พ่อยันลูกป่วยจิตฆ่าเมียฝังดิน แต่ญาติเหยื่อแฉ “แม่” ผู้ต้องหาร่วมขนดิน (คลิป)

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพนางอิษฎา อุส่าห์เพียร หรือ นุ้ย อายุ 35 ปี สภาพถูกยิงที่ศีรษะด้านหลัง 1 แผล และร่องรอยถูกแทง 1 แผล ถูกฆ่าฝังดินภายในบ้าน ถนนประชาอุทิศ ซอย 86 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. นานนับสัปดาห์ ล่าสุด วานนี้ (28 ก.พ. 62) ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายนพ โสภณวสุ สามีผู้เสียชีวิต ได้ที่ จ.ภูเก็ต จากนั้นได้ควบคุมตัวไปที่ สน.ทุ่งครุ โดยเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่า ก่อเหตุฆ่าภรรยาตัวเองจริง และยืนยันว่าตัวเองมีอาการป่วยทางสุขภาพจิตนั้น (อ่าน : ฆ่า “เมีย” ฝังดินส่อวุ่น ญาติแฉมีสาวนกต่อร่วมฆ่ากับผัวโหด)

ขณะเจ้าหน้าที่ขุดศพ
นายนพ โสภณวสุ ผู้ต้องหา

วันที่ 1 มี.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาที่ร้านวัสดุก่อสร้าง ในพื้นที่ ถ.ประชาอุทิศ ซึ่งใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ น.ส.วิ (นามสมมติ) เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ร้านตนเองเป็นร้านที่ไปส่งทรายให้กับผู้ต้องหา โดยเมื่อประมาณวันที่ 18-19 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีโทรศัพท์เป็นเสียงผู้หญิงสูงอายุโทรมาที่ร้าน สอบถามเรื่องราคาทราย

น.ส.วิ (นามสมมติ) เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง

หลังจากนั้นตกลงซื้อขายกัน ให้ตนไปส่งทราย 1 คันรถ หลังจากนั้น ประมาณวันที่ 20 ก.พ. หญิงรายเดิมก็ได้สั่งทรายอีก 80 ถุง มีรถเข้าไปส่ง 2 รอบ และวันที่ 22 ก.พ. สั่งเพิ่มอีก 40 ถุง รวมเงินทั้งหมดประมาณ 5,000 บาท

หลังจากตนทราบจากข่าว จึงได้เรียกลูกน้องที่เอาทรายไปส่งมาสอบถาม ลูกน้องเล่าให้ฟังว่า มีหญิงสูงอายุคนหนึ่ง คาดว่าเป็นแม่ของผู้ต้องหาออกมารับ หลังจากนั้นก็มีผู้ต้องหาออกมาขนบ้าง ในรอบที่ 2 ที่เป็นการยกทราย 80 ถุง จึงช่วยขนลงปกติ ไม่มีกลิ่นศพ โดยตอนนั้น ผู้ต้องหาบอกว่า “เอาทรายมาลงเพื่อจะปลูกผักหวาน” ทั้งนี้ ยืนยันว่าทางร้านและลูกน้องไม่เคยไปช่วยขุดหรือช่วยลงด้วย

นายวัลลภ แซ่จึง เพื่อนบ้านผู้ต้องหา

นายวัลลภ แซ่จึง เพื่อนบ้านผู้ต้องหา เล่าว่า วันที่สั่งทรายมาลงเป็นคันรถ เป็นวันเดียวกับที่ตนเองก็สั่งทรายจากร้านดังกล่าวเหมือนกัน เมื่อรถทรายเข้ามาภายในหมู่บ้าน ตนเองก็โบกให้รถมาจอดที่บ้านตน แต่ปรากฏว่ามีผู้ต้องหา พร้อมกับผู้หญิงสูงอายุอีกคน บอกกับตนว่า “ผมสั่งก่อน ผมขอก่อนนะ ผมรีบใช้งาน” ตนเองจึงให้รถทรายไปลงที่บ้านที่เกิดเหตุก่อน โดยทรายที่เอาไปลง ไม่มีแรงงานคนอื่นเข้ามาขน เห็นแต่หญิงสูงอายุเพียงคนเดียวที่มาช่วยขนทรายเข้าไปในบ้าน และมีผู้ก่อเหตุเป็นคนถมทราย โดยที่ตนก็ไม่ได้กลิ่นศพ

