สาวนั่งวินชะตาขาด รถสิบล้อยางหลุดชิ่งกระแทกกำแพง ก่อนพุ่งชนร่างตายคาที่ (คลิป)

จากกรณีอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ ล้อรถหลุดออกจากตัวรถ 2 ล้อ ซึ่งล้อหนึ่งไปกระแทกผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ ใต้สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงจนเสียชีวิต ทราบชื่อคือ น.ส.นิภาพร แหวนเงิน อายุ 36 ปี

บริเวณที่เกิดเหตุ
ล้อรถที่หลุด

วันที่ 3 มี.ค. 62 ทีมข่าวเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุ ใต้สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ถนนบางนา-ตราด บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 50 ใต้สะพานซึ่งเป็นลักษณะเส้นทางกลับรถ ที่รถยนต์ขนาดเล็ก และรถจักรยานยนต์ผ่าน เนื่องจากใต้สะพานมีความสูงไม่ถึง 2 เมตร

นายนพภร พรหมศิริ และนายณัฐพงศ์ มูลละ เจ้าหน้าที่กู้ภัย

นายนพภร พรหมศิริ และนายณัฐพงศ์ มูลละ เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือที่จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุช่วง 15.00 น. ว่ามีผู้หญิงถูกล้อรถทับบริเวณนี้ จึงรีบเดินทางมาที่เกิดเหตุ พบหญิงนอนบาดเจ็บอยู่ที่พื้น ชีพจรต่ำมาก หายใจโรยริน หมดสติคว่ำหน้าอยู่ เรียกไม่มีการตอบสนอง บริเวณหูข้างขวามีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก กู้ภัยทำการพลิกตัว และปฐมพยาบาล ใกล้กันพบล้ออยู่ภายในแม่น้ำบางปะกง ส่วนคนขับรถจักรยานยนต์ที่ผู้ประสบเหตุนั่งมาถึงจอดอยู่ ไม่ได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดที่ 2 ตามมาที่เกิดเหตุ ทำการปั๊มหัวใจผู้ประสบเหตุ ซึ่งชีพจรหยุดเต้น ใส่เครื่องช่วยหายใจ เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เคยเจอมาก่อน เนื่องจากดูจากจุดเกิดเหตุ พบเส้นทางของล้อหลังรถ หลุดและวิ่งมาตามทาง โดยล้อวิ่งมาจากฝั่งถนนบางนา-ตราดฝั่งขาเข้า จากนั้นมาลงที่ข้างสะพานข้ามแม่น้ำ กระทบกับเสาของทางด่วน ชิ่งไปโดยเสาสะพาน ก่อนจะกระเด้งไปโดยผู้เสียชีวิต และล้อก็กลิ้งตกแม่น้ำ ส่วนรถบรรทุก ไปพบหลังช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ซึ่งขณะนั้นจอดอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไป 3 กิโลเมตร คนขับกำลังเดินหาล้ออยู่ กรณีนี้ถือเป็นเรื่องโชคร้ายของผู้ประสบเหตุ

นายอนันต์ วัฒนศิริ คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง

นายอนันต์ วัฒนศิริ คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เปิดเผยส่า ตนรับหญิงรายนี้มาห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ซึ่งหญิงรายนี้ให้ตนไปส่งอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งต้องผ่านใต้สะพานนี้ โดยบอกว่าให้ตนขับรถเบา ๆ เพราะเขาถือของอยู่ กลัวของจะเสียหาย จากนั้น ตนก็ขับรถไปตามทาง ระหว่างทางไม่มีการคุยกัน จนเกิดเรื่องตนได้ยินเสียงชาวบ้านร้อง จึงจอดรถและหันไปดู จึงพบว่าผู้โดยสารลงไปนอนนิ่งอยู่ที่พื้น ส่วนตัวยืนยันว่าไม่รู้เรื่องเลย ตอนล้อรถกระแทกตัวผู้โดยสาร เพราะรถไม่โยก ผู้โดยสารไม่ร้องสักคำ ทุกอย่างนิ่งมาก หากชาวบ้านไม่กรีดร้อง ตนก็คงไม่เอะใจ ซึ่งตอนนั้น ตนขับรถมาด้วยความเร็วประมาณ 40กม./ชม. ทุกอย่างปกติ ถือเป็นเรื่อง 1 ในล้าน เพราะรถจักรยานยนต์ตนก็ไม่ได้รับความเสียหาย ไม่ถูกกระแทก ตนเองก็ไม่ได้รับบาดเจ็บด้วย

