สะเทือนใจ!! แพทย์เล่าเหตุการณ์ป้าก่อสร้างยืนนับค่าแรง ซื้อหน้ากากกันฝุ่นราคาแพง

เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ (คศน.) ได้โพสต์เล่าเรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thongchai Vachirarojpisan ถึงเรื่องราวสุดสะเทือนใจเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤติหมอกพิษ เมื่อได้พบกับคุณป้าทำงานก่อสร้างควักเงินค่าแรง เพื่อซื้อหน้ากากกันฝุ่นราคาค่อนข้างสูงให้ลูกสาวกับตนเองเพื่อสวมใส่ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เห็นว่านอกจาก ฝุ่น PM2.5 จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังส่งผลกระทบอย่างมากกับคนที่มีรายได้น้อยอีกด้วย

“ป้าทำงานอะไร?” เภสัชกรร้านขายยาในตลาดเวิร์ดมาร์เก็ต ทวีวัฒนา ถามหญิงวัยกลางคนใส่เสื้อลายสก๊อตนุ่งกางเกงขาสั้นสีมอมๆที่มากับลูกสาวในชุดนักเรียนมัธยม
สองคนแม่ลูกกำลังเลือกซื้อหน้ากากกันฝุ่น

ผมยืนอยู่ข้างหลังเพื่อรอคิวจ่ายเงินซื้อหน้ากากกันฝุ่นเช่นกัน จึงได้ยินการสนทนาชัดเจน

“ทำงานก่อสร้าง” หญิงกลางคนตอบ และถามกลับว่า “หน้ากากนี้มันกันฝุ่นได้ไหม”

เภสัชกรตอบว่า “แบบนี้กันไม่ได้ 100% ราคา 95 บาทได้ 2 ชิ้น ถ้าจะเอาแบบกันได้ 100% ต้องซื้ออีกแบบ (ชี้ไปที่แบบทรงกระโหลกที่พับไม่ได้) ราคาชิ้นละ 85 บาท ก็จะกันฝุ่นได้ดีกว่า”

สองคนแม่ลูกลังเล ปรึกษากันอยู่พักใหญ่ กว่าจะตัดสินใจเลือกซื้อแบบราคาถูกกว่า ซื้อไป 3 คู่ เป็นเงิน 285 บาท

ผมยืนดูตอนที่หญิงกลางคนนับเงินย่อยในกระเป๋าตังค์เพื่อจ่ายค่าหน้ากากกันฝุ่น อย่างสะเทือนใจ

เภสัชกรบอกป้าด้วยความเห็นใจว่า “ป้าไม่ต้องเปลี่ยนทุกวันนะ ใช้สัก 3 วันค่อยเปลี่ยนก็ได้”

ผมคิดในใจว่า ถ้าป้าได้ค่าแรงวันละ 300-400 บาท การซื้อหน้ากากกันฝุ่นราคาขนาดนี้ก็เป็นภาระทางการเงินที่หนักหนาสาหัสทีเดียว

ฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อทุกคนที่ใช้อากาศเดียวกันหายใจ แต่กระทบอย่างมากกับคนที่มีรายได้น้อย

เราพึ่งรัฐไม่ได้
คนมีเงินพึ่งตนเองได้
แล้วคนที่มีรายได้น้อยจะทำอย่างไร

………………..

เพิ่มเติมนะครับ มีความเข้าใจผิดว่า หน้ากากกันฝุ่นชิ้นละ 95 บาท ร้านขายยาค้ากำไรเกินควร จริงๆแล้วบทความที่ผมเขียนตอนต้นระบุไว้ชัดเจนว่า “95 บาทมี 2 ชิ้น หรือชิ้นละ 47 บาท 50 สตางค์”

keyboard_arrow_up