หนุ่มถ่ายภาพปาฏิหาริย์คิชฌกูฏ เชื่อเป็นพระสีวลี ยันไม่ตัดต่อ – “ปรัชญา” ชี้แค่เงาสะท้อนหมอก (คลิป)

จากกรณีมีผู้โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นคลิปเหตุการณ์จับภาพเงาขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายมนุษย์ เดินบนยอดเขาตรงข้ามจุดชมวิวเขาคิชฌกูฏ ห่างประมาณ 10 กิโลเมตร เมื่อวันมาฆบูชาที่ 19 ก.พ. 62 ผ่านมา

ภาพถ่ายคล้ายพระเดินผ่านภูเขา

วันที่ 22 ก.พ. 62 นายวสิน สิงขรโอฬารึก ผู้โพสต์ เปิดเผผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวัน 19 ก.พ. 62 วันมาฆบูชา เวลาประมาน 17.30 น. ซึ่งตนเดินทางไปที่เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี หลังจากตนเดินทางไปไหว้พระขอพร บริเวณยอดเขาผ้าแดง จากนั้นก็ลงมาที่จุดชมวิว ขณะนั้นทะเลหมอกเยอะมาก มีกลุ่มตนอยู่ราว 10 คน พร้อมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ๆ ตนมองไปที่เขาอีกลูก เห็นมีสิ่งเคลื่อนไหว ซึ่งไกลประมาณ 10 กิโลเมตร ลักษณะที่เห็นคล้ายกับพระเดินไปมาบนยอดเขา ตนจึงสกิดเพื่อนให้ดู และรอถ่ายคลิปวิดีโอ ซึ่งคลิปที่ถ่ายได้เป็นรอบสุดท้ายที่เงาดังกล่าวเดินผ่านเขาออกมา

นายวสิน สิงขรโอฬารึก ผู้โพสต์

ทั้งนี้ มีกลุ่มเพื่อน ๆ และนักท่องเที่ยวยืนถ่ายอีก 40-50 คน คนที่เห็น ต่างก็ร้องสาธุกัน 3 ครั้ง ยกมือไหว้พร้อม ๆ กัน ส่วนตัวรู้สึกขนลุก ตนเป็นคนไม่ได้เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่พอเจอกับตัวก็ขนลุก อีกทั้งที่ทำให้ตนเชื่อ เพราะเนื่องจากระหว่างที่ตนลงจากเขา ตนได้นึกขึ้นในใจ ว่าหากสิ่งที่ตนเห็นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีอภินิหาร ขอให้สิ่งนั้นมาเข้าฝันตน เมื่อตนมาถึงที่รถยนต์ ปรากฏว่าสตาร์ตรถครั้งที่ 1 ไม่ติด ครั้งที่ 2 ก็ไม่ติด ตนตรวจสอบน้ำมันและทุกอย่างปกติ ตนจึงยกมือไหว พร้อมบอกว่า หากสิ่งที่ตนพูดแล้วเกิดลบหลู่ ลูกขอขมา จากนั้นก็สตาร์ตรถอีกครั้ง ปรากฎว่าเครื่องติดทันที

ส่วนตัวไม่ทราบว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร เพราะเงานั้นมีขนาดสูงใหญ่ เทียบเท่ากับเสาไฟฟ้าได้ ตนสอบถามคนในพื้นที่ กรรมการของเขาคิชฌกูฏ ก็ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และ 20 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ ตนคิดว่าสิ่งที่เห็นน่าจะเป็นพระสีวลี เพราะก่อนขึ้นเขา จะมีจุดไหวพระสีวลี ลักษณะท่าทางเหมือนพระกำลังเดินธุดงค์ ยืนยันว่าตนไม่ได้ตัดต่อภาพ และเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์

นายปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ (แฟ้มภาพ)

ด้าน นายปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ระบุว่า จากการดูคลิปดังกล่าว ส่วนตัวมองให้เป็นมุมวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าคลิปนี้ถูกถ่ายขึ้นมาจากสถานที่จริง เป็นเหตุการณ์จริง ไม่ได้มีการตัดต่อโดยใช้เอฟเฟกต์คอมพิวเตอร์ ซึ่งเหตุการณ์นี้ หากมองขนาดของวัตถุที่ปรากฎภาพใหญ่เช่นนี้ อาจเป็นแสงเงาที่มีการตกกระทบกัน และทำให้เกิดเงาบนเมฆหมอกบริเวณนั้น ด้วยในภาพหมอกค่อนข้างเยอะ คล้ายกับการฉายไฟเข้าคน และให้เกิดภาพเงาขนาดใหญ่ที่ผนัง ก็อาจทำให้เกิดภาพลักษณะนี้ได้

อีกทั้ง ยังอยากให้มองว่า หากเป็นคนเดิน คนต้องตัวใหญ่มาก และลักษณะการเดินเป็นการเดินลอยบนยอดต้นไม้ เนื่องจากบนภูเขาก็เต็มไปด้วยต้นไม้ ซึ่งคนคงไม่สามารถเดินบนยอดต้นไม้ได้ ส่วนตัวเมื่อดูจากภาพแล้ว ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าอาจเป็นการเตรียมการของบุคคลบางกลุ่มที่รอคนมาที่จุดดังกล่าว และทำให้เกิดภาพดังกล่าวปรากฎขึ้น คล้ายกับเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้คนเห็นยานบินบนท้องฟ้า

keyboard_arrow_up