หนุ่ม เปิดใจเข็ดแล้วแอปฯเกย์หาคู่ พลาดท่ามิจฉาชีพใช้เล่ห์ รูดทรัพย์ สูญเฉียดแสน (คลิป)

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพมิจฉาชีพ เพื่อเตือนภัย​เนื่องจากถูกลักขโมยทรัพย์สินมีค่า และโทรศัพท์มือถือ รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ก่อนจะหายตัวไป โดยระบุว่ามิจฉาชีพชื่อเล่นว่า มาร์ค​ อยู่ จ.สุพรรณบุรี อาศัยแอบแฝงตัวเข้ามาในแอปพลิเคชันหาคู่ ก่อนนัดหมายเจอกัน แล้วก่อเหตุ

นายน็อต (นามสมมมติ) ผู้เสียหาย

วันที่ 24 ก.พ. 62 นายน็อต (นามสมมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเล่นแอปพลิเคชันหาคู่กลุ่มชาวเกย์ โดยเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 61 ตนเดินทางไปเที่ยวที่ จ.สุพรรณบุรี จึงได้เปิดใช้แอปพลิเคชันดังกล่าว จากนั้นก็มีนายมาร์ค ทักข้อความผ่านแอปฯ มาหาตน เนื่องจากอยู่ในพิกัดบริเวณใกล้เคียงกัน นายมาร์คชักชวนให้มาเจอใน จ.สุพรรณบุรี แต่ตนไม่ได้ไปเจอ ก่อนจะมีการแลกไลน์คุยกันต่อ ซึ่งตลอดการพูดคุย ตนไม่เห็นถึงความผิดปกติ เหมือนเกย์ปกติ หลังจากนั้น ตนก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ ไม่ได้มีการติดต่อกันอีก

ภาพจำลองเหตุการณ์

ต่อมา วันที่ 20 ก.พ. 62 ที่ผ่านมา นายมาร์คส่งข้อความไลน์มาพูดคุย และชักชวนนัดเจออีกครั้ง เจ้าตัวอ้างว่ามาสมัครงานที่กรุงเทพ จึงได้นัดเจอกันเมื่อเวลา 02.00 น. ที่โรงแรม ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 33 โดยใช้บัตรประชาชนของตนเป็นข้อมูลในการเปิดบริการห้องพัก นายมาร์คไม่ให้ข้อมูลหรือแสดงตัวตนที่แท้จริง ซึ่งในครั้งแรกที่เจอกัน ตนยอมรับว่า มีอาการมึนเมา เนื่องจากดื่มแอลกอฮอร์ด้วยกันในห้องพัก ก่อนจะนอนหลับไป โดยไม่มีทรัพย์สินหายไปเลย ก่อนจะแยกย้ายกัน

นายมาร์ค ผู้ก่อเหตุ

วันรุ่นขึ้น 21 ก.พ. นายมาร์คส่งข้อความมาชักชวนตนไปเจอกันอีกครั้ง พร้อมพูดในลักษณะตัดพ้อ น้อยใจหาว่าตนไม่ไว้วางใจ บอกว่ารู้สึกเสียใจ ที่ตนไม่เชื่อใจ เนื่องจากเห็นรูปโปรไฟล์ว่าตนสวมสร้อยคอทองคำหรือของมีค่าตลอด แต่เมื่อมาพบกัน กลับไม่พกของมีค่ามา เจ้าตัวยังบอกว่า ไม่คิดขโมยเพราะไม่ใช่มิจฉาชีพ บ้านไม่ได้จน ซึ่งตนยอมรับว่ารู้สึกเอะใจ และแปลกใจว่าทำไมถึงอยากให้สวมของมีค่าไปด้วย สุดท้ายตนจึงยอมสวมของมีค่าติดตัวไปด้วย เพราะไม่อยากให้นายมาร์คมองว่าตนคิดระแวงเขา

จากนั้นเมื่อเวลา 02.00 น. จึงมาถึงที่โรงแรม ย่านปทุมวัน ตนก็นอนหลับไปเนื่องจากมีอาการมึนเมาเช่นเดิม กระทั่ง 06.00 น. ตื่นขึ้นมาพบว่าสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท มูลค่า 45,000 บาท แหวนทองคำสองวง 1 บาท มูลค่า 25,000 บาท จี้พระทองคำมูลค่า 5,000 และโทรศัพท์มือถือมูลค่า 13,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 80,000 บาท หายไป จากนั้นตนจึงพยายามติดต่อนายมาร์ค แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ ที่ สน.ปทุมวัน

โดยที่ผ่านมา ตนยอมรับว่าเคยใช้แอปหาคู่เกย์บ่อย แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์มิจฉาชีพแฝงมา ขณะเดียวกัน ตอนนี้ลบแอปฯออกทั้งหมดแล้ว และอยากฝากเรื่องของตนเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่เลือกใช้แอปพลิเคชันหาคู่เกย์ ควรระมัดระวัง อย่านำทรัพย์สินมีค่าไปด้วย เพราะคนมักรู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ และอยากถามนายมาร์คว่า ทำแบบนี้ได้อย่างไร ตนอยากให้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

พนักงานต้อนรับของโรงแรม

จากนั้น ทีมข่างเดินทางต่อมาที่โรงแรม ย่านปทุมวัน พนักงานต้อนรับ บอกว่า ในคืนวันที่ 21 ก.พ. ที่เกิดเหตุ ตนเป็นคนเข้าเวรรับลูกค้าเปิดห้องในช่วงกลางดึก แต่จำหน้านายมาร์คไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้สังเกต ประกอบกับเป็นช่วงกลางดึก ลูกค้าเวียนเข้าออกตลอดทั้งวันทั้งคืน อีกทั้งไม่พบพิรุธหรือความผิดปกติแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันพนักงานส่วนใหญ่จดจำใบหน้าของผู้เสียหายได้ เนื่องจากมักจะมาเปิดห้องที่โรงแรมแห่งนี้บ่อย และทุกครั้งที่มาก็จะชอบสวมสร้อยทอง แหวนทอง ของมีค่ามาด้วยตลอด เมื่อพนักงานรับฝากของมีค่า ลูกค้าก็จะไม่ฝาก ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดเหตุการณ์นี้มาก่อน

ด้าน ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ เทพจันดา รอง สว.สอบสวน สน.ปทุมวัน ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการติดตามตัวคนร้าย โดยยังไม่สามารถระบุรูปพรรณสันฐานอย่างชัดเจนได้ อีกทั้งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ทั้งจากตัวผู้เสียหายและพยานแวดล้อม เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

keyboard_arrow_up