ภาพจำลองเหตุการณ์

ทั้งนี้ ตนส่วนตัวสงสารผู้ตาย แต่ตนเชื่อว่าถึงเวลาของผู้ตายแล้ว ส่วนตนที่รอดมาได้ ก็เพราะพระหลวงพ่อโสธรที่ตนห้อยอยู่ รุ่นพายเรือ แจกในงานประเพณีที่ทางวัดมอบให้คนพายเรือที่ช่วยงานของวัด เมื่อ 4-5 ปี ที่ผ่านมา ตนเคยรอดพ้นจากด่านตรวจมา 2-3 ครั้งแล้ว ทั้งที่ตนไม่ได้สวมหมวกนิรภัย แต่เมื่อเจอตำรวจเหมือนโบกรถเรียกตน แต่สุดท้ายตำรวจก็โบกให้ตนผ่าน จนมาครั้งนี้ จึงเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ตนเองยังกลัว ไม่กล้าออกไปขับรถรับส่งผู้โดยสาร คืนที่ผ่านมาก็นอนไม่หลับ หลังจากนี้คิดว่าจะไปทำบุญให้กับผู้เสียชีวิต เรื่องที่เกิดขึ้นตนคิดว่าเป็นเรื่องของดวงที่ผู้ตายมีดวงแค่นี้

พระของนายอนันต์

เบื้องต้นศพของผู้เสียชีวิต ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในจังหวัดศรีษะเกษ ซึ่งเดินทางมารับตัวออกจากโรงพยาบาลไปตั้งแต่คืนที่ผ่านมาแล้ว

บริเวณจุดที่ล้อรถกระแทก

ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งวันเกิดเหตุนั่งเล่น พิงอยู่หลังเสาสะพานข้ามแม่น้ำที่ล้อมากระทบก่อนโดนผู้ตาย เล่าว่า ตนมานั่งเล่นรับลม พร้อมอุ้มลูกอยู่ จังหวะเกิดเรื่อง ได้ยินเสียงดังเหมือนของตกจากด้านบน มีสิ่งของขนาดใหญ่ผ่านหูขวา เกิดประกายไฟ ก่อนล้อพุ่งไปทางแม่น้ำ ส่วนตัวยังคิดว่า หากตนชะโงกหน้าไปดูตามเสียง อาจจะต้องมีจุดจบชีวิตเช่นกัน

คนขับรถบรรทุก 18 ล้อ ขณะตามหาล้อที่หลุด

ร.ต.อ.นพดล ทวีชาติ ร้อยเวรเจ้าของคดี สภ.บางปะกง ให้ข้อมูลว่า มีการสอบปากคำคนขับรถบรรทุกพ่วง ให้การรับสารภาพว่าล้อที่ประสบเหตุเป็นของเขาจริง และได้ให้การช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เหตุเพราะไม่ตรวจสภาพรถทำให้เกิดอุบัติเหตุ จากการสอบถามคนขับรถพ่วง ระบุว่าไม่รู้ตัวว่าล้อหลุด เมื่อขับต่อไปอีก 3 กิโลเมตร จึงมารู้ตัวว่าล้อรถพ่วงหลุด เนื่องจากจุดที่ล้อหลุดไปขูดกับพื้นถนน เมื่อรู้ตัว จึงขับรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านละแวกนั้นออกตามหาล้อ จนกระทั่งพบ 1 ล้อ ที่ไม่ใช่ล่อที่ประสบเหตุ ซึ่งพบอยู่ริมถนน กม.ที่ 52 ส่วนล้อที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต มาพบภายหลังจากได้รับแจ้งเหตุ

เบื้องต้น รถพ่วงก็รับสารภาพ และรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของผู้เสียชีวิต ส่วนการเรียกค่าสินไหมทดแทน จะประสานเข้ามาหลังจัดงานศพแล้วเสร็จ

keyboard_arrow_up