สุดสลด! ตำรวจใต้ถูกอุ้มฆ่าเพิ่งแต่งงาน ญาติแค้นท้าโจรใต้ แน่จริงสู้ตัวต่อตัว (คลิป)

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายแต่งชุดคล้ายทหารบุกร้านน้ำชา เลขที่ 30 ม.2 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส แล้วใช้อาวุธปืนขู่บังคับ ส.ต.ท.นเรศ เอียดทอง 31 ปี ผบ.หมู่ นปพ.ฉก.31 และ ส.ต.ท.รุสไวดี สาแม 30 ปี ผบ.หมู่ งานป้องกันและปราบปราม สภ.เจาะไอร้อง ที่นั่งร่วมดื่มน้ำชากับชาวบ้าน รวม 4 คน แล้วนำขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิซิ รุ่นไทรทัน ซึ่งเป็นรถยนต์กระบะของ ส.ต.ท.นเรศ ที่จอดข้างร้านขับหลบหนีไป เหตุเกิดในช่วงเวลา 19.30 น. ของคืนวันที่ 26 ก.พ. 62 ที่ผ่านมา

ผู้เสียชีวิต
ที่เกิดเหตุ

โดยหลังจากนั้นพบซากรถยนต์ของ ส.ต.ท. นเรศ ถูกวางเพลิงบนถนนบ้านปะลุกา ม.3 ต.โฆษิต อ.ตากใบ ในช่วงคืนที่ผ่านมานั้น จากความเสียหายคาดว่าคนร้ายน่าจะดูดน้ำมันเชื้อเพลิงจากถัง แล้วนำมาราดในห้องโดยสารแล้วจุดไฟเผา ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝง และ ดี.เอ็น.เอ.ของคนร้ายได้

ซากรถที่ถูกเผา

และเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย นอนเครื่องชีวิตในคูน้ำทางเข้าศาลาที่พักริมทาง ม.2 ต.บูกิต ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ 200 เมตร จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ศพเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย แต่งกายในชุดนอกเครื่องแบบ โดยมือทั้ง 2 ข้างถูกเชือกมัดไว้ และมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของคนร้ายยิงเข้าที่บริเวณศีรษะและลำตัว ในลักษณะคนร้ายนำลงจากรถยนต์กระบะแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงก่อน ที่จะผลัดร่างให้ตกไปในคูน้ำ แล้วขับรถก่อนหลบหนี โดยมีปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 9 ม.ม. จำนวน 3 ปลอกของคนร้าย ทิ้งไว้ให้เจ้าหน้าที่ดูต่างหน้า

ภาพจำลองเหตุการณ์

ด้านนางอมีรา ภรรยา ส.ต.ท.รุสไวดี เปิดเผยว่า ตนกับสามีเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา สามีเคยบอกว่า ให้ยอมรับในงานที่ทำเพราะมีความเสี่ยง ตนเองถึงจะเป็นครูอยู่ในพื้นที่เช่นเดียวกัน แต่ก็มีความเป็นห่วงสามีมากกว่า

สำหรับบรรยากาศงานรดน้ำศพส.ต.ท.นเรศ ที่วัดคู่ขุด ม.4 ต.คู่ขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา เป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยญาติได้จัดงานสวดอภิธรรมศพขึ้นมาเป็นคืนแรก มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ญาติ และเพื่อนบ้าน มาร่วมงานแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

นางมาลัย (นามสมมติ) น้าสาวของ ส.ต.ท.นเรศ

โดยนางมาลัย (นามสมมติ) น้าสาวของ ส.ต.ท.นเรศ เปิดเผยว่า ตนเองเลี้ยง มาตั้งแต่ 2 ขวบ ส่งเสียให้เรียนจนจบ จนได้เข้าทำงานดี ๆ โดยปกติ หลานชาย นิสัยเป็นคนไม่ค่อยยอมใคร ใจนักเลง เพื่อนเยอะ รักเพื่อน ตนเองได้ตักเตือนเป็นประจำ ก่อนหลานชายกลับบ้าน ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมาย

ขณะเดียวกัน นางมาลัย บอกอีกว่า รู้ข่าวตอนเที่ยงคืน ยอมรับว่าตกใจทำอะไรไม่ถูกคิดแต่ว่า นอนไม่หลับ เคยได้ยินข่าวร้ายแบบนี้กับครอบครัวคนอื่น ไม่คิดไม่ฝันว่า จะเกิดเหตุร้ายกับครอบครัวตนเอง คิดว่าหลานชายทำบุญมาแค่นี้ อยากฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า ใครทำกรรมอะไรไว้ ก็ต้องได้รับผลกรรมอย่างนั้น เสียใจว่าทำไมคนร้ายต้องไปมัดมือมัดเท้าหลานชาย อยากทั้ง 2 ฝ่าย ลองได้สู้กันสักตั้ง จะได้รู้ว่าใครดี ใครอยู่ ก็ยังดีกว่าที่หลานต้องมาจบชีวิตแบบนี้

keyboard_arrow_up