นายกำหนด โสภณวสุ พ่อของผู้ต้องหา

นายกำหนด โสภณวสุ พ่อของผู้ต้องหา เปิดใจว่า รู้สึกโล่งใจและเครียดน้อยลง หลังจากที่เมื่อวานนี้ลูกชายมอบตัว และรับสารภาพ โดยก่อนหน้านี้ ลูกชายพยามยามติดต่อตนผ่านคนใกล้ชิดตลอด ตนจึงได้บอกให้ลูกชายยอมรับความจริง ในขณะที่ตนพาลูกชายเข้ามอบตัว ลูกชายมีท่าทีเครียดและกังวลใจมาก ซึ่งระหว่างทางลูกชายพยายามอยากบอกสาเหตุที่ลงมือฆ่าภรรยา แต่ตนไม่ได้รับฟัง เพราะรอฟังคำให้การแก่พนักงานสอบสวนครั้งเดียว

ทั้งนี้ ยืนยันว่าลูกชายป่วยทางจิตจริง ป่วยมานานเป็นสิบปี แต่เพิ่งมีการรักษาตัวประมาณ 3-4 ปี ซึ่งอาการป่วยจะมากหรือน้อย ต้องรอหลักฐานจากแพทย์อีกครั้ง ยืนยันว่าไม่ได้อ้างอาการป่วยเพื่อให้ลูกชายหลุดพ้นคดี แต่ตนไม่ทราบว่าทำไมญาติฝ่ายหญิงจึงไม่เชื่อ เพราะทุกคนก็ทราบมาตลอดว่าลูกชายตนป่วยจริง

นอกจากนี้ ที่มีประเด็นว่าการก่อเหตุ ลูกชายไม่ได้ลงมือคนเดียว โดยมีแม่โทรสั่งทรายให้มากลบพื้นที่เกิดเหตุนั้น ตนยืนยันว่าภรรยาของตน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง วันเกิดเหตุภรรยาอยู่กับตนตลอดเวลา และขอยืนยันว่าไม่ใช่ปมหึงหวงแน่นอน แม้ทั้งคู่จะทะเลาะกันบ่อย แต่ลูกชายตนไม่หึงหวง เป็นคนมีความอดทน รักลูก รักภรรยามาก ส่วนด้านคดี ตนไม่ใช้หัวโขนช่วยคดีของลูกชายแน่นอน และจะอยู่ทำหน้าที่พ่อ ต้องปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎหมาย

นายชาตรี พันธุ์สอาด หรือ เป้ น้าของผู้เสียชีวิต

ด้าน นายชาตรี พันธุ์สอาด หรือ เป้ น้าของผู้เสียชีวิต ผู้อยู่ในเหตุการณ์ขุดศพ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุที่มีผู้หญิงโทรไปสั่งทรายมาที่บ้าน ตนสงสัยว่าอาจเป็นแม่ของนายนพ เชื่อมโยงกับคนในหมู่บ้านบอกว่า นายนพกับแม่ ช่วยกันขนทราย ทั้งนี้ ตอนที่ตนไปช่วยขุดศพ คิดว่านายนพไม่ได้ทำคนเดียวแน่นอน

อีกประเด็นที่น่าสงสัยคือ นายนพบอกว่าภรรยาไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วนุ้ยเอาหมาแมวที่บ้านไปฝากเลี้ยงไว้ที่อื่น ซึ่งนุ้ยเป็นคนรักสัตว์มาก ตนไม่เชื่อว่านุ้ยจะเอาสัตว์ไปฝากคนอื่น ตนคิดว่านายนพโกหก ทั้งนี้ ตอนที่นายนพขุดดินที่บ้าน ยามของหมู่บ้านมาถามว่าขุดดินฝังอะไร นายนพบอกว่าฝังหมา เพราะหมาตาย จึงขัดแย้งกับที่บอกครอบครัวตอนแรกว่า เอาหมาไปฝากเลี้ยงไว้ที่อื่น

นอกจากนี้ หากตนเจอหน้านายนพ อยากถามว่า “นพทำอย่างนี้ทำไม นพทำดีมาตลอด” ซึ่งตนคิดว่าอาจเป็นเพราะความหึงหวงภรรยา ที่เลิกกันไปแล้วแต่กลับมาอยู่กินกันไม่ได้ ตามหลักศาสนาอิสลาม เมื่อสามีหย่ากับภรรยาไปแล้ว ภรรยาต้องไปแต่งงานใหม่ก่อน จากนั้น ภรรยาก็ต้องเลิกกับสามีใหม่ จึงจะกลับมาอยู่กินกับสามีคนเดิมได้ และนายนพอาจจะคิดว่าในเมื่อตัวเองไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน

keyboard_arrow_up