หนุ่มวินเบอร์ 19 สำนึกโชว์ยืนบนรถ รับคะนองไม่ซิ่ง แค่ความฝังใจในวัยเด็ก (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์เผยแพร่คลิปวีดีโอ หนุ่มวินจักรยานยนต์ขี่รถในท่าลักษณะหวาดเสียว ขึ้นไปยืนอยู่บนเบาะรถ ในขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ มุ่งหน้าลาดกระบังขาออก ระหว่างซอยอ่อนนุช 57 จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขว้างนั้น (อ่าน : ล่าวินเบอร์ 19 ขี่พิเรนทร์ยืนท้าลม ก๊วนร่วมอาชีพฉะทำเสื่อม แต่มีความสามารถ)

ภาพจากคลิปที่ถูกแชร์บนสังคมออนไลน์

วันที่ 4 ก.พ. 62 พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผู้กำกับ สน.ประเวศ กล่าวว่า นายกันภัค อายุ 24 ปี วินจักรยานยนต์ในคลิป ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ เวลาประมาณ 08.00 น.

เสื้อวินมอเตอร์ไซค์ และรถจักรยานยนต์ ที่ถูกยึดตรวจสอบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้ง 5 ข้อกล่าวหา คือ ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียว โทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ขับรถโดยไม่สวมหมวกนิรภัย โทษปรับไม่เกิน 500 บาท, ใช้รถที่ไม่จัดทำประกันภับภาคบังคับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และใช้รถที่ไม่เสียภาษีประจำปี จะดำเนินการส่งของศาลจังหวัดพระโขนงในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น. พร้อมเสนอยึดรถของกลาง ซึ่งเป็นรถที่ใช้ประกอบความผิดด้วย

นายกันภัค วินมอเตอร์ไซค์

นายกันภัค ยอมรับว่า ชายในคลิปคือตนจริง วันเกิดเหตุขี่จักรยานยนต์ไปร่วมประชุมวินจักรยานยนต์แถวอ่อนนุช เห็นถนนโล่งไม่ค่อยมีรถจึงขึ้นไปยืนขี่บนเบาะ ไม่คิดว่าจะมีคนถ่ายคลิปไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เมื่อเห็นข่าวจึงเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมยกมือไหว้ขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ยอมรับว่าเกิดจากความคึกคะนอง พร้อมขอโทษสังคมให้ให้อภัย และเตือนเยาวชน หรือวัยรุ่นว่า อย่าทำเป็นเยี่ยงอย่างเนื่องจากอันตรายถึงชีวิต ทั้งนี้ เหตุที่ทำเพราะเป็นความฝังใจในวัยเด็ก ที่เคยเห็นคนทำ แต่ตอนนั้นทำไม่ได้ แต่ปัจจุบันสามารถทำได้แล้ว และขอโทษวินมอเตอร์ไซค์ด้วยที่ทำให้เสียชื่อเสียง

แม่ของนายกันภัค

ขณะที่ แม่ของนายกันภัค กล่าวว่า ปกติลูกไม่ใช่คนก้าวร้าว และตกใจที่ลูกทำพฤติกรรมดังกล่าว ตนอยากให้ลูกคิดได้ ซึ่งเมื่อตนเห็นคลิป ก็รีบบอกให้ลูกมาพบตำรวจ เพราะทำผิดจริง และฝากถึงสังคมว่า เมื่อผิดก็ต้องยอมรับผิด ตนไม่คิดว่าทุกคนจะอภัยให้ลูกตน และจะสอนลูกว่าไม่ให้ทำแบบนี้อีก และเชื่อว่าลูกจะสำนึกผิดได้แล้ว

keyboard_arrow_up