แม่แฉอดีตเขยฉุดลูกสาว สุดโหดทุบตี จับเปลือยกล้อนผม ลูกไม่ปริปากจนสุดทน หนียังตามอุ้ม (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ papipan jomnanta โพสต์รูปและข้อความตามหาน้องสาว หลังถูกอดีตแฟนหนุ่มฉุดขึ้นรถยนต์หายตัวไป โดยไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ ทราบเพียงพิกัดล่าสุดว่าอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ (อ่าน : พ่อโร่แจ้งความ ลูกสาวถูกผัวเก่า พาพวกบุกอุ้มขึ้นรถหายเงียบ กล้องวงจรปิดจับภาพชัด)

ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ
นางประภาวรรณ สายสมบูรณ์ มารดาของน้องมิ้น

วันนี้ 1 ก.พ. 62 นางประภาวรรณ สายสมบูรณ์ อายุ 52 ปี มารดาของนางสาวจิญาดา เว้นบาป หรือมิ้น อายุ 26 ปี ผู้ที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ลักพาตัวไป เปิดเผยว่า นายปิยะพงษ์ หรือ ต้น อายุ 35 ปี เคยคบหากับน้องมิ้นตั้งแต่สมัยเรียน ปวช. กระทั่งน้องมิ้นอายุ 17 ปี จึงตัดสินใจออกจากวิทยาลัยไปอยู่กินกับนายต้น ซึ่งตนก็ไม่อยากห้ามปราม เพราะขณะนั้นลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น

โดยระหว่างที่น้องมิ้นคบหากับนายต้น ทราบว่าทั้งคู่มักมีปัญหากันตลอด กระทั่งน้องมิ้นท้องลูกคนแรก จึงหอบลูกน้อยหนีมาหาตนที่บ้าน พร้อมบอกว่าไม่อยากอยู่กับนายต้นแล้ว แต่วันต่อมานายต้นก็มารับน้องมิ้นกลับบ้าน ซึ่งน้องมิ้นไม่เคยเล่าว่าโดนกระทำอย่างไร

บาดแผลของน้องมิ้น

ทั้งนี้ ตนทราบมาว่านายต้นชอบทุบตีน้องมิ้น บางครั้งทะเลาะกันก็จับกล้อนผม แก้ผ้า จนน้องมิ้นต้องวิ่งหนี นอกจากนี้ ครั้งหนึ่งทั้งคู่มีปากเสียงกัน น้องมิ้นปาไม้แขวนเสื้อไปเฉียดใบหน้านายต้น ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจจึงเข้าไปทุบตีน้องมิ้นด้วยไม้กวาด 2 ด้าม ตีจนไม้กวาดหัก ซึ่งแม่ของนายต้นก็เห็นเหตุการณ์และเข้าไปห้ามปราม

บาดแผลของน้องมิ้น

เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ทำให้น้องมิ้นติดต่อไปบอกพี่สาวว่าทนไม่ไหวแล้ว อยู่บ้านนายต้นไม่มีอิสระ ออกไปทำงานก็ไม่ได้ไป เพราะนายต้นไม่ให้ทำงาน ทำให้น้องมิ้นแทบไม่มีเงินติดกระเป๋า มาหาตนแต่ละครั้งพกเงินมามีแต่เศษเหรียญ บางทีตนต้องกู้เงินให้น้องมิ้นใช้

นางสาวจิญาดา เว้นบาป หรือมิ้น ผู้เสียหาย

นางประภาวรรณ กล่าวต่อว่า ตนเห็นว่าลูกอยู่กับนายต้นแล้วลำบาก ตนก็สงสารจึงแนะนำให้ลูกลองก้าวออกมา เพราะเวลาที่น้องมิ้นมาหาตน ดวงตาเขียวช้ำ  เมื่อถามจากปาก น้องมิ้นจะอ้างว่าลื่นล้ม ซึ่งเป็นนิสัยของน้องมิ้นที่เมื่อมีอะไรจะมักจะไม่บอกตน

ภาพจำลองเหตุการณ์ น้องมิ้นถูกฉุด ส.ค. 61

ก่อนหน้านี้ นายต้ม เคยก่อเหตุฉุดน้องมิ้นมาแล้ว 2 ครั้ง คือ เมื่อ ส.ค. 61  น้องมิ้นกลับมาบ้านที่ จ.ราชบุรี เตรียมหางานทำ วันก่อนจะไปสัมภาษณ์งาน จึงนำโทรศัพท์มือถือออกไปซ่อม แต่ถูกนายต้นฉุดไประหว่างทาง ครอบครัวติดต่อไม่ได้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง น้องมิ้นหายตัวไป 4 วัน จึงกลับมาบ้าน

ภาพจำลองเหตุการณ์ น้องมิ้นถูกฉุด วันที่ 14 ก.ย. 61

และวันที่ 14 ก.ย. 61 นายต้นออกไปตามหาน้องมิ้นที่บ้านพ่อใน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และฉุดขึ้นรถไป จากนั้นระหว่างทางมีตั้งด่านตรวจ น้องมิ้นจึงกระโดดลงจากรถไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทหาร แต่นายต้นอ้างว่าเป็นเรื่องในครอบครัว เจ้าหน้าที่ทหารไม่เชื่อจึง ติดต่อกับพ่อของมิ้นให้มารับกลับบ้าน

นางสาวชมาพร เว้นบาป  พี่สาวของน้องมิ้น

ด้าน นางสาวชมาพร เว้นบาป อายุ 31 ปี พี่สาวของน้องมิ้น ระบุว่า ตนไม่เข้าใจว่าจิตใจของคนที่ทำร้ายน้องสาวตนนั้นทำด้วยอะไร การกระทำแบบนี้เป็นเรื่องอุกอาจอย่างมาก ระหว่างที่ถูกฉุด น้องตนพูดตะโกนเสียงดังว่า “หนูไม่ไป ๆ ๆ” คนแถวนั้นก็ได้ยิน ส่วนเพื่อนของน้องมิ้นก็วิ่งลงมาจากหอไปช่วยไม่ทัน

ที่ผ่านมา น้องสาวตนต้องระวังตัวจากนายต้นตลอด กระทั่งต้องเลิกเล่นเฟซบุ๊ก และก่อนเข้าเรียนที่โรงเรียนนนี้ ครอบครัวก็ได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ว่า หากมีใครมาถามหาให้บอกว่า เจ้าตัวไม่ได้เรียนอยู่ที่นี่ และขอให้ปิดข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด เพราะกลัวนายต้นจะติดตามเจอ

แต่ทั้งนี้ นายต้นก็ยังไม่ละความพยายาม เพราะอีกฝ่ายมักปลอมเฟซบุ๊ก ปลอมบัญชีไลน์ขึ้นมา เพื่อจะได้คุยกับน้องมิ้น บางครั้งก็นำรูปตนไปตั้งโปรไฟล์แล้วทักหา แต่น้องมิ้นเกิดเอะใจ จึงโทรศัพท์หาตน ทำให้รู้ว่าเป็นนายต้นปลอมมา นอกจากนี้ยังเคยปลอมเฟซบุ๊กไปทักเพื่อนน้องมิ้นที่โรงเรียนผู้ช่วยพยาบาล เพื่อขอเบอร์โทรศัพท์ หรือสอบถามข้อมูลน้องมิ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ น้องสาวตนต้องย้ายหนีไปเรียนที่ จ.เชียงราย เพราะนายต้นเคยจ้างวานคนมาสังเกตการณ์อยู่หน้าบ้าน คอยรายงานว่าน้องสาวตน หรือคนในครอบครัวออกจากบ้านไปตอนกี่โมง นอกจากนี้ นายต้นยังเคยมีพฤติกรรมโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาค้นบ้านตน อ้างว่าบ้านตนมีสารเสพติด

นางสาวชมาพร กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าน้องทนไม่ไหวแล้วที่ต้องอยู่กับนายต้น แม้เขาจะคบหากันมาเกือบ 10 ปี แต่น้องตนต้องอยู่อย่างหวาดกลัว และการที่น้องสาวตนมาหายไปแบบนี้ ครอบครัวก็รู้สึกกังวลว่าน้องตนจะเป็นอย่างไร และกลัวว่านายต้นจะใช้ความรุนแรงกับน้องสาวของตน

keyboard_arrow_up