อุทาหรณ์ผู้หญิง! สาวติดคุกฟรี 8 เดือน หลังคบรักชายเพิ่งรู้จัก ซ้อนรถพาไปส่งยาบ้า (คลิป)

วันที่ 7 ก.พ. 62 ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.6 บ.โคกเพชร ต.ตระแสง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นางพัชรพร บำเพ็ญเพียร อายุ 51 ปี และนายสมบัติ บำเพ็ญเพียร อายุ 49 ปี พร้อมครอบครัว ญาติและเพื่อนบ้าน จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อมือเรียกขวัญให้กับน.ส.สุพรรณษา บำเพ็ญเพียร อายุ 23 ปี หลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ในคดียาเสพติด (ยาบ้า)

บรรยากาศผูกข้อมือเรียกขวัญให้กับ น.ส.สุพรรณษา

ระหว่างพิธีผูกข้อมือ เรียกขวัญ น.ส.สุพรรณษาได้ร้องไห้ เนื่องจากสภาพจิตยังคงย่ำแย่ เพราะต้องถูกคุมขังนานถึง 8 เดือน โดยที่ไม่ได้กระทำผิด

น.ส.สุพรรณษาร่ำไห้ระหว่างทำพิธี

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 61 น.ส.สุพรรณษาได้ซ้อนรถจักรยานยนต์กับแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบหากันได้ไม่กี่เดือน เพื่อไปทำธุระ แต่แฟนหนุ่มกลับพาไปส่งยาบ้าให้กับสายตำรวจที่ล่อซื้อ ก่อนถูกตำรวจจับกุมได้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งแฟนหนุ่มที่เป็นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงถูกศาลตัดสินให้จำคุก 4 ปี 6 เดือน และปฏิเสธว่าน.ส.สุพรรณษาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ครอบครัวไม่มีเงินประกันตัว จนถูกคุมขังในเรือนจำกลางสุรินทร์ กว่า 8 เดือน ระหว่างสู้คดีโดยมีนายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความ อาสาเข้าไปช่วยเหลือทางกฏหมายฟรี จนศาลชั้นต้นตัดสินและได้รับอิสรภาพกลับคืนมาดังกล่าว

ภาพจำลองเหตุการณ์

โดยนายคำสิงห์ กล่าวว่า คดีนี้อยากให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจลูกหลานว่า เวลาที่จะคบหากับใครนั้นต้องดูให้ดี อย่างกรณีนี้พึ่งคบกันได้เพียงแค่ 4 เดือน แล้วนั่งรถไปด้วยกันโดยที่ไม่รู้เรื่องด้วย เพราะฉะนั้นถ้าใครชวนไปไหนมาไหน หากไม่สนิทกัน อย่าได้เชื่อใจเด็ดขาด เพราะอาจจะนำความเดือดร้อนให้กับตัวเราเอง พ่อแม่ และญาติพี่น้อง โดยโอกาสที่เราจะต่อสู้คดีหลุดเป็นเรื่องที่ยากมาก โดยครั้งนี้ถือว่าน้องเขามีบุญ เขาไม่ได้ร่วมในการกระทำผิด ศาลจึงเชื่อว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และพิพากษายกฟ้อง

นางพัชรพร บำเพ็ญเพียร แม่ น.ส.สุพรรณษา และนายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความ

ขณะที่ครอบครัวและญาติพี่น้องก็ยืนยันว่า น.ส.สุพรรณษา มีสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไปมาก หลังได้รับอิสรภาพกลับมา พบว่าอยู่ในอาการซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดค่อยจา ต่างจากก่อนที่เป็นคนร่าเริง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลสภาพจิตใจ และเยียวยาในสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับผู้บริสุทธิ์ด้วย

นางพัชรพร บำเพ็ญเพียร ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า ดีใจที่ลูกได้ออกจากเรือนจำ ที่ผ่านมาตนได้วิ่งสู้คดีจนถึงที่สุดเพราะมั่นใจลูกไม่ผิด ทนายที่ช่วยเหลือตนในตอนแรกก็ไม่รู้จักกัน ไปเจอกันที่ศูนย์ยุติธรรมจังหวัดสุรินทร์โดยบังเอิญ นับเป็นบุญวาสนา หากไม่เจอในตอนนั้น ก็ไม่รู้ว่าลูกจะได้ออกจากเรือนจำวันไหน เพราะฐานะที่บ้านก็ยากจน

ตนรู้สึกดีใจจนร้องไห้ที่ลูกได้รับอิสรภาพ เชื่อในความบริสุทธิ์ของลูก และขอขอบคุณทนายความที่อาสาช่วยเหลือ โดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทนใด ๆ

keyboard_arrow_up