สุดงง! โจ๋ขี่รถหนี ตร.พลิกคว่ำ แม่เรียกเงินชดใช้ อ้างลูกตกใจเลยบาดเจ็บ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพ เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มีแผลฟกช้ำบนใบหน้า และระบุข้อความว่าถูกตำรวจ สภ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ถีบรถมอเตอร์ไซค์ล้มจนเกิดอุบัติเหตุที่หน้าโรงเรียนประสาทวิทยาคาร

ภาพแผลฟกช้ำบนใบหน้าของเด็ก

วันที่ 2 มี.ค. 62 ว่าที่ร้อยตรี อภินันท์ จันทเขต ผู้อำนวยการโรงเรียนประสาทวิทยาคาร เปิดเผยว่า จากการสอบถามข้อมูลจากนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ ผู้ปกครอง และนักเรียนที่นำข้อมูลไปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก พบว่าอุบัติเหตุดังกล่าวนั้นไม่ได้เกิดที่หน้าโรงเรียน แต่เกิดในถนนหน้าหมู่บ้านอัดแดก อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านของนักเรียนผู้บาดเจ็บ

ส่วนข้อเท็จจริงเรื่องที่ตำรวจถีบรถนั้นก็ไม่เป็นความจริง แต่ตำรวจอยู่ระหว่างการปฎิบัติหน้าที่ติดตามรถคันที่ทำผิดกฎจราจร ขณะนั้นนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บกำลังขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน และมีน้องสาวซ้อนท้าย รวมถึงเข้าใจว่าตำรวจจะจับตัวเอง  จึงได้เร่งเครื่องหนีในจังหวะที่ต้องเลี้ยวโค้ง ทำให้รถมอเตอร์ไซค์เสียหลักไถลไปกับถนนและตกลงข้างทาง

ว่าที่ร้อยตรี อภินันท์ จันทเขต ผอ.รร.ประสาทวิทยาคาร

สำหรับนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บนั้นเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมเรียบร้อย และเรียนหนังสือค่อนข้างดี แต่ตนคิดว่าสาเหตุที่นักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บขับหนีตำรวจ เนื่องจากตกใจว่าตำรวจจะจับตัวเอง ส่วนผู้โพสต์เฟซบุ๊กนั้นก็เป็นเพื่อนที่โรงเรียนอยู่ห้องเดียวกันกับนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งอาจจะพูดคุยกันสั้น ๆ และทำให้เข้าใจผิดว่าตำรวจถีบรถล้ม ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนจึงนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก

นอกจากนี้ โรงเรียนก็จะประสานงานสถานีตำรวจภูธรประสาท เพื่อชี้แจงว่าการโพสต์เฟซบุ๊กของนักเรียนนั้นเป็นความปรารถนาดีต่อเพื่อน ไม่ได้มีเจตนาสร้างความเสียหาย หรือสร้างความเข้าใจผิดต่อตำรวจ และก็จะเรียกเด็กนักเรียนผู้โพสต์มาพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว

นายเอ็ก (นามสมมติ) ผู้โพสต์เรื่องราว พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

ด้านนายเอ็ก (นามสมมติ) นักเรียนผู้โพสต์เรื่องราว เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนโพสต์เนื่องจากเพื่อนส่งแชตเฟซบุ๊กมาบอกว่าตำรวจถีบรถมอเตอร์ไซค์ล้ม และส่งรูปสภาพบาดแผล ใบหน้าฟกช้ำมาให้ดู ตนจึงนำรูปดังกล่าวโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพราะความเป็นห่วง เนื่องจากเพื่อนก็กำลังจะสอบจบการศึกษา ม.3 แล้ว ซึ่งหลังจากตนรู้ความจริงเพื่อนขับรถมอเตอร์ไซค์ประสบอุบัติเหตุเอง ไม่ได้ถูกตำรวจถีบ ตนก็รู้สึกตกใจ เพราะโดยปกติเพื่อนไม่เคยโกหก ส่วนตัวเองก็ไม่ได้มีเจตนากล่าวหาว่าตำรวจนั้นไม่ดี

อย่างไรก็ตาม ตนก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตั้งใจจะช่วยเหลือเพื่อน แต่เรื่องกลับมาเป็นแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้โกรธเพื่อน ซึ่งตนก็ยอมรับผิดและจะไปขอโทษพูดคุยปรับความเข้าใจกับตำรวจ

