โจรฉกเพชร 10 ล้าน ญาติโต้มูลค่าจริงไม่ถึง ท้าโชว์ใบสต็อก ปัดหนีแค่ไปบวช งดมือถือ (คลิป)

สืบเนื่องจากวันที่ 28 ม.ค. 62 นายรัตน์ (นามสมมติ) อายุ 48 ปี เจ้าของร้านเพชร เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางสา อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นพนักงานขายประจำร้าน ได้ขโมยชุดเครื่องเพชรและเครื่องประดับอัญมณี กว่า 100 รายการ รวมมูลค่า 10 ล้านบาทหายไป (อ่าน : ลูกจ้างแสบไว้ใจมา 10 ปี ขโมยเพชร 10 ล้าน! คนสนิทยันไร้นิสัยโจร – ญาติวอนสู้คดี ห่วงลูก แม่ป่วย)

น.ส.ชโนทัย ลิกกะโห้ หรือสา ผู้ต้องหา

วันที่ 1 ก.พ. 62 เจ้าหน้าที่สามารถจับตัว น.ส.ชโนทัย ลิกกะโห้ หรือสา ผู้ต้องหาคดี ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง หลังถูกแจ้งว่า น.ส.ชโนทัยขโมยเพชรจากร้าน มูลค่า 10 ล้าน ก่อนหลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวได้ระหว่างปฏิบัติธรรมที่วัดร่มโพธิ์ธรรม จ.เลย

นายภัทรพล มุกดาหาร พี่เขยผู้ต้องหา

โดย นายภัทรพล มุกดาหาร พี่เขยผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ขณะนี้ครอบครัวได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อยื่นเรื่องประกันตัว น.ส.ชโนทัย แต่ศาลยังไม่ให้ประกันตัว โดยให้ข้ออ้างว่ากลัวผู้ต้องหาหลบหนี

เจ้าหน้าที่แถลง พร้อมของกลางที่ยึดได้

ทั้งนี้ กรณีที่คู่กรณีให้ข่าวว่า ทรัพย์สินที่สูญหายไปนั้นมีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ตนคิดว่าเรื่องดังกล่าวเกินความจริง และต้องการให้คู่กรณีนำใบสต๊อกสินค้ามาแสดง หากพบว่ามูลค่าสูงถึง 10 ล้านจริงอย่างที่กล่าวอ้าง ครอบครัวจะได้ดำเนินการชดใช้ให้ แต่เท่าที่ทราบ ตามแถลงของจับกุมของเจ้าหน้าที่ ทรัพย์สินทั้งหมดที่พิสูจน์ได้มีมูลค่าเพียง 1.7 ล้านบาทเท่านั้น ตนจึงต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้น้องตนด้วย

ภาพจากกล้องวงจรปิด ภายในห้าง

ส่วนสภาพจิตใจของผู้ต้องหา ขณะนี้มีกำลังใจ สมาชิกครอบครัวทุกคนก็ให้กำลังใจและรู้สึกเห็นใจ เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ต้องหาเป็นผู้ดูแลร้านเพชรทั้งหมด ทั้งค่าเช่า การเก็บทรัพย์สิน รวมถึงเมื่อร้านขาดสภาพคล่อง น้องสาวตนก็มีหน้าที่ดูแล กลับกัน ฝ่ายคู่กรณีกลับไม่เคยเข้ามาดูแลร้านเลย

โดยน้องสาวตนบอกเพียงว่า นำเงินที่ได้มาจากการนำทรัพย์สินไปจำนำ มารักษาสภาพคล่องของร้าน และนำมาใช้จ่ายดูแลแม่ที่ป่วยและลูก โดยผู้ต้องหามีหน้าที่เหมือนเป็นเจ้าของร้านร่วม อีกทั้งทรัพย์สินที่นำไปจำนำ บางส่วนก็เป็นเพชรของน้องตน ไม่ใช่ของคู่กรณีทั้งหมด

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว น.ส.ชโนทัย

ส่วนการจับกุมน้องสาวของตนนั้น ยืนยันน้องสาวไม่ได้หลบหนี แต่ไปปฏิบัติธรรม และเมื่อไปปฏิบัติธรรมก็จะไม่ใช้โทรศัพท์ ทำให้ติดต่อกับใครไม่ได้ ซึ่งก่อนเดินทางไปปฏิบัติธรรม น้องสาวบอกตนว่า จะเดินทางไปปฏิบัติธรรม เพราะสึกว่าดวงไม่ดี ต้องการเสริมดวง ประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อไปต่างจังหวัดหลายวันจึงจำเป็นต้องนำทรัพย์สินทั้งหมดออกจากร้าน เพราะน้องตนดูแลร้านเพียงคนเดียว แต่ต่อมา กลับพบว่าคู่กรณีแจ้งความดำเนินคดีแล้ว

นายรัตน์ (นามสมมติ) เจ้าของร้านเพชร (แฟ้มภาพ)

ด้าน นายรัตน์ (นามสมมติ) เจ้าของร้านเพชร ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ระบุจากนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องคดีความ ตนเองไม่อยากให้ข่าว เนื่อวจากยังคิดกับคู่กรณีเป็นญาติพี่น้องเสมอ

keyboard_arrow_up