เจ้าอาวาสเปิดใจปมสาวสองตายคาวัด ผิดหวังรักจากศิษย์หนุ่ม แถมบุกกัดหู – ฉีกปาก ท้า ตร. สอบไม่มีใครรุมฆ่า ฉะญาติกร่างบุกกุฏิ (คลิป)

กรณีเหตุผู้เสียชีวิต ผูกคอตายอยู่ภายในศาลาวัดซับบอน ในตำบลบัวตูม จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ตายได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตัดพ้อ ทำนองว่า ”ให้มาเก็บศพที่วัด” และญาติของผู้ตายเชื่อว่าผู้ตายเสียชีวิตอย่างผิดปกติ ซึ่งในภายหลัง ฝ่ายคนสนิทและพระเจ้าอาวาสของวัดซับบอน ออกมาตอบโต้ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกับการเสียชีวิตของผู้ตายนั้น (อ่าน : คดีพลิก! สาวสองตายในวัด เจ้าอาวาสปัดฆาตกรรม แจงอกหักจากศิษย์ซ้ำทำร้ายคน – ญาติชี้พิรุธเงื่อนผูกคอ)

วันที่ 28 ม.ค. 62 รายการต่างคนต่างคิด ตอน ศพสาวสองตายคาวัดป่า (ไม่)ถูกจัดฉากฆ่า? ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. เชิญ พระครูวรวงศวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดซำบอน (สิริธรรมมาราม), พระอุทัย อรุโณ พระเลขา เจ้าอาวาสวัดซำบอน (สิริธรรมมาราม), นายตี๋ อดีตคนสนิทของผู้เสียชีวิต, นางพลอย แม่ของผู้เสียชีวิต และนายปิง อาของผู้เสียชีวิต มาร่วมพูดคุยในรายการ

พระครูวรวงศวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดซำบอน (สิริธรรมมาราม)

พระครูวรวงศวิสุทธิ์ กล่าวว่า อาตมาเคยรู้จักกับนายเก่ง สาวประเภทสอง มาก่อนแล้ว ประมาณปีกว่า ยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องราวอะไรกับสาวประเภทสองคนนี้

ส่วนนายตี๋ หรือตี๋เล็กนั้น อาตมาเลี้ยงดูเหมือนลูกมาตั้งแต่ 3 ขวบ เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน โดยให้ตี๋เล็กบรรพชาเป็นเณรตั้งแต่ 3 ขวบ กระทั่งสึกออกมาเมื่อประมาณ 8 เดือนที่แล้ว อาตมาทราบว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันหรืออาจเรื่องทางโลกบ้าง แต่ก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าที่ครอบครัวของนายเก่งบอกว่า นายเก่งและนายตี๋มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร

แต่ทั้งนี้ เมื่อเห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มเกินเลย จึงสั่งห้ามไม่ให้นายตี๋รับโทรศัพท์ของนายเก่ง

นายตี๋ อดีตคนสนิทของผู้เสียชีวิต

ด้าน นายตี๋ เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายเก่งขณะที่ไปเที่ยวงานหมอลำ ได้ประมาณ 4 เดือน โดยทราบว่านายเก่งนั้นชอบตน แต่ตนก็ไม่ได้คิดเกินเลย รวมถึงเคยบอกนายเก่งไปแล้วว่าไม่ให้ยุ่ง

ในวันเกิดเรื่อง นายเก่งเดินทางมาที่วัด ในเวลาประมาณ 19.00 น. เพื่อมาหาตนและต่อว่าเรื่องที่ตนไม่รับโทรศัพท์ หรือตอบข้อความของอีกฝ่าย จากนั้นนายเก่งจึงทำร้ายตนด้วยการกระโดดกัดหู ใช้ไม้ตี ขณะนั้นตนไม่ได้ต่อสู้สวนกลับไป เนื่องจากเป็นคนไม่สู้คน ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์อีกคนคือนายขาว เด็กวัดเพื่อนของตน ซึ่งก็ไม่กล้าเข้ามาห้ามนายเก่งเช่นกัน