ด.ญ.จอย (นามสมมติ) น้องสาวของผู้ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ ด.ญ.จอย (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ไปด้วยในขณะเกิดเหตุ และได้รับบาดเจ็บถลอกบริเวณมือซ้ายและหัวเข่าซ้าย ได้เล่าย้อนไปในวันเกิดเหตุ (1 มี.ค.) เวลาประมาณ 16.00 น. ขณะที่ตนกำลังซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์พี่ชายกลับบ้าน ระหว่างทางก็มีตำรวจหนึ่งนายขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ล่ารถมอเตอร์ไซค์อีกคันอยู่ แต่ไล่ไม่ทัน ตำรวจจึงหันมาขับไล่กวดรถมอเตอร์ไซค์คันของตน ซึ่งขณะที่ตำรวจขี่มอเตอร์ไซค์มาใกล้ ๆ แล้วพูดว่า “มึงจะหยุดไหม เดี๋ยวกูถีบนะ” ซึ่งคำพูดนั้นทำให้พี่ตนตกใจและเร่งมอเตอร์ไซค์หนี โดยที่ยังไม่ได้ถีบจริง แต่ด้วยถนนที่เป็นกรวดทำให้รถเสียหลักลงข้างทาง ทำให้หน้าและท้องไถลไปกับถนนจนเป็นบาดแผลและเลือดเต็มหน้า ซึ่งพี่ชายตนพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือจากตำรวจ แต่ตำรวจก็ไม่ช่วยและขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านไป ตนและพี่ชายจึงต้องช่วยเหลือกันเอง และขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง

บาดแผลตามร่างกายของ ด.ญ.จอย

ตนเองเสียใจที่ตำรวจไม่ยอมลงมาช่วยเหลือ ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ไม่มีตำรวจมาแสดงตัวว่าใครเป็นคนที่ขี่ไล่กวด ยอมรับว่ารถมอเตอร์ไซค์ของพี่ชายนั้นท่อมีเสียงดัง แต่ไม่ได้ขับซิ่ง เพิ่งมาขับเร็วตอนถูกตำรวจไล่กวด ตอนนี้ตนเป็นห่วงพี่มาก ๆ เพราะยังต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เนื่องจากคางแตก กรามร้าว แขนถลอก ซึ่งตนบาดเจ็บน้อยกว้าพี่ชาย เพราะขณะเกิดเหตุพี่พยายามเอาร่างกันไม่ให้ตนไถลไปกับถนน และเอาร่างบังไม่ให้รถมอเตอร์ไซค์ล้มทับตน

นางแย้ม (นามสมมติ) แม่ของผู้ได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้ นางแย้ม (นามสมมติ) อายุ 43 ปี แม่ของผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตอนนี้เสียเงินค่ารักษาลูกไปประมาณหมื่นกว่าบาทแล้ว ขอความเป็นธรรมและให้ตำรวจคนที่ขี่รถไล่กวดออกมารับผิดชอบมากกว่านี้ เพราะลูกยังพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายหลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าต้องจ่ายอีกเท่าไร ซึ่งหลังจากเกิดเหตุก็ยังไม่มีตำรวจคนไหนออกมาแสดงตัวว่าเป็นตำรวจคนที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไล่ลูกบนจนเกิดอุบัติเหตุ

ตนรู้สึกเสียใจและสงสารลูกมาก ๆ เพราะตอนเกิดเหตุนั้นลูกขอความช่วยเหลือจากตำรวจ แต่เขาก็ไม่ได้ช่วย ถ้าลูกประสบอุบัติเหตุซ้ำอีกระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลแล้วจะทำอย่างไร ยอมรับว่าลูกตนมีส่วนผิดที่รถท่อดัง แต่ก็ไม่ดังเท่าคนอีกคนที่ตำรวจขับมอเตอร์ไซค์ไล่ก่อนที่จะมาไล่ลูกของตน

ตำรวจ สภ.ปราสาท เข้าเยี่ยมอาการเด็ก

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีตำรวจจาก สภ.ปราสาท มามอบสินน้ำใจจำนวน 3,000 บาทให้กับตน แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นใครเป็นใคร จึงอยากให้ตำรวจที่เป็นต้นเหตุมารับผิดชอบ สำหรับอาการล่าสุดของลูกตอนนี้ ได้รับบาดเจ็บ กรามหัก ปากปวม และยังพูดไม่ได้ กินอะไรไม่ได้ ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องเรียน เพราะลูกกำลังจะสอบด้วย

keyboard_arrow_up