เพื่อนแฉ พนง.กทม.หิ้วซากงูเห่าที่ฉก ให้ รพ.ดู แต่กลับรักษาช้า จนพิษกำเริบตาย (คลิป)

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กแชร์เรื่องราวการเสียชีวิตของ นายไกรสร เต็งตระกูล อายุ 37 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาของสำนักงานเขตสะพานสูง ว่าเสียชีวิตหลังถูกงูเห่าฉก แต่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไม่ดูแลรักษา จนกระทั่งดูอาการผู้ป่วย จนเสียชีวิต

นายไกรสร เต็งตระกูล ผู้เสียชีวิต

วันที่ 2 มี.ค.62  นางจันทิมา เต็มตระกูล ภรรยาผู้ตาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนได้โทรหาแฟนช่วงพักเที่ยงเหมือนเช่นทุกวัน ซึ่งเพื่อนของแฟนก็รับสายแทน และบอกว่าแฟนของตนถูกงูกฉกเข้าที่แขนข้างซ้าย ยอมรับว่าตกใจมาก จึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล หลักจากนั้นประมาณ 30 นาที โรงพยาบาลโทรศัพท์กลับมาบอกว่า แฟนตนหัวใจหยุดเต้น เสียชีวิตแล้ว ยอมรับว่าช็อก  ทำอะไรไม่ถูก ส่วนตัวไม่คิดว่าแฟนจะตาย เพราะถึงมือหมอแล้ว ปกติแฟนเป็นคนแข็งแรง ไม่เคยป่วย ไม่เคยเข้ารักษาที่โรงพยาบาล ก่อนเกิดเรื่องก็ไม่มีราวใดเป็นสัญญาณว่าแฟนจะจากไป ส่วนตัวอยากรู้สาเหตุการตายของแฟน ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่

จันทิมา เต็มตระกูล ภรรยาผู้เสียชีวิต

ด้าน น.ส.มนัสชญา พนคร  น้องของผู้ตาย เป็นผู้ที่คุยกับแพทย์หลังโทรศัพท์แจ้งว่าพี่ชายเสียชีวิต เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้แจ้งผ่านโทรศัพท์พี่สะใภ้ว่า ความดันพี่ชายต่ำ หายใจติดขัด แพทย์พยายามปั๊มหัวใจ 40 นาที แต่ไม่เป็นผล จึงถามเจ้าหน้าที่ว่า ได้มีการรักษาอะไรพี่ตนหรือไม่ มีการฉีดเซรุ่มไหม ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันมีการฉีดให้ แต่งูตัวใหญ่ทำให้พิษมาก และคนไข้ถูกฉกที่มือ ส่วนตัวยังไม่อยากเชื่อว่าพี่ชายจะเสียชีวิต  ตนจึงสอบถามคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ยังยืนยันพี่ชายมีสติ พูดคุยรู้เรื่อง และยังทำการรัดแขนไว้ถึง 3 จุด ตนเองยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงมือแพทย์แล้วถึงเสียชีวิต ประกอบกับยุคสมัยทางการแพทย์ยุคนี้ ไม่น่าเกิดเรื่องเช่นนี้ ครอบครัวยังติดใจว่าทางโรงพยาบาลได้ทำการรักษาจริงหรือไม่ ตนจึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับพี่ชาย

น.ส.มนัสชญา พนคร น้องสาวผู้เสียชีวิต

ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตสะพานสูง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงาน และคนที่อยู่ในวันเกิดเหตุ รวมทั้งเป็นทีมที่นำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล เล่าว่า วันเกิดเหตุทีมงานได้เดินทางไปช่วยงานชุมชนทับช้างล่าง จากนั้นเวลา 12.00 น. มีชาวบ้านเดินมาพร้อมฉมวกที่ปลายแทงงูเอาไว้ และถามขึ้นมาว่ามีใครเอาไหม ซึ่งมีเสียงคนตอบว่าเอา แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร

ภาพเหตุการณ์จำลอง

ส่วนผู้ตาย ได้เดินเข้าไป เพื่อช่วยจับงูใส่กระสอบ ขณะนั้นงูยังมีชีวิต และยังดิ้นอยู่ ปรากฎว่าจังหวะนำงูลงกระสอบ งูได้หันมาฉกนายไกรสรผ่านถุงกระสอบ  เมื่อเพื่อนรู้ว่าผู้ตายถูกงูฉก จึงรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยการดูดพิษงู และนำเชือกฟาง และเศษผ้า รัดที่แขน 3 จุด คือ ข้อมือ ข้อศอก และ บริเวณแขนท่อนบน จากนั้นพวกตนพานายไกรสรขึ้นรถ นำตัวส่งโรงพยาบาล โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที ระหว่างทางนายไกรสร พูดคุยได้ปกติ เมื่อถึงโรงพยาบาล ผู้ตายยังสามารถเดินเข้าห้องฉุกเฉินเองได้

เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตสะพานสูง เพื่อนร่วมงานและที่อยู่ในวันเกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตสะพานสูง กล่าวต่ออีกว่า เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พวกตนก็แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า นายไกรสรถูกงูเห่ากัด และได้นำซากงูตัวดังกล่าวมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่อีกด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้นายไกสรนอนบนเตียง และได้ตัดเชือกที่รัดแขนออกทันที ตนยอมรับว่าตนเองก็แปลกใจ ว่าทำไมถึงตัดเชือกออก แต่ก็คิดว่าเป็นการรักษาของแพทย์ โดยเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน แจ้งว่าจะต้องรักษาตามอาการ  ต้องดูปริมาณของพิษว่าเยอะหรือไม่ เวลาผ่านไป 30 นาที พวกตนก็ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินกับนายไกลสร เท่าที่ตนสังเกตเห็นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการรักษาแต่อย่างใด มีเพียงติดเครื่องวัดชีพจรที่ปลายนิ้วของผู้ตาย ไม่มีการฉีดยาหรือให้ยาใด ๆ  จนนายไกรสรเริ่มบ่นปวดแขน หลังจากนั้นแพทย์ได้ส่งตัวนายไกรสร ไปที่ห้อง ไอ.ซี.ยู

ระหว่างไปถึงห้อง ไอ.ซี.ยู นายไกรสรยังสติดี คุยได้ แต่ผ่านไปเพียงไม่ถึง 10 นาที นายไกรสร พูดกับเพื่อนหนึ่งคน ว่าหัวใจเริ่มเต้นแรง เริ่มง่วง และจะไม่ไหว พวกตนจึงเรียกหมอ หมอได้ให้พวกตนออกไปรอนอกห้อง ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับนายไกรสรขณะยังมีชีวิต พวกตนไม่คิดว่านายไกรสรจะเสียชีวิต เพราะถึงโรงพยาบาล มีแพทย์ดูแล ตนมองว่าการดูแลของแพทย์ควรดีกว่านี้ แต่นี่ไม่มีการรักษาใด ๆ เพื่อนๆยังมั่นใจมาตลอดว่านายไกรสรต้องปลอดภัย ด้วยอาการไม่โคม่า ส่วนตัวของงู หากหมออ้างว่าตัวใหญ่ พิษมาก รักษาไม่ได้ ตนมองว่าถึงมือแพทย์ ยังไงก็ควรฉีดเซรุ่มก่อน แต่ยอมรับงูตัวค่อนข้างใหญ่ ขนาดตัวประมาณ ข้อมือผู้ชาย ยาวประมาณ 1 เมตร

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวไม่ได้แจ้งความเอาเรื่องกับโรงพยาบาล เพราะมองว่าสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการสู้คดีความ อีกทั้งผู้ตายก็ไม่สามารถฟื้นได้ เพียงอยากทราบความจริง และไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก

keyboard_arrow_up