และ พระอุทัย กล่าวว่า ต่อมา อาตมาและหลวงพ่อได้ยินเสียงนายตี๋เล็กร้องไห้ คล้ายกำลังทะเลาะกับใครอยู่ จึงลงมาดูเหตุการณ์ เมื่อมาถึงพบว่า นายเก่งกำลังคร่อมร่างนายตี๋เล็ก และใช้มือฉีกรั้งปากของนายตี๋เล็กไว้ แต่เมื่อนายเก่งเห็นอาตมาและหลวงพ่อจึงผงะ อาตมาจึงเข้าไปผลักตัวนายเก่งออกจากนายตี๋เล็ก จากนั้นหลวงพ่อจึงได้สั่งให้นายขาวเข็นรถจักรยานยนต์ของนายเก่ง ไปไว้ที่หน้าประตูวัดเท่านั้น ไม่ได้มีการพกอาวุธ หรือรุมทำร้ายร่างกายของนายเก่งอย่างที่ญาติของผู้ตายกล่าวอ้าง

จากนั้น พระครูวรวงศวิสุทธิ์ ชี้แจงอีกว่า อาตมาเพียงจับแขนของนายเก่ง และบอกให้อีกฝ่ายสงบสติอารมณ์เท่านั้น จากนั้นจึงเดินไปส่งนายเก่งที่บริเวณหน้าประตูวัด แต่ขณะที่เดินอยู่นั้น นายเก่งหันมาตะโกนว่า “คอยดูนะ ฉันจะผูกคอตายประชด”

โดย นายตี๋ กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ ทราบว่าผู้ตายส่งข้อความมาหาตน แต่ตนไม่ได้อ่าน เนื่องจากขณะนั้นนอนเจ็บและทำแผลอยู่ และขอยืนยันว่าไม่ได้หลอกลวงผู้ตายแต่อย่างไร

พระอุทัย อรุโณ พระเลขา เจ้าอาวาสวัดซำบอน (สิริธรรมมาราม)

ซึ่ง พระครูวรวงศวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่เจอศพของนายเก่งช้านั้น เนื่องจากพระในวัดติดกิจนิมนต์นอกวัด จึงไม่มีใครเข้าไปที่ศาลาซึ่งเป็นสถานที่พบศพ และก่อนหน้านี้ อาตมาก็สั่งให้ลูกศิษย์และพระลูกวัดช่วยกันตามหานายเก่งด้วยเหมือนกัน เนื่องจากกังวลว่านายเก่งจะผูกคอตายจริงตามที่เคยได้กล่าวไว้

กระทั่งวันพบศพนั้นเป็นวันเสาร์ มีญาติโยมเดินทางมาจากต่างจังหวัด วัดจึงต้องรับรองแขก เด็กที่เคยบวชวัดจึงเดินขึ้นไปบนศาลาเพื่อหยิบกาแฟ และพบศพของผู้ตาย โดยภายหลังพบศพ อาตมาจึงสั่งห้าม ไม่ให้มีใครไปยุ่มย่ามที่ศาลาดังกล่าวอีก

ส่วนที่มีการสงสัยว่าผู้ตายจะเข้ามาผูกคอตายบนศาลาดังกล่าวได้อย่างไรนั้น ขอชี้แจงว่า วัดซำบอน แม้จะมีประตูวัดก็จริง แต่โดยรอบแล้วไม่มีกำแพงวัด ดังนั้นต่อให้ปิดประตูวัดผู้ตายก็สามารถเดินทางเข้ามาได้ ส่วนศาลาดังกล่าวก็ไม่ได้มีการล็อกกุญแจไว้เป็นปกติ นอกจากนี้ เรื่องที่ญาติผู้ตายสงสัยว่าบนศาลาไม่มีสิ่งของให้ผู้ตายปีนขึ้นไปผูกคอ เช่น เก้าอี้ นั้น บนศาลาดังกล่าวมีหมอนขิดขนาดใหญ่สูงกว่าเมตร คาดว่าอาจเป็นวัสดุที่ผู้ตายใช้ในการปีนเพื่อก่อเหตุ

