เมียแก๊งงานบวชลั่นไม่ได้ทำผิด ขอ ตร.อย่าจับมั่วแค่ไปห้าม – ป้าคนร้ายพร้อมรับผิด ตกนรกทั้งเป็น (คลิป)

จากกรณี วันที่ 24 ก.พ. 62 กลุ่มวัยรุ่นในงานบวชวัดสิงห์ ยกพวกบุกทำร้ายร่างกายผู้อำนวยการ ครู และนักเรียนในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์จนได้รับบาดเจ็บ หลังงานบวชแห่นาคเสียงดัง ซึ่งขณะนั้นโรงเรียนกำลังมีการสอบ GAT/PAT ทางวัดจึงของดใช้เสียง จากนั้น กลุ่มวัยรุ่นกว่า 20 คน บุกเข้าไปที่โรงเรียนแล้วก่อเหตุขึ้น

งานบวชที่วัดสิงห์ ข้างโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์

วันที่ 25 ก.พ. 62 นางวิไล (นามสมมติ) ป้าของพระใหม่ เปิดใจว่า ตนเป็นเจ้าภาพจัดงาน ยอมรับว่าเสียใจ และไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ขณะเกิดเหตุตนก็ยังเป็นคนเข้าไปห้ามงดใช้เสียง และเล่นเพลงก็ไม่ถือว่าเสียงดังมาก จากนั้นเมื่อจบเพลงก็หยุด จากนั้นญาติก็พานาคเข้าสู่อุโบสถ และประกอบพิธีบวช จึงไม่รู้ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นบุกไปที่โรงเรียนและก่อเหตุ หลังจากทราบข่าวก็รู้สึกตกใจและแทบจะเป็นลม แต่ก่อนที่จะเกิดเหตุ มีกลุ่มวัยรุ่นบุกไปในช่วงบ่าย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับทางผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งก็ได้รับคำตอบให้ใช้เสียงไม่ดัง จากนั้นเจ้าเอาวาสประกาศว่าให้งดใช้เสียง เพราะทางโรงเรียนขอความร่วมมือ จึงเกิดภาพที่กลุ่มวัยรุ่นบุกเข้าไปอีกครั้ง

นางวิไล (นามสมมติ) ป้าของพระใหม่

ทั้งนี้ ตนฝากขอโทษไปยังโรงเรียนและคุณครู รวมถึงสังคมที่ติดตามข่าว ตนเสียใจมากกับเหตุการณ์นี้ ส่วนตัวยังรู้สึกกังวลว่า การก่อเหตุของกลุ่มวัยรุ่น จะทำให้มีบาปติดตัว เนื่องจากเป็นงานบุญ ทำให้พระน้ำตาตก ยอมรับว่าตั้งแต่หลังเกิดเรื่องขึ้น และงานบวชจบลง ก็ไม่ได้เจอกับพระท่านอีก จึงไม่รู้ว่าตอนนี้สภาพจิตใจเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ตนไม่ได้รับการติดต่อจากทางวัดล่วงหน้า ว่าให้งดใช้เสียง ซึ่งหากทราบก่อน ก็จะให้ความร่วมมือ หรืองดจ้างวงดนตรี ซึ่งถ้ารู้ล่วงหน้าก็ยอมที่จะเสียเงินมัดจำเพื่อยกเลิก

นางสาวใบข้าว (นามสมมติ) หนึ่งในภรรยาของผู้ก่อเหตุ

นางสาวใบข้าว (นามสมมติ) หนึ่งในภรรยาของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเองก็อยู่ด้วยกับสามี ซึ่งครั้งนั้นทุกคนตั้งใจที่จะเข้าไปคุยกับโรงเรียนเท่านั้น ไม่ได้จงใจที่จะไปก่อเหตุ แต่มีกลุ่มวัยรุ่นแค่เพียงส่วนหนึ่งที่เข้าไปก่อเหตุ สามีของตนเองเป็นคนที่เข้าไปห้าม ระงับเหตุ แต่เพราะด้วยบุกเข้าไปในโรงเรียนจึงได้เข้ามอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจ สุดท้ายก็ถูกควบคุมตัวดำเนินคดีร่วมกันทั้งหมด ตนจึงมองว่าครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรม

ดังนั้น อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า อยากให้ตำรวจช่วยพิจารณาเป็นรายบุคคล ว่าใครกระทำผิดหรือไม่ ก่อนที่จะมีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งหลังจากนี้ หากสามีถูกจับ ตนเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องประกันตัวอย่างไร

keyboard_arrow_up