เด็ก ม.2 ถูกรุ่นพี่กระทืบบังคับกราบ ไม่กล้าบอกใครครูสั่งห้าม – ญาติแก๊งโจ๋ รับไม่เคยสั่งสอน มัวแต่หาเงิน (คลิป)

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ เผยให้เห็นกลุ่มนักเรียนชายชั้น ม.3 ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง ได้ปิดห้องเรียนแล้วรุมทำร้ายร่างกายรุ่นน้องชั้น ม.2 พร้อมบังคับให้นั่งคุกเข่ากราบเท้าขอโทษ และมีการรุมทำร้ายทั้งเตะ ต่อย และใช้เท้าเหยียบหน้า ก่อนที่จะมีเสียงคนห้ามและบอกให้หยุด โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 61 ขณะที่ครอบครัวเด็ก ม.2 ที่ถูกทำร้าย ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว (อ่าน : เด็ก ม.2 เปิดใจโดน 12 รุ่นพี่รุมกระทืบ บังคับกราบเท้า จ่าย 2 พันขอจบ สลดกำพร้ายังถูกรังแก)

ภาพจากคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว

วันที่ 30 ม.ค. 62 นายชา (นามสมมติ) พ่อเลี้ยงของน้องปั่น (นามสมมติ) เด็ก ม.2 ที่ถูกรุ่นพี่รุมทำร้าย กล่าวว่า ตนเห็นคลิปแล้วรู้สึกสั่นไปหมดทั้งตัว สะเทือนใจ เพราะสงสารเด็กมาก ตนเลี้ยงเด็กมาก็ไม่ใช่เป็นเด็กที่ดื้อ น้องปั่นไม่น่าจะมีปัญหากับใครได้ เนื่องจากเป็นเด็กเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด ตนเพิ่งมารู้เรื่องเมื่อสัปดาห์ที่แล้วตอนที่เห็นคลิปก็อยากรู้ว่า ทำไมถึงทำกันรุนแรงขนาดนี้

นายชา (นามสมมติ) พ่อเลี้ยงเด็ก ม.2 ผู้ถูกทำร้าย

ตอนนี้ ตนกลัวว่าน้องปั่นจะได้รับอันตราย เนื่องคนในบ้านไม่มีใครทราบที่อยู่ของบ้านผู้ที่ทำร้ายน้อง แต่เด็กกลุ่มนั้นกลับรู้ที่อยู่ของบ้านตนเองทั้งหมด ส่วนจะให้น้องปั่นย้ายโรงเรียนหรือไม่ อาจจะต้องพิจารณาว่า เด็กที่รุมทำร้ายร่างกายน้องปั่นจะย้ายโรงเรียนหรือไม่ หากไม่ย้ายก็คงต้องหารือกันในครอบครัวอีกครั้ง เพราะถ้าให้น้องปั่นเรียนต่อก็คงเรียนไม่รู้เรื่อง ส่วนสภาพจิตใจน้องปั่นตอนนี้ย่ำแย่มาก ไม่อยากไปโรงเรียน

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่า ชนวนเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะอะไร เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง ยอมรับว่าโกรธมากที่ลูกถูกรุมทำร้าย แต่ตนเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะให้ไปทำร้ายร่างกายเด็กเพื่อสนองความโกรธก็คงไม่ใช่ แต่อยากฝากถึงเด็กที่รุมทำร้ายร่างกายน้องปั่นว่า “จะทำอะไรก็ขอให้คิดถึงหน้าถึงหลัง คิดถึงพ่อถึงแม่ ที่จะต้องมาเดือดร้อนเพราะว่าเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพราะความรักเพื่อน อยากให้กรณีนี้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษา อย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”

นางใจ ยายของเด็ก ม.2 ผู้ถูกทำร้าย

ด้าน นางใจ ยายของเด็ก ม.2 ผู้ถูกทำร้าย บอกว่า ตนเองเพิ่งจะได้ดูคลิปเมื่อ 2 – 3 วัน ที่ผ่านมา เมื่อดูแล้วก็คิดว่าตนเองก็จะเอาเรื่องเหมือนกัน ซึ่งเมื่อถามน้องปั่นก็บอกแต่เพียงว่า “ไม่กล้าบอกใคร เพราะครูไม่ให้บอกคนที่บ้าน” หลังเกิดเรื่องโรงเรียนได้เรียกให้ผู้ปกครองไปพบแล้ว จึงมีโอกาสเจอหน้าผู้ปกครองและเด็กที่รุมทำร้าย จากที่เห็นดูเป็นเรียบร้อย เป็นเด็กฉลาด ไม่คิดว่าจะก้าวร้าว สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้

โดยเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเป็นเยาวชน หลานของตนก็เจ็บ ฝ่ายคนที่ทำร้ายร่างกายก็เจ็บหนักเหมือนกัน แต่เจ็บกันคนละแบบ คือถูกสังคมประณาม ตนจึงสงสารเด็กที่ก่อเหตุว่าเมื่อออกไปอยู่ในสังคม ก็จะมองหน้าใครไม่ติด และสงสารหลานตัวเองที่โดนกระทำอย่างหนัก ขนาดกราบแล้วก็ยังไม่ยอมหยุด

ตนเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ว่า ไม่อยากเลี้ยงลูกให้มาเป็นแบบนี้ อยากให้เลี้ยงเป็นคนดี แต่พ่อแม่ก็ตามลูกไปทุกที่ไม่ได้ จึงอยากให้เรื่องนี้จบแต่เพียงเท่านี้ อยากให้เด็กที่ก่อเหตุทำตัวเสียใหม่ ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป ตนก็ให้อภัย เพราะคนเราก็ย่อมผิดพลาดกันได้

นายจ่อย (นามสมมติ) ปู่ของน้องกอล์ฟ (นามสมมติ) เด็ก ม.3 ที่อยู่ในคลิป

ขณะที่ นายจ่อย (นามสมมติ) ปู่ของน้องกอล์ฟ (นามสมมติ) เด็ก ม.3 ที่อยู่ในคลิป กล่าวว่า คนรู้สึกเสียใจมากที่หลานทำแบบนี้ และยอมรับว่าไม่ค่อนมีเวลาอบรมสั่งสอนสอนหลานมากนัก เนื่องจากต้องหาเช้ากินค่ำ โดยน้องกอล์ฟ เวลาอยู่กับตนเป็นเด็กดี สอนอะไรก็จะเชื่อฟัง  แต่เมื่อหลานทำผิดตนเองก็ต้องรับผิดชอบ แต่ขณะนี้ก็ไม่มีเงินชดใช้ ซึ่งหากกู้ยืมเงินใครได้ ตนเองก็จะรับผิดชอบ แต่ถ้าหาเงินไม่ได้ ก็ต้องยอมให้หลานติดคุกเพราะคนเองก็จนปัญญาแล้วเหมือนกัน

keyboard_arrow_up