และ พระครูวรวงศวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า จากนั้นวันถัดมา ครอบครัวของผู้ตายก็เดินทางมาที่วัด โดยถามเด็กวัดและพระลูกวัดว่าเห็นนายเก่งหรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครพบตัว รวมถึงได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับญาติฟังทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าวัดไม่ได้กีดกันให้ญาติของผู้ตายเข้ามาที่วัดหลังเกิดเหตุ เพียงแต่ขณะที่ญาติของผู้ตายเดินทางมาที่วัด กลับมีพฤติกรรมไม่พอใจ ทุบหน้าต่าง ทำลายกุฏิ ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนบุคคล ส่วนรอยเลือดที่ญาติพบนั้นเป็นรอยเลือดของนายตี๋เล็ก ภายหลังถูกนายเก่งทำร้าย เรื่องดังกล่าวนี้สามารถพิสูจน์ได้ และอาตมายินดีให้พิสูจน์

นางพลอย แม่ของผู้เสียชีวิต

ขณะที่ นางพลอย ให้สัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอลว่า ตนยังรู้สึกติดใจการเสียชีวิตของลูกตั้งแต่แรก เนื่องจากญาติ ๆ ที่เดินทางมาที่วัดหลังทราบเหตุนั้นเล่าว่ามีข้อสงสัยหลายอย่าง โดยพบว่า ลูกตนถูกเด็กวัดประมาณ 4 – 5 คน ซ้อม และถูกพระอุทัย ต่อย 3 หมัด โดยญาติเล่าอีกว่า เด็กที่นำรถจักรยานยนต์ของนายเก่งมาส่งที่หน้าประตูวัดนั้นเล่าว่า ลูกตนน่าจะเจ็บเอาการอยู่ เพราะถูกรุมตี

โดยขณะที่นายเก่งอยู่หน้าวัดนั้น ไม่มีใครเห็นสภาพของนายเก่ง แต่ตนได้ยินมาว่า นายตี๋เล็กบอกให้น้องผู้หญิงที่อาศัยอยู่ข้างวัดเดินทางมากล่อมนายเก่งให้กลับบ้าน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวนี้ได้เดินทางมาตามคำขอร้องของนายตี๋เล็กหรือไม่

ด้าน นายตี๋ ยืนยันว่า ไม่เคยไปพูดกับเด็กผู้หญิงคนไหน และบริเวณจุดเกิดเหตุก็มีผู้อยู่ในเหตุการณ์เพียง 4 คนเท่านั้น คือ ตน นายขาว หลวงพ่อ และพระอุทัย ไม่ได้มีผู้หญิงคนอื่นตามที่ญาติของผู้ตายกล่าวอ้าง

นายปิง อาของผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ต่อมา นายปิง ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า หลักฐานที่ตนมีคือ พบว่าเชือกที่ผูกคอของผู้ตายมีลักษณะผิดปกติ รวมถึงพบว่ามีรอยเลือดอยู่บริเวณห้องน้ำ ซึ่งแม้จะมีการอธิบายว่าเป็นรอยเลือดของนายตี๋เล็ก แต่ตนก็ยังไม่ปักใจเชื่อเท่าไร อีกทั้งหมอนขิดที่เจ้าอาวาสอ้างว่าหลานของตนอาจใช้ปีนขึ้นไปผูกคอตายนั้นก็ไม่ได้ล้ม เพราะหากผู้ตายผูกคอตายด้วยตัวเอง หมอนดังกล่าวก็น่าจะต้องหรือมีร่องรอยจากการดิ้นของผู้ตายบ้าง

โดย พระครูวรวงศวิสุทธิ์ ชี้แจงว่า เรื่องที่หมอนขิดไม่ล้มนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เนื่องจากหม่อนดังกล่าวมีขนาดใหญ่ และแน่นแข็งแรง ผู้ตายอาจขึ้นเหยียบแล้วกระโดด จึงทำให้ไม่มีข้าวของกระจัดกระจายตามที่ญาติของผู้ตายสันนิษฐาน

รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 เวลา 18.50 น.

สุดท้าย พระครูวรวงศวิสุทธิ์ กล่าวว่า อาตมาก็รู้สึกสงสารผู้ตายอยู่เหมือนกัน แต่หากผู้ตายไม่รักชีวิตก็สุดแล้วแต่ รวมถึงต้องการฝากไปถึงสื่อโซเชียลและสื่อต่าง ๆ ว่าให้ศึกษาข้อมูลและเรื่องราวที่ถูกต้องก่อนที่จะมีการนำเสนอออกไป

 

keyboard_arrow_up