เดนคุกข่มขืนพี่และน้องวัย 15 ถูกเจ้าของหอไล่ทั้งครอบครัวพ้นตึก หวั่นเป็นภัย (คลิป)

จากกรณีที่กองบังคับการปราบปรามมีการจับกุมตัวนายเอกรัฐ หรือ อาร์ม บุญแต่ง อายุ 20 ปี หลังจากก่อเหตุใช้กำลังบังคับข่มขืน น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และพี่สาวอายุ 18 ปี เหตุเกิดบริเวณป่ารกร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านท่าข้าม กรุงเทพฯ

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหา

วันที่ 27 ก.พ. 62 นางอ้อย (นามสมมติ) อาของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันที่ 27 ก.ย. 61 นายอาร์มได้ออกอุบายไปหาพี่สาวของน.ส.เอ ที่หอพักแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าดังย่านพระราม 2 แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบตัว พบเจอแต่ น.ส.เอ ผู้เสียหายซึ่งเป็นน้องสาว อยู่ในห้องดังกล่าวเพียงลำพัง จึงออกอุบายลวงพาผู้เสียหายขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วขี่พาไปที่ร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่บริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า จากนั้นจึงลงมือกระทำอนาจารพร้อมกับบังคับให้ผู้เสียหายถอดเสื้อผ้าออกเพื่อถ่ายคลิปเก็บไว้ แต่ระหว่างนั้นมีรปภ. เดินผ่านมาพอดี จึงได้กระชากตัวผู้เสียหายขึ้นรถแล้วขี่รถพาไปที่ซอยเปลี่ยวและมีป่ารกร้างของเอกชนที่ยังไม่ได้ทำประโยชน์ ก่อนจะฉุดกระชากผู้เสียหายเข้าไปภายในป่าแล้วใช้กำลังบังคับข่มขืนผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะนำตัวกลับไปส่งที่ทางเข้าหอพัก พร้อมกับพูดขู่บังคับผู้เสียหายห้ามนำเรื่องไปบอกใคร

ภาพจำลองเหตุการณ์
ภาพจำลองเหตุการณ์

นางอ้อยบอกอีกว่า ภายหลังจากที่เกิดเรื่อง น.ส.เอ ถูกข่มขืนนั้น ตนพึ่งทราบจากพี่สาวของ น.ส.เอ ว่า ตัว น.ส.บี อายุ 18 ปี ก็เคยถูกนายอาร์ม ผู้ต้องหาคนนี้ข่มขืนกระทำชำเราเช่นเดียวกัน โดยเกิดเหตุก่อนที่น้องสาวจะถูกนายอาร์มข่มขืนประมาณ 2 สัปดาห์ เนื่องจากขณะนั้น ผู้เป็นพี่สาวทะเลาะกับแฟนอยู่ที่ป่าด้านหลังเซนทรัลพลาซ่าพระราม 2 แล้วนายอาร์มขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา จึงบอกให้ขึ้นรถเพื่อมาส่งที่หอพัก ปรากฎว่านายอาร์มกลับล่อลวงไปข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ แล้วจึงมาส่งที่หอพัก โดยเหตุการณ์ครั้งนั้น น.ส.บี ไม่ได้เล่าให้ตนฟัง จึงไม่ได้มีการแจ้งความเอาผิดแต่อย่างใด

นางอ้อย (นามสมมติ) อาของผู้เสียหาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตนอยากให้เรื่องของหลานสาวเป็นอุทาหรณ์แก่คนที่ให้บุตรหลานออกไปอยู่นอกบ้าน ควรดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ถูกล่วงละเมิดแบบที่เกิดขึ้น และยอมรับว่ากังวลใจ หากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในชั้นศาล เนื่องจากกลัวออกมาก่อเหตุซ้ำอีก หรือกลัวมาข่มขู่ทำร้ายหลานสาวของตน

เพื่อนข้างห้องของนายอาร์ม

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่อะพาร์ตเมนต์ที่ครอบครัวผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ ปรากฎว่าไม่มีใครอยู่ โดยเพื่อนข้างห้องของนายอาร์ม เปิดเผยว่า ที่อะพาร์ตเมนต์แห่งนี้ มีพ่อแม่ และภรรยาของนายอาร์มอาศัยอยู่ โดยมีลูกสาวหนึ่งคนอายุประมาณ 2 ขวบ แต่วันนี้ไม่มีใครอยู่ภายในห้อง ครอบครัวนี้เข้ามาพักอาศัยประมาณเกือบ 1 ปีแล้ว และที่ผ่านมาตนเคยทราบมาว่า นายอาร์มมักจะเข้าออกสถานพินิจอยู่บ่อยครั้ง และทันทีที่เข้ามาอยู่ที่แห่งนี้ ตนรู้สึกว่านายอาร์มสร้างความวุ่นวายเดือดร้อนมาก เนื่องจากมักจะชอบดื่มแอลกอฮอล์ข้างตึก และส่งเสียงดัง จนต่องร้องขอให้ออกไปที่อื่น หรือมักจะพาพรรคพวกมาดื่มเหล้าจนวุ่นวาย ทั้งยังมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวต่อพ่อแม่ ด่าทอพ่อแม่ ไม่เคยเชื่อฟังคนในบ้าน และมักด่าทอภรรยาเป็นประจำ อีกทั้งเคยวิ่งไล่ตบตีทำร้ายร่างกายภรรยาบริเวณรอบที่พัก จนต้องเข้าไปห้ามและขอให้ยุติ

โดยหลังจากเกิดเหตุ ตนได้พูดคุยกับเจ้าของอะพาร์ตเมนต์แล้ว  ซึ่งก็ไม่พอใจพฤติกรรมของนายอาร์มเช่นกัน จึงพิจารณาแล้วว่าจะไม่ให้นายอาร์และครอบครัวพักอาศัยอยู่ต่อ เพราะจะนำแต่เรื่องเดือดร้อนวุ่นวายมาให้

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติของนายอาร์ม พบว่าเคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว 3 ครั้ง ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ประกอบด้วยคดีรับของโจรและคดีร่วมกันลักทรัพย์ พื้นที่ สภ.บางแก้ว เมื่อปี 2558 และ 2559 และคดีพกพาอาวุธปืน ในพื้นที่ สภ.สำโรงเหนือ เมื่อปี 2559 ศาลพิพากษาให้จำคุก 1 ปี กระทั่งพ้นโทษออกมาก่อเหตุ

keyboard_arrow_up