อย่าด่วนสรุป!! กต. แจงกรณีคุมตัว “ฮาคีม” ชี้ฝ่ายบริหารไม่อาจแทรกแซงฝ่ายตุลาการได้

สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัว ฮาคีม อัล โอไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลกัปตันทีมชาติบาห์เรน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาที่ศาลอาญา ถนนรัชดา ตามการนัดสอบปากคำให้การ หลังอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอส่งตัวนายฮาคีม ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปรับโทษที่ประเทศบาห์เรน ในข้อหาลอบวางเพลิง เผาทำลายทรัพย์สินราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2555 โดยระหว่างที่นายฮาคีม ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวมาส่งที่ศาล เจ้าตัวมีใบหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับตะโกนว่าตนไม่ต้องการเดินทางกลับไปยังประเทศบาห์เรน (อ่านเพิ่มเติม : อัปยศ!! สุณัย ทวิตฉะ หลังไทยตีตรวน “ฮาคีม” ประหนึ่งนักโทษ / สถานทูตออสเตรเลีย ย้ำ “ฮาคีม” ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย วอนส่งกลับออสเตรเลีย)

ซึ่งต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เกิดกระแสเรียกร้องผ่านแฮชแท็ก #BoycottThailand ซึ่งติดเทรนด์ทวิตเตอร์ขึ้นเป็นอันดับ 2 คู่กับแฮชแท็ก #SaveHakeem ในช่วงเย็นของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (อ่านเพิ่มเติม : เมื่อทั่วโลกจ่อคว่ำบาตร “ประเทศไทย” จากกรณี “ฮาคีม” ผ่านแฮชแท็ก #BoycottThailand)

ล่าสุดในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เพจเฟซบุ๊ก กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อประชาชน ได้เผยข้อชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศของไทย เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า…

1. ประเทศไทยไม่รู้จักนายฮาคีม ไม่มีอคติต่อตัวบุคคลและคงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการมาไทยจนถูกคุมตัวจับกุมของนายฮาคีม หากไม่ใช่ Interpol ของออสเตรเลียที่ได้แจ้งเตือนเรื่องหมายแดงของนายฮาคีมแต่แรก และหากทางการบาห์เรนไม่ได้มีคำร้องขออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลให้จับกุมนายฮาคีมและส่งผู้ร้ายข้ามแดน

2. ขณะนี้เรื่องได้เข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว ในการเดินตามขั้นตอนของกฎหมาย ฝ่ายบริหารไม่สามารถแทรกแซงฝ่ายตุลาการได้ซึ่งเป็นหลักสากล และเชื่อว่าออสเตรเลียก็ยึดถือหลักการนี้เช่นเดียวกัน

3. ขออย่าได้ด่วนสรุปว่าไทยจะส่งตัวนายฮาคีมให้กับบาห์เรน เรื่องนี้ศาลจะพิจารณาตามหลักฐานที่มีอยู่ซึ่งมีพื้นฐานจากหมายจับ/หมายศาลของบาห์เรน เมื่อเขาหนีความผิดตามกฎหมายของประเทศบาห์เรนมา และบาห์เรนได้ขอให้คุมตัวเมื่อมาไทย พร้อมกับส่งเอกสารหลักฐานทางกม.ให้ฝ่ายไทย พนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายที่จะส่งฟ้องต่อศาลได้ จึงดำเนินการต่อไปแล้ว

4. ขณะเดียวกันศาลไทยพร้อมรับหลักฐานทุกชิ้นทุกชนิดที่เป็นข้อเท็จจริง และเป็นธรรมต่อนายฮาคีมที่ทนายของนายฮาคีมจะนำส่งให้ศาลพิจารณา

5. ไม่มีส่วนใดของไทยที่จะได้ประโยชน์จากการควบคุมตัวนายฮาคีม แต่ในฐานะรัฐอธิปไตยที่มีพันธะทางกฎหมายและความถูกต้องต่อสังคมโลก ไทยได้มาพบว่าเพื่อนที่ดีของไทย 2 ประเทศเกิดแย่งตัวบุคคลคือนายฮาคีมที่มาประเทศไทย โดยเพื่อนคนหนึ่งออกแนวร้องขอความร่วมมือบนพื้นฐานทางกม. และความถูกต้อง แต่เพื่อนอีกคนชอบที่จะอาศัยพื้นฐานทางอำนาจการเมืองและการขยายวงกดดันผ่านแนวร่วม ในภาวะดังกล่าวไทยมีทางเดินอันชอบธรรมเพียงว่า (1)ให้ความร่วมมือทางด้านกม.และ (2)เสนอแนะให้เพื่อนที่ดีทั้งสองนี้ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันด้วย หันหน้าหารือ หาทางออกในปัญหาซึ่งเป็นของตนเองเสีย แทนการคิดผลักดันหาทางออกทางอ้อมจากไทยซึ่งเผอิญจับพลัดจับผลูมาอยู่ในภาพของประเด็นปัญหานี้ซึ่งเพื่อน 2 ประเทศของไทยมีระหว่างกันมาแต่ก่อน

7. การขอให้ออสเตรเลียกับบาห์เรนคุยกัน หาทางออกร่วมกัน จึงเป็นท่าทีโดยชอบธรรมของไทย และไม่ว่าแนวทางออกร่วมกันดังกล่าวจะมาในรูปแบบใด ไทยก็ยินดีจะช่วยส่งเสริมให้เป็นจริงและบรรลุผลสัมฤทธิที่เป็น win-win

8. ไทยหวังว่าทั้งออสเตรเลียและบาห์เรนจะมีมิตรไมตรีที่ดีเพียงพอที่จะจริงใจร่วมกันหาทางออกของเรื่องนี้ หากผลลัพธ์เป็น win-win เชื่อได้แน่นอนว่า คนไทยและผู้คนในภาคส่วนต่างๆ ของโลกที่รับรู้เรื่องนี้จะสรรเสริญทั้งออสเตรเลียและบาห์เรนอย่างแน่นอน

FYI:-เสียงเรียกร้องให้ไทยส่งตัวนายฮาคีมกลับออสเตรเลีย กต.จะชี้แจงดังนี้1. ประเทศไทยไม่รู้จักนายฮาคีม…

โพสต์โดย กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อประชาชน เมื่อ วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2019

keyboard_arrow_up