ตร.บุกค้นแหล่งกบดาน “บังฟัต” ก่อนวางแผน ฆ่ายกครัว 8 ศพ พบหลักฐานสำคัญเพียบ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีฆ่า 8 ศพ ที่ จ.กระบี่ พร้อมของกลางรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และอาวุธปืน รวมทั้งหลักฐานอื่น ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้นำผู้ต้องสงสัยเข้าชี้จุดที่นำรถเก๋งโตโยต้ายาริส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กค 533 กระบี่ ของผู้ใหญ่ นายวรยุทธ สังหลัง เผาทำลายในพื้นที่ ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านบ้านบังฟัต

ล่าสุด 16 กรกฎาคม 2560 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางลงพื้นที่ชุมชน บ้านทะคลอง ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ที่ระบุว่าเป็นบ้านของ “บังฟัต” ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อวานนี้ ซึ่งบังฟัตเป็นนายทุนเงินกู้และรับจำนองที่ดิน ซึ่งขณะนี้มีการกล่าวอ้างว่าบังฟัตเป็นคนลั่นไกสังหารเหยื่อทั้งหมดเอง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กองพิสูจน์หลักฐาน ลงเก็บข้อมูลหลักฐานในสถานที่ดังกล่าว พร้อมมีชาวบ้านในพื้นที่ให้ความสนใจมามุงดูจุดตรวจค้นเป็นจำนวนมาก

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หลังการเข้าค้นในพื้นที่กว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เผยว่า จากการลงพื้นที่จุดนี้เป็นการมาตรวจสอบปากคำเบื้องต้นบังซัด ระบุว่าที่ดังกล่าวใช้ในการวางแผนก่อนลงมือก่อเหตุ โดยเดินทางมากับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หลังจากวางแผนเสร็จทั้งหมดได้เดินทางไปยังบ้านผู้ใหญ่ และลงมือก่อเหตุดังกล่าว

วัตถุพยานที่ตรวจพบ

จากการตรวจค้นที่บ้านหลังดังกล่าว พบหลักฐานคือหัวกระสุน และตรวจพบก้นบุหรี่ซึ่งจะมีการนำไปตรวจสอบหา DNA ต่อไป อย่างไรก็ตาม รอง ผบ.ตร. เผยว่าวันนี้จะมีการลงพื้นที่อีก 2 จุด คือ พื้นที่ อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช เป็นบ้านของหนึ่งในคนร้ายที่หลบหนีไปกบดานหลังก่อเหตุ และใน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เป็นสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาหลังการจับกุม

ข้อมูลเพิ่มเติมในขณะนี้ระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 6 คน ประกอบด้วย นายควัด/ นายจักร /นายโกบ/ นายกี้ /นายม่อน /และนายเลาะ ซึ่ง 1 ใน 6 คือ นายควัด หรือ บังซัด เป็นหัวหน้าของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน และเป็นผู้ลงมือสังหารเอง ทั้งนี้ สาเหตุที่เป็นปมสังหารในครั้งนี้ มีกระแสว่า ผู้ต้องหาไปทวงหนี้จำนวน 2 ล้านบาท ที่ผู้ใหญ่บ้านเคยยืมไปกว่า 1 ปีที่ผ่านมา แต่ทวงหลายครั้งก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ต่อมาทราบข่าวว่าผู้ใหญ่บ้านได้เงินจากโรงโม่หินมาจำนวนหลายล้านบาท และมีการซื้อรถยนต์หลายคัน

keyboard_arrow_up