เหยื่อถูกมือดีพ่นสีสเปรย์ใส่รถ เชื่อโจ๋คะนอง แต่รปภ.คาดฝีมือคนใน สั่งสอนพวกจอดขวาง (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sutawut Saball Phungomut ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม OHANA กลุ่มยูทูเบอร์ โพสต์ภาพรถของเจ้าตัวและเพื่อนบ้าน จำนวน 6 คัน ระบุว่า ถูกคนร้ายพ่นสีสเปรย์ใส่รถ (อ่าน : เปิดใจ เหยื่อถูกมือดีพ่นสีสเปรย์ใส่รถ 6 คันรวด ยันจอดชิดหน้าบ้านไม่ขวางแต่เหลือเลนเดียว)

รถยนต์ที่ถูกพ่นสีสเปรย์ใส่
รถยนต์ที่ถูกพ่นสีสเปรย์ใส่

วันที่ 10 ก.พ. 62 ทีมข่าวเดินทางมาที่หมู่บ้านจุดเกิดเหตุ เริ่มต้นจากซอย 2/2 ซึ่งเป็นซอยสุดท้ายของหมู่บ้าน บ้านจุดที่ถูกพ่นสี ห่างจากปากซอยเพียง 500 เมตร ซึ่งพบว่าวันนี้มีรถจอดหน้าบ้านเพียงไม่กี่คัน ส่วนใหญ่นำรถเข้าไปจอดในบ้าน เพราะกลัวถูกก่อเหตุซ้ำ และรถได้รับความเสียหาย

บรรยากาศภายในซอยที่เกิดเหตุ

นางภัทรพร บุญบัว หรือ ป้าพร อายุ 60 ปี เพื่อนบ้าน ในฐานะคนดูแลซอย 2/2 กล่าวว่า คนในซอยนี้ไม่มีทะเลาะกันเรื่องแย่งที่จอดรถ ส่วนใหญ่ก็จะจอดในบ้านของตัวเอง บางส่วนก็จะจอดริมถนน แต่จะจอดเพียงแค่ข้างใดข้างหนึ่งไม่มีจอดคู่ขนานกัน เว้นแต่บางบ้านมีญาติหรือเพื่อนมาเที่ยวเยี่ยมเยือนเท่านั้น

นางภัทรพร บุญบัว หรือ ป้าพร เพื่อนบ้าน

โดยลักษณะของการก่อเหตุ เชื่อว่าไม่ใช่เป็นเพราะปมเพื่อนบ้านทะเลาะกันเอง แต่เกิดจากกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนอง เพราะเป็นเหตุช่วงเวลาตอนตี 3-4 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับช่วงที่วัยรุ่นเลิกดื่มเหล้า และการก่อเหตุหากเป็นกรณีเพื่อนบ้านไม่ถูกกัน จะเจาะจงแค่ 1 คัน ซึ่งไม่ใช่ 6 คันแบบนี้

นายชนินทร์ ทองแท้ ผู้เสียหาย ที่รถ 2 คัน ถูกพ่นสี กล่าวว่า ตนเองได้นำรถไปขัดสีแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ขัดออกได้ง่าย เพราะสียังไม่แห้งฝังลึก ส่วนซอกจุดอับ ยังขัดออกไม่หมด ยังมีคราบสีหลงเหลือให้เห็น โดยการขัดสีเสียเงินคันละ 1,000 บาท และหลังจากนี้ กำลังจะคุยกับภรรยาเพื่อติดตั้งกล้องวงจรปิดต่อไป

นางสาวสุพรรณนิกา ขุนศรี ผู้เสียหาย

จากนั้น ทีมข่าวลงพื้นที่ ซอย 2/1 ถัดไปอีกซอย เป็นจุดที่รถที่จอดหน้าบ้านของตัวเองอีก 2 คันโดนพ่นสี นางสาวสุพรรณนิกา ขุนศรี อายุ 36 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า รถของตนเองโดนพ่นสี ตั้งแต่หน้ากระโปรงรถไปจนถึงท้ายกระบะ ซึ่งยอมรับว่าหลังจากที่โดนพ่น ก็ยังไม่ทันสังเกตุ เวลา 06.00 น. ได้ขับรถออกไปตลาด เพื่อขายของ ซึ่งเมื่อไปถึงตลาดได้หันกลับไปมองที่รถว่ามีรอยพ่นสี ส่วนตัวรู้สึกตกใจ จึงรีบขับรถย้อนกลับมาที่บ้าน และมาสอบถามกับเพื่อนบ้านคนอื่นว่าเจอเหตุการณ์เดียวกันหรือไม่ จนกระทั่งทราบว่ามีรถคันอื่นโดนด้วย โดยยอมรับว่า ตั้งแต่อยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้มาเกือบ 10 ปี ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เคยทะเลาะกับเพื่อนบ้าน ส่วนตัวจึงเชื่อว่าไม่ใช่เป็นเพราะทะเลาะกัน แต่อาจเกิดจากกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนอง

