทุนเพิ่มอีกกว่า 400,000 บาท จากนั้น แหม่มบอกว่าขอเวลา 2 เดือน จะได้รับเงินในเดือนมกราคม จนถึงเวลาก็ยังไม่ได้เงิน แหม่มมาอ้างอีกว่าโรงงานที่ จ.บุรีรัมย์ ผลิตไม่ทัน ให้ตนหาที่ผลิตใน จ.นครราชสีมา จากนั้นตนจึงติดต่อนางประณีต และนายวสุพล เรืองชัยศิริวัฒน์ ลุงกับป้าให้ช่วยผลิต โดยไม่สงสัยในตัวแหม่มเลย เนื่องจากแหม่มบอกว่าออร์เดอร์ที่ผ่านมา กำไรจะแบ่งคนละครึ่ง แต่รอบล่าสุดนี้ กำไรจะยกให้ตนทั้งหมด

หลังจากที่ตนสั่งลุงกับป้าผลิต 2,000 กิโลกรัม แหม่มก็บอกว่าวัตถุดิบที่ จ.บุรีรัมย์ ราคาถูกกว่า ถ้าสั่งซื้อจะมีกำไรเพิ่มแสนกว่าบาท ตนจึงโอนเงินไปให้แหม่มจัดซื้ออีกกว่า 40,000 บาท และอีกรอบกว่า 30,000 บาท จนกระทั่งถึงวันรับกระยาสารทและเคลียร์เงิน 21 ก.พ. 62 ตนไม่สามารถติดต่อแหม่มได้ จึงไปบอกตรง ๆ กับลุงและป้า ว่าแหม่มยังไม่มารับของ ตอนนั้นตอนคิดว่า “ตัวเองโง่มาก ที่ให้เขาหลอกได้ ไม่เคยคิดว่าจะโดน” ทำให้ทุกวันนี้มีหนี้ที่กู้เงินมาลงทุนจำนวนมาก และล่าสุด มีคนช่วยซื้อกระยาสารททั้งหมดแล้ว

น.ส.อุบลวรรณ นันทนนุช หรือ นก ผู้เสียหาย

ขณะที่ น.ส.อุบลวรรณ นันทนนุช หรือ นก ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนถูกแหม่มหลอก ก่อนที่จะไปชักชวนน.ส.นงนุช มาร่วมผลิตกระยาสารท โดยตนเสียหายกว่า 890,000 บาท และติดต่อแหม่มไม่ได้ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 21 ก.พ. 62 ตนเครียดมาก เพราะเป็นหนี้ ต้องขายห้องเช่าที่มีทั้งหมด อีกทั้งโกรธแค้นมากที่ตัวเองโง่ แต่ในความโง่ของตน ตนก็ยังดำเนินชีวิตหากินด้วยตัวเอง ไม่หลอกลวงใคร และแค้นที่ตนไว้ใจแหม่มเกินไป

โดยตนไปรับเอากระยาสารท และจ่ายเงินเพื่อลงทุนเพิ่ม พร้อมขอเงินปันผลกับแหม่ม แต่แหม่มยังไม่ให้ บอกว่าให้พ่อของแหม่มซื้อรถเก๋ง และทาวเฮ้าส์ให้ตนไว้เปิดร้าน และยังนัดให้ตนไปรับรถเก๋งด้วย แต่ถึงเวลาก็ขอเลื่อนนัดไปเรื่อย ๆ โดยแหม่มอ้างว่าพ่อเป็นเจ้าของกิจการรถ 6 ล้อ และผู้กว้างขวางใน จ.ชลบุรี มีเส้นมีสายใหญ่โต

ทั้งนี้ หลังจากตนติดต่อแหม่มไม่ได้ วันที่ 22 ก.พ. 62 ตนไปตามหาแหม่มที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และไปเจอพ่อของแหม่ม ซึ่งบอกว่าติดต่อแหม่มไม่ได้เช่นกัน และเคยมีผู้เสียหายหลายรายที่เข้ามาตามหาแหม่มที่บ้านแล้ว ตนเป็นรายที่ 4

