ชัดแล้ว! ฆ่าสยองหั่นศพยัดถุงดำเป็นหนุ่มเกาหลี – คนแฉเห็นรถติดฟิล์มดำ มีพิรุธ (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 62 นายบัน พรมพรรณ อายุ 56 ปี คนงานฟาร์มกุ้ง พบสุนัขคาบท่อนขาขวาของคนมาแทะข้างบ้าน จึงเดินหาบริเวณป่าชุมชนศาลเจ้า ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ทำให้พบถุงดำ 3 ถุงบรรจุชิ้นส่วนมนุษย์ถูกหั่นยัดใส่ไว้ ประกอบด้วย ลำตัวตั้งแต่ช่วงคอลงมาถึงโคนขา ที่ด้านหลังมีรอยสักกราฟิก และที่หน้าอกขวามีรอยสักเป็นรูปเกอิชา แขนข้างซ้าย และ ขาขวา โดยที่ส่วนศีรษะ และแขน 1 ข้างได้หายไป ก่อนจะแจ้งเจ้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ (อ่าน : สยองขวัญ! ผัวเมียเล่านาทีเจอสาวสองถูกฆ่าหั่นศพ เชื่อคนต่างถิ่น จ่อย้ายบ้านหนี กลัวผีหลอก )

พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2

ความคืบหน้าวันที่ 23 ม.ค. 62 พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าวนี้ โดยเปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานต่าง ๆ ยืนยันได้ว่า ผู้เสียชีวิต เป็นชายชาวเกาหลีใต้ ชื่อนายโซ มายฮูน (CHOI MYONGHOON) อายุ 34 ปี ซึ่งขณะนี้ยังคงเหลืออยู่แขนด้านซ้าย และศีรษะที่ยังไม่พบ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นได้ตั้งไว้หลายประเด็น คาดว่าถูกฆาตกรรมก่อนนำหั่นชิ้นส่วนมาทิ้ง

นายโซ มายฮูน

ในขณะเดียวกัน พล.ต.ท.จิตติ เปิดเผยอีกว่า นายโซ มายฮูน มีประวัติเคยถูกจับข้อหาเกี่ยวกับการพนันที่ สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2558 โดยตม. กำหนดให้เป็นบุคคลต้องห้าม เนื่องจากเคยถูกจับดำเนินคดี ทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยตามด่านช่องทางปกติได้ สำหรับกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้นคาดว่าน่าจะเป็นพวกเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถระบุไดว่าเป็นชายเกาหลีใต้กลุ่มใด ส่วนลายสักที่ปรากฎในตัวผู้เสียชีวิตนั้น สามารถพบได้ทั่วไป ไม่มีความหมายหรือสัญลักษณ์ของกลุ่มแก๊งใด ๆ

บรรยากาศเจ้าหน้าที่ค้นหาชิ้นส่วนมนุษย์ที่สูญหาย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนพิเศษท่าประดู และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองระยอง รวมจำนวน 30 นาย ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุที่พบชิ้นส่วนมนุษย์เพศชายถูกเผาไหม้และบรรจุในถุงดำจำนวน 3 ถุง เพื่อเดินค้นหาชิ้นส่วนที่หายไป ในรัศมี 100 เมตร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนรกทึบสลับกับป่ากล้วย เส้นทางเป็นถนนดินแดง ค่อนค่างแคบ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาค้นหากว่า 2 ชม. แต่ยังไม่พบชิ้นส่วนดังกล่าว

นางสาวออย (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่

ด้าน นางสาวออย (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวเป็นจุดที่คนภายนอกจะไม่ทราบเส้นทาง เนื่องจากค่อยข้างลึกและเปลี่ยว เมื่อตกเย็นจะไม่ค่อยมีใครสัญจรผ่านเข้าไป เว้นแต่คนที่ทำงานบ่อกุ้งที่จะเข้าไปทำงานเท่านั้น ในขณะเดียวกันหากมีคนในพื้นที่ขับรถเข้าไป ตนจะจำได้เสมอว่าเป็นรถของใคร ใครผ่านเข้าไป