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ยอมรับว่าโกรธคนที่ทำ และเจ็บใจ แต่ก็ไม่รู้จะไปเอาเรื่องกับใคร ต้องยอมควักเงินจ่ายค่าขัดสี 600 บาทพร้อมทั้งฝากไปถึงคนที่ก่อเหตุว่า จะทำอะไรให้คิดถึงผลกระทบ เพราะตนเองต้องเสียเวลาทำมาหากิน

นายปรีชา สินทรัพย์ พนักงาน รปภ.หมู่บ้าน

นายปรีชา สินทรัพย์ อายุ 57 ปี พนักงาน รปภ.หมู่บ้าน กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ มีรปภ.คู่กะอีก 1 คน ปฏิบัติงานอยู่ โดยได้รับแจ้งว่ามีรถโดนพ่นสี ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าไม่ใช่การก่อเหตุของกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนอง เพราะตนเองรู้จักกับกลุ่มวัยรุ่นเกือบทั้งหมดในหมู่บ้าน เพราะเด็กเหล่านั้นเป็นคนดี ไม่มีนิสัยเกเร แต่เหตุครั้งนี้คาดว่าเกิดจากความขัดแย้งของคนภายในซอย การจอดรถขวางหน้าบ้าน หรือการไม่ปลดเบรกมือบ่อยครั้ง ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา ซอยดังกล่าวก็เคยรับรายงานว่ามีปัญหาเรื่องที่จอดรถอย่างบ่อยครั้ง ส่วนตัวอยากให้ลูกบ้านมีการพูดคุยกันเพื่อหาทางออก ไม่กลั่นแกล้งกันโดยวิธีนี้

กล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม ในฐานะ รปภ. ของหมู่บ้าน ยอมรับว่ามีเพียงแค่คนเดียว กะละ 1 คน ส่วนใหญ่จะเป็นการดูแลที่ประตูเข้าออกของหมู่บ้าน ส่วนกล้องวงจรปิดแม้ว่าจะมีมากกว่า 8 ตัว แต่ติดตั้งในจุดที่สำคัญ เช่น ทางเข้าออก ถนนกลางหมู่บ้าน และทางแยกสำคัญ ซึ่งภายในซอยย่อย ไม่ได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด จึงไม่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้

ลักษณะพื้นที่ถนนในซอยหมู่บ้าน
ลักษณะพื้นที่ถนนในซอยหมู่บ้าน

ขณะเดียวกันทีมข่าวจำลองเหตุการณ์ ภายในซอยจุดเกิดเหตุ พบว่าในซอยมีถนนกว้างเพียง 5 เมตร รวมความกว้างของถนนบวกกับฟุตปาธ 7.40 เมตร เว้นแต่ว่าบ้านบางหลังได้มีการต่อเติมทำเป็นกระถางต้นไม้ บวกกับถังขยะที่วางเอาไว้หน้าบ้าน ก็จะทำให้บ้านหลังดังกล่าวกินพื้นที่ฟุตปาธประมาณ 1 เมตร ก็จะทำให้ต้องจอดรถกินพื้นที่บนถนนในซอยเพิ่ม

ลักษณะการจอดรถ แบบที่ 1

ทีมข่าวจำลองเหตุการณ์ การจอดรถใน 2 แบบ คือ 1. รถเก๋งขนาดความกว้าง 1.4 เมตร และอีกฝั่งหนึ่งมีรถกระบะกว้าง 1.9 เมตร จอดอยู่ ซึ่งรถทั้ง 2 คัน จอดชิดรั้วหน้าบ้าน พื้นที่ตรงกลาง สามารถเปิดว่างให้รถวิ่งผ่านได้ เหลือประมาณ 3.5 เมตร โดยความกว้างรถวิ่งผ่านได้ปกติ

ลักษณะการจอดรถ แบบที่ 2

2. การจอดรถกระบะ ความกว้าง 1.9 เมตร ไว้หน้าบ้าน และบ้านตรงข้ามก็ยังมีรถกระบะ ความกว้าง 1.9 เมตร จอดไว้อีก 1 คัน ซึ่งจะพบว่าช่องว่างตรงกลาง จะเหลือเพียง 2 เมตร ดังนั้นจากการสังเกตด้วยสายตา จะมีช่องค่อนข้างแคบ รถก็จะวิ่งผ่านได้อย่างยากลำบาก

keyboard_arrow_up