นอกจากนี้ ตนสงสัยว่าน้องอิน น้องสาวของแหม่มที่มารับกระยาสารทจากตน มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ อีกทั้ง คาใจและอยากรู้ว่าที่รับกระยาสารทไป 2 ครั้ง โดยที่ จ.บุรีรัมย์ ไม่มีการผลิต แต่ทำไมแหม่มบอกตนว่ามีออร์เดอร์เพิ่ม เพื่อหลอกเอาเงินลงทุนจากตนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้ตนจะไม่ยอม และคิดว่าแหม่มคงไปหลอกคนอื่นอีก ลักษณะเหมือนเป็นมิฉาชีพ เพราะพูดเก่ง และตีสนิทกับคนเก่ง

นายประสาน เทียนประชา พ่อของน.ส.แหม่ม ผู้ถูกกล่าวหา

นายประสาน เทียนประชา พ่อของน.ส.แหม่ม ผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเป็นภารโรง ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้คุยกับลูกสาว เพราะตนเป็นคนโมโหร้าย และไม่รู้มาก่อนว่าลูกไปโกงเงินใคร ก่อนหน้านี้ มีคนมาตามหาลูกสาวหลายรายแล้ว มาบอกว่าถูกแหม่มหลอก แม้แต่ตนเองก็โดนหลอก ตอนที่แหม่มมาบอกว่าจะไปต่างประเทศ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตนก็ดีใจ และให้เงินไป 50,000 บาท ลูกบอกว่าที่ทำงานที่พัทยา จะส่งไปทำงานต่างประเทศ ตนสงสารลูกเพราะมาร้องไห้ขอเงิน ก็โอนเงินให้หมด จากนั้นหายไป 2 ปี ก็ไม่เคยติดต่อมาอีก ซึ่งล่าสุด ตนโทรหาลูกไม่ติด ก็คิดว่าลูกคนเปลี่ยนเบอร์หนี เพราะไปก่อเรื่องสร้างหนี้ให้กับคนอื่นอีก

ทั้งนี้ ครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่แหม่มโกงเงินคนอื่น แต่ยอมรับว่า แหม่มเคยเอากระยาสารทมาให้ตนเอาไปขายด้วย อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ลูกมามอบตัว มาคุยกับคู่กรณีให้จบ ตนเป็นทุกข์ เพราะคนทั้งประเทศจะเข้าใจว่าตนร่วมกับลูกโกงคนอื่น อยากให้ลูกพูดความจริง ส่วนตนจะโดนข้อหารับของโจรด้วยหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่เวรแต่กรรม เพราะตนไม่เคยเป็นหนี้เป็นสิน และไม่เคยสอนให้ลูกไปโกงเงินใคร

นางเจน (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

วันที่ 5 มี.ค. 62 นางเจน (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า น.ส.แหม่ม ชักชวนตนทำมะขามเปียกส่ง โดยคิดเป็นกิโลกรัมละ 50 บาท แต่ น.ส.แหม่ม ส่งขายต่อ 150 บาท หลังจากนั้น เดือนพฤษภาคม 2561 แหม่มชวนร่วมลงทุนปลาหมึกแห้ง อ้างว่าเหมาเรือประมงมา เพื่อจะส่งปลาหมึกสดเพื่อไปแปรรูป ตนก็เชื่อใจร่วมลงทุน ครั้งแรก 40,000 บาท โดยใช้เงินเก็บ และอีกครั้งลงทุน 20,000 บาท

หลังจากนั้น น.ส.แหม่ม อ้างว่า 3 เดือน เรือประมงจะมา และจะร่วมลงทุนต่อหรือไม่ ซึ่งตนก็ตัดสินใจร่วมลงทุนต่อ จากนั้น วันที่ 10 ม.ค. 62 น.ส.แหม่ม บอกว่าจะโอนเงินทั้งหมดมาให้ แต่ก็อ้างว่ายังเคลียร์เงินไม่ได้ ขอเลื่อนไปก่อน จนกระทั่งวันที่ 26 ก.พ. มาขอเงินตนอีก 13,000 บาท ตนก็ให้ไป เพราะหวังจะได้เงินทั้งหมด 73,000 บาท ที่ลงทุนไป

นางเจน ยอมรับว่า ที่ตนยอมให้เงิน น.ส.แหม่ม เพราะว่าเจ้าตัวพูดจาหวาน ให้รู้สึกเชื่อใจ และเมื่อตนทักไปหา น.ส.แหม่ม เจ้าตัวก็บล็อกช่องทางการติดต่อกับตน อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งความที่ สภ.บางพลี ไว้แล้ว และอยากได้เงินทุกบาทคืน เหตุการณ์ครั้งนี้สอนตนว่า รู้หน้าไม่รู้ใจ และอย่าเชื่อใจคนปากหวาน

นางเหมียว (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

ด้าน นางเหมียว (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา น.ส.แหม่มได้ชวนทำธุรกิจมะขามสปา โดยต้องใช้มะขามเปียก ประกอบกับที่บ้านตนก็ทำมะขามเปียก จึงตอบตกลงลงทุนนำเงินตัวเองมาทุ่มกับธุรกิจ ครั้งแรก 77 กิโลกรัม หลังจากนั้น น.ส.แหม่มก็บอกว่า จะจ่ายเงินให้ตอนสิ้นเดือน พอถึงสิ้นเดือนมกราคม น.ส.แหม่มก็ให้เงินตนในราคา 5,000 บาท ซึ่งเป็นต้นทุน ต่อมาวันที่ 11 ก.พ. 62 ตนหามะขามเปียกมาได้ 170 โล ราคา 10,100 บาท กระทั่งวันที่ 17 ก.พ. แหม่มก็ขอเงินตน 50,000 บาท เพื่อไปร่วมลงทุนทำธุรกิจกุ้งแห้ง พร้อมอ้างว่าได้เงินดีกว่าการลงทุนทำมะขามเปียก แต่ตนบอกว่าไม่มีเงินร่วมลงทุน เนื่องจากเงินที่ตนไปลงทุนในการทำมะขามเปียกยังไม่ได้รับมา จึงอยากให้น.ส.แหม่ม ให้เงินตนมาก่อน แต่หลังจากนั้น ก็ติดต่อน.ส.แหม่มไม่ได้

นางเหมียว ยอมรับว่า ตนเชื่อใจน.ส.แหม่ม เพราะเป็นคนพูดจาดี พูดเก่ง มีน้ำใจ ตนเชื่อว่าการที่ครั้งแรก น.ส.แหม่ม ให้เงินตนมาตรงเวลา เพราะเป็นกลอุบายที่ทำให้ตนเชื่อใจว่าลงทุนแล้วจะได้เงินจริง ทั้งนี้ อยากฝากถึงน.ส.แหม่ม ว่า ไม่อยากให้ไปทำกับใครอีก รวมทั้งอยากให้นำเงินมาคืนตน และหากได้เงินคืนก็คงไม่กลับไปคบกับ น.ส.แหม่ม อีกแล้ว

รายชื่อผู้เสียหาย

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายที่ถูก น.ส.แหม่มโกง ได้แก่ อุบลวรรณ นันทนนุช ปี 2561 ทำธุรกิจกระยาสารท ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง และมะขามสปา มูลค่าความเสียหาย 891,000 บาท, เหมียว ปี 2562 ทำธุรกิจมะขามเปียก มูลค่าความเสียหาย 10,100 บาท, ภัทรสุดา เรืองชัยศิริวัฒน์ ปี 2562 ทำธุรกิจกระยาสารท 500 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหาย 100,00 บาท, นงนุช จิณรักษ์ ปี 2562 ทำธุรกิจกระยาสารท 1,200 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหาย 800,000 บาท, เจน ปี 2562 ทำธุรกิจมะขามเปียก ปลาหมึกแห้ง มูลค่าความเสียหาย 73,000 บาท

keyboard_arrow_up