โดยเมื่อประมาณ 4-5 วันที่ผ่านมา ช่วงหัวค่ำเวลาประมาณ 17.00 น. ตนสังเกตเห็นรถกระบะวีโก้ 4 ประตู สีบรอนด์เงิน ติดฟิล์มดำ ไม่สามารถมองเห็นด้านในรถได้ และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับออกมาจากจุดเกิดเหตุ ผ่านเส้นทางที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ขับผ่านมาด้วยความเร็วสูง ต่างจากคนในพื้นที่ซึ่งจะต้องชะลอความเร็ว ทั้งนี้ ตนไม่คุ้นว่าเคยเห็นรถกระบะคันดังกล่าวมาก่อน

ภาพถ่ายกระเป๋าเดินทางที่พบ

นอกจากที่ บริเวณปากคลองตากวน ติดกับชายหาดสุชาดา ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นหมู่บ้านชาวประมง พบว่า ชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ โดยใบหนึ่งมีคราบเลือดเปื้อนอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบเพื่อหาความเชื่อมโยงว่า เกี่ยวข้องกับกรณีที่พบชิ้นส่วนมนุษย์หรือไม่ ซึ่งชายหาดที่พบกระเป๋าอยู่ห่างจากจุดพบชิ้นส่วนมนุษย์ประมาณ 8 กิโลเมตร

นายกาฬสินธุ์ รอดพ้น ผู้พบเห็นกระเป๋าเดินทาง

ด้าน นายกาฬสินธุ์ รอดพ้น อายุ 34 ปี ชาวประมงพื้นบ้าน ผู้พบเห็นกระเป๋าเดินทาง เปิดเผยว่า เมื่อเช้ามืดเวลาประมาณตี 4 ของวันพุธที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่นำเรือกลับเข้าฝั่ง ตนสังเกตเห็นกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สภาพใหม่ วางอยู่ที่พื้นหาดใต้ท้องเรือซึ่งจอดอยู่บนฝั่ง ซึ่งเรือดังกล่าวนี้จอดอยู่บนฝั่งเนื่องจากไม่ได้ใช้งานมากว่า 1 ปีแล้ว

จุดที่พบกระเป๋าใบแรก

จากนั้นน้องชายของตนกำลังจะไปเปิดกระเป๋า และพูดทีเล่นทีจริงว่า “ไปเปิดกระเป๋าหน่อย เผื่อมีใครเอาเงินมาทิ้งไว้” แต่ขณะนั้นตนห้ามน้องชายเอาไว้ เพราะกังวลว่าด้านในจะเป็นระเบิด ขณะนั้นจึงยังไม่ได้ไปเปิดกระเป๋า

จุดที่พบกระเป๋าเดินทาง ใบที่ 2

ขณะเดียวกัน ถัดออกไปประมาณ 5 เมตร ยังพบกระเป๋าสีเทาอีก ถูกทิ้งไว้ใกล้พงหญ้าด้านหลังเรือลำเดียวกัน โดยใบที่นี้มีขนาดเล็กกว่า สภาพเปิดอยู่ไม่ได้มีการปิดรูดซิปไว้ จากนั้นตนและเพื่อนชาวประมงบริเวณนี้ก็ไม่ได้สนใจกระเป๋าที่พบเห็นอีกเลย แม้จะไม่ทราบว่าเป็นกระเป๋าของใครหรือมาจากไหน

กระทั่งทราบข่าวว่ามีผู้พบชิ้นส่วนศพ เพื่อนชาวประมงอีกคนคนหนึ่งจึงได้เปิดกระเป๋าดู ปรากฎว่าพบเลือด จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ลงมาตรวจสอบทันที ซึ่งขณะนั้นตนไม่ทราบว่าเป็นเลือดของมนุษย์หรือไม่ แต่เชื่อว่าอาจจะมีความเชื่อมโยงกับกรณีที่พบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกฆาตกรรม

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ ตนก็รู้สึกกังวลและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่คิดว่าจะมีใครนำกระเป๋าที่มีคราบเลือดมาวางทิ้งไว้ใกล้ชุมชนชาวประมง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

keyboard_arrow_up