คนเปิดรับบริจาค แฉหนุ่มป่วยไตไม่ซื่อสัตย์ ใช้ 8 แสนซื้อรถ – โทรศัพท์ให้แฟน แจ้งจับฉ้อโกง (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์โพสต์จากเพจเฟซบุ๊ก “Red skull ช่วยเหลือเหยื่อจากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” ว่ามีหนุ่มชาวกาญจนบุรีโพสต์ขอรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือหนุ่มป่วยโรคไต มียอดเงินบริจาคถึง 8 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ แต่สุดท้ายชาวเน็ตก็จับได้ว่าหนุ่มผู้ป่วยรายนี้ ได้แอบนำเงินไปซื้อรถยนต์ พร้อมกับไถ่ที่นาให้กับที่บ้าน จนเป็นที่วิจารณ์กันว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสม ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่

โพสต์จากเพจเฟซบุ๊กที่ถูกส่งต่อบนโลกออนไลน์

วันที่ 5 ก.พ. 62 นายอนุพงษ์ ชำนาญเสือ แอดมินผู้ดูแลกลุ่มเฟซบุ๊ก “ชุมชนคนรักบ่อวิน” โดยมีสมาชิกกว่า 2 แสนคน ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ หนุ่มผู้ป่วยโรคไตได้มาโพสต์ขอความช่วยเหลืออยู่บ่อยครั้ง ตนและสมาชิกต่างพากันร่วมบริจาคทั้งเงินและสิ่งของ เพราะด้วยความสงสารและหวังให้ได้รับการรักษาที่ดี

นายอนุพงษ์ ชำนาญเสือ ผู้โพสต์ขอบริจาคช่วยหนุ่มโรคไต

เมื่อมาทราบข่าวในวันนี้ ตนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากว่า เขาได้รับเงินบริจาคหลายแสนบาท แต่กลับนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ของผู้ที่ใจบุญหวังช่วยเหลือ โดยนำไปใช้ส่วนตัวซื้อรถ ซื้อโทรศัพท์ใหม่ จนถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย

นายพลากรณ์ ภัทราพรพิสิฐ ผู้โพสต์ขอบริจาคช่วยหนุ่มโรคไต

ด้านนายพลากรณ์ ภัทราพรพิสิฐ อายุ 31 ปี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Gager PPatt ชาว จ.กาญจนบุรี ยอมรับว่าตนเป็นผู้โพสต์ขอรับบริจาคให้กับหนุ่มผู้ป่วยรายนี้ เพราะทราบว่าหนุ่มรายนี้ป่วยต้องการเงินรักษาจริง ด้วยเจตนาที่ดีตนจึงช่วยโพสต์ โดยยืนยันว่าเลขบัญชีที่รับบริจาคนั้นเป็นของคนป่วย ตนไม่ได้แตะต้องเงินทุกบาททุกสตางค์ เพียงแค่เป็นตัวกลางช่วยประสานเท่านั้น และได้บอกหนุ่มผู้ป่วยว่าให้ช่วยอัปเดตจำนวนเงินด้วย จนได้จำนวนเงิน 8 แสนบาท

หนุ่มป่วยโรคไต รับรถที่ซื้อ

ส่วนดราม่าที่ว่าหนุ่มคนป่วยนำเงินไปซื้อรถกระบะจำนวน 3.6 แสนบาทนั้น ตนก็รีบถามไปแต่เขาบอกว่าเป็นเงินญาติ ไม่เกี่ยวกับเงินบริจาคแต่อย่างใด ตนจึงขอดูสมุดบัญชีเงินฝาก แต่เขาก็ส่งรูปหน้าสมุดบัญชีของเก่ามาให้ ตนก็ได้จี้ถามไปจนเขายอมรับว่าเอาเงินบริจาคไปซื้อจริง

หนุ่มป่วยโรคไตซื้อโทรศัพท์ให้แฟน

ทั้งนี้ ตนได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ยืนยันว่าไม่รู้เห็นและขอความเป็นธรรม เพราะมีคนเข้าใจผิด กล่าวหาว่าตนรู้เห็นร่วมฉ้อโกง เจ้าตัวยอมรับว่าจากนี้ไปคงต้องระวังให้มากขึ้นถ้าหากจะช่วยเหลือใคร และล่าสุดหนุ่มผู้ป่วยโรคไตก็ได้ปิดเฟซบุ๊กหนีไปแล้ว โดยโพสต์สุดท้ายก่อนปิดเขียนว่า “เครียดสุด ๆ”

keyboard_arrow_up