สุดทรมาน! เด็กหญิง 3 ขวบ ป่วย ‘โรคตุ่มน้ำในเด็ก’ มีแผลพุพองขึ้นทั่วตัว (คลิป)

ที่บ้านเลขที่ 279/142 ถนนห้วยยอด ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง นายเฉลิมรัตน์ กมุทรัตน์ อายุ 40 ปีกับ น.ส จิรา พรหมราช อายุ 37 ปี พ่อและแม่ของ ด.ญ.จิรัชญา กมุทรัตน์ หรือ น้องน้ำขิง อายุ 3 ขวบเศษ อยู่ในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ หลังจากที่น้องน้ำขิงมีอาการตุ่มแผลพุพองเริ่มกำเริบ หลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ตรังครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ผ่านไป 1 อาทิตย์ อาการไม่ดีขึ้น มีตุ่มน้ำใสๆ วงใหญ่ และแตกเป็นสะเก็ด เป็นแผลสีดำลุกลามไปทั้งตัว ทำให้น้องน้ำขิงเจ็บปวดและร้องไห้อย่างทุกข์ทรมานทั้งกลางวัน และกลางคืน

ผู้เป็นแม่ต้องลาออกจากงานมาดูแลลูกตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนพี่สาวอีกคนอายุ 16 ปีต้องย้ายมาอยู่โรงเรียนใกล้บ้าน เพื่อช่วยพ่อแม่ดูแลน้องอีกคน ซึ่งแพทย์ได้ตัดชิ้นเนื้อบริเวณขา นำเลือด และตุ่มน้ำไปตรวจที่กรุงเทพฯ คาดจะทราบผลภายในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้

ความคืบหน้านายแพทย์สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.ตรังได้ประสานไปยังโรงพยาบาลศูนย์ตรัง เพื่อให้เดินทางมารับตัวน้องน้ำขิงไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ตรังอีกครั้ง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้เป็นพ่อแม่ว่า ลูกจะต้องหายจากโรคประหลาดอย่างแน่นอน

น.ส.จิรา พรหมราช แม่ของน้องน้ำขิง กล่าวว่า หลังมีการแชร์ไปยังโลกโซเชียลฯ ก็มีคนเข้ามาช่วยเยอะ ส่วนมากให้คำแนะนำวิธีการรักษา ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และอยากให้ลูกหายขาด 100% แต่สิ่งที่อยากได้ที่สุดตอนนี้ คือ เสื้อผ้าของน้องน้ำขิง เพราะถูกตัดให้ขาดทุกตัวเนื่องจากไม่สามารถถอดเสื้อผ้าได้ อีกอย่างคือ ผ้าอ้อม

ขณะที่ห้องประชุมเฟื่องฟ้า โรงพยาบาลตรัง นายสงกรานต์ จันทร์มุณี นายแพทย์เชี่ยวชาญ ด้านเวชกรรม สาขาวิสัญญีวิทยา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง พร้อมด้วยทีมแพทย์ ร่วมกันแถลงข่าวถึงอาการ และแนวทางการรักษาน้องน้ำขิง ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่า น้องป่วยด้วยโรคตุ่มน้ำในเด็ก ซึ่งโรคนี้มักพบบ่อยในเด็กช่วงอายุ 2 – 5 ปี สาเหตุของโรคเกิดจากภูมิคุ้มกันบกพร่อง ร่างกายจึงสร้างภูมิคุ้มกันตนเองขึ้นมา ซึ่งการวินิจฉัยโรคนั้น สามารถทำได้ด้วยการส่งชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งต้องใช้เวลารอผลไม่นานประมาณ 10 วันก็จะทราบ

ทั้งนี้ ในส่วนของน้องน้ำขิง เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตรังมาแล้ว และออกจากโรงพยาบาลครั้งล่าสุดในวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่แพทย์ได้นำตัวอย่างชิ้นเนื้อน้องส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เพราะการรักษาโรคของเด็ก แพทย์ต้องวินิจฉัยโรคอย่างชัดเจนก่อน จึงจะทำการรักษาได้ ระหว่างที่รอผลชิ้นเนื้อที่ส่งไปภายใน 10 วัน

ทางคุณแม่ของน้องน้ำขิง ซึ่งได้มาร่วมฟังการแถลงข่าวด้วยนั้น ขอนำน้องกลับไปดูแลที่บ้าน จนกระทั่งผลการตรวจชิ้นเนื้อออกมา ทางโรงพยาบาลจึงไปรับตัวน้องกลับมาเข้ารับการรักษาตามแนวทาง ซึ่งวิธีการรักษาหลังรับตัวน้องมาคือ นำน้องเข้าห้องปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน จึงต้องแยกรักษา การรักษาก็ใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือแล้วเอาไปประคบบริเวณแผลนานประมาณ 10 นาที แล้วดึงและทาครีมป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย

ส่วนยาที่รักษาเฉพาะโรคนี้คือ ยา Dapsone ซึ่งรักษาได้ไม่ยาก ปกติของโรคนี้ จะสามารถหายเองได้ภายใน 2 ปี แต่การรักษาที่ถูกต้องจะต้องให้แพทย์รักษา บางรายคนไข้อาจจะเบื่ออาจจะกินยาได้ประมาณ 1 -2 เดือน เห็นว่าแผลตุ่มเริ่มหายก็อาจจะหยุด แต่เมื่อกลับมาเป็นใหม่ก็อาจจะกลับมากินใหม่ก็หายไปอีก ซึ่งความจริงแล้วโรคนี้จะรักษาไม่ยาก และสามารถหายได้เองภายใน 2 ปี และไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ ซึ่งทางครอบครัวไม่ต้องเป็นห่วง โรคนี้สามารถหายเองได้ แต่ไม่ควรใช้สมุนไพรพื้นบ้านมาพอกรักษา เพราะเกรงว่าแผลจะติดเชื้อได้ ซึ่งในส่วนการรักษาน้องน้ำขิงทางโรงพยาบาลสามารถรักษาได้ โดยใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท

คุณแม่น้องน้ำขิง กล่าวแสดงความดีใจ พร้อมยกมือไหว้ขอบคุณทางโรงพยาบาล ที่ลูกสาวได้มาอยู่ในความดูแลของหมอ และให้ความมั่นใจได้ในทันที ส่วนตัวทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาพาลูกสาวมารักษาที่โรงพยาบาลตรังก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท จึงไม่ต้องร้องขอให้ใครมาช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลแต่ประการใด.

keyboard